โพสโดย สายใจ จันเวียง โพสวันที่ 9 ตุลาคม 2569 , 14:35:53 (อ่าน 36 ครั้ง)
สกัดองค์ความรู้ KM: การพัฒนาระบบจองห้องปฏิบัติการเครื่องมือกลางนอกเวลาทำการ
ผลงาน UBU KM FAIR 2026 | ประเภทผลงาน: สายสนับสนุน | พัฒนาห้องปฏิบัติการ
ชื่อผลงาน: การพัฒนาระบบจองห้องปฏิบัติการเครื่องมือกลางนอกเวลาทำการ
ชื่อเจ้าของผลงาน: นางสาวสมธิดา ทัดเทียม คณะวิทยาศาสตร์
1. พื้นที่ดำเนินงาน:
ห้องปฏิบัติการเครื่องมือกลาง CBL2205 ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้งานร่วมกันของนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร และมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์มูลค่าสูงที่ต้องควบคุมการเข้าใช้
2. สภาพปัญหาก่อนการพัฒนา (Pain Points)
1. กระบวนการเดิมเป็นกระดาษและใช้การประสานงานไม่เป็นทางการ: ต้องกรอกแบบฟอร์มกระดาษ (BIO LAB 02) และเดินส่งเอกสารขออนุมัติตามลำดับขั้น (อาจารย์ที่ปรึกษา หัวหน้าห้องปฏิบัติการ หัวหน้าอาคาร และหัวหน้าภาควิชา)
2. ขาดความสะดวกและความโปร่งใส: ผู้ใช้งานไม่สามารถตรวจสอบตารางห้องว่างได้ด้วยตนเอง ต้องโทรศัพท์หรือติดต่อเจ้าหน้าที่หน้างาน
3. ความเสี่ยงสูง: เสี่ยงต่อการจองห้องซ้ำซ้อน ข้อข้อมูลกระจัดกระจาย ตรวจสอบย้อนหลังได้ยาก และไม่มีระบบบังคับอ่าน/ยืนยันการรับทราบ SOP ก่อนเข้าใช้
3. วัตถุประสงค์หลัก
1. พัฒนาระบบจองห้องปฏิบัติการในรูปแบบดิจิทัลที่ใช้งานได้จริง
2. ลดขั้นตอนและภาระการประสานงานที่ซ้ำซ้อน โดยไม่ลดระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบ
3. ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบตารางว่างและจองได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการจองซ้ำซ้อน
4. สร้างฐานข้อมูลการใช้งานที่สมบูรณ์ ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Traceability & Accountability) เพื่อใช้ วางแผนบริหารจัดการทรัพยากรระยะยาว
4. เครื่องมือและแนวทางการพัฒนา
วิเคราะห์ตามหลักการ 4 ด้าน: Safety (ความปลอดภัย), Accountability (ความรับผิดชอบ), Accessibility (การเข้าถึงง่าย), และ Traceability (ตรวจสอบย้อนหลังได้)
ประยุกต์ใช้เครื่องมือที่มีอยู่แล้ว (ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม):
1. Google Sites: ทำหน้าที่เป็น Portal สื่อกลางเข้าสู่ระบบ
2.Google Apps Script Web App: ระบบจองหลัก มีปฏิทิน Real-time และระบบตรวจเช็กการจองซ้ำซ้อนอัตโนมัติ
3.Google Sheets: ฐานข้อมูลบันทึกการจอง
4. Google Drive: จัดเก็บเอกสารแนบในรูปแบบดิจิทัล
5. Gmail: แจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังผู้ดูแลและผู้เกี่ยวข้อง
ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการพัฒนา: นำ Claude.ai, GPT และ Codex มาช่วยวางโครงสร้างระบบ ออกแบบ Logic เขียน/ปรับปรุงโค้ด และตรวจสอบข้อผิดพลาด สะท้อนว่าบุคลากรสายสนับสนุนที่ไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อนก็สามารถพัฒนาระบบดิจิทัลได้
5. คุณสมบัติเด่นและการเปรียบเทียบ ผลการดำเนินงาน
|
ประเด็น |
ก่อนพัฒนาระบบ |
หลังพัฒนาระบบ |
|
การตรวจสอบห้องว่าง |
ต้องสอบถามผู้ดูแลโดยตรง |
ดูปฏิทิน Real-time ได้ด้วยตนเอง |
|
การกรอกและส่งเอกสาร |
กรอกแบบฟอร์มกระดาษ เดินส่งเอกสารเอง |
กรอกออนไลน์และแนบไฟล์ในระบบ |
|
การแจ้งเตือนผู้ดูแล |
โทรศัพท์หรือติดต่อที่สำนักงาน |
อีเมลแจ้งเตือนอัตโนมัติพร้อมรายละเอียดครบถ้วน |
|
การป้องกันการจองซ้ำ |
ไม่มีระบบตรวจสอบ |
ระบบตรวจสอบและแจ้งเตือนอัตโนมัติ |
|
การบันทึกข้อมูล |
เอกสารกระดาษ ค้นหายาก |
บันทึกลง Google Sheets อัตโนมัติ สืบค้นได้ทันที |
|
ความปลอดภัย (SOP) |
ไม่มีระบบยืนยันการอ่าน SOP |
บังคับอ่านและยืนยัน SOP ทุกครั้งก่อนจอง |
|
การตรวจสอบย้อนหลัง |
ยากและใช้เวลานาน |
สืบค้นได้ทันทีในระบบ |
6. การนำไปใช้ประโยชน์และการต่อยอด (Impact)
1. ขยายผลภายในองค์กร: นำไปประยุกต์ใช้กับห้องปฏิบัติการอื่น ๆ ในภาควิชา คณะ หรือมหาวิทยาลัยได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์เพิ่ม
2. ต้นแบบการทำงานร่วมกับ AI: แสดงให้เห็นแนวทางการนำ AI มาช่วยพัฒนาและลดขั้นตอนงานประจำของบุคลากรสายสนับสนุน
3. แผนพัฒนาต่อยอดในอนาคต: เพิ่มระบบติดตามสถานะการจอง ระบบติดตามการรับ-คืนกุญแจ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงบริหารและเตรียมพร้อมรับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการ
4. การสร้างองค์ความรู้: ถอดบทเรียนกระบวนการพัฒนาจัดทำเป็นคู่มือ Best Practice เพื่อเผยแพร่แก่บุคลากรอื่น ๆ
ไฟล์แนบ :
ไฟล์ 1 ,
ไฟล์ 2