ช่องทางรับฟังความคิดเห็น     คลังเอกสาร     คำถามที่พบบ่อย     ถาม-ตอบ      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์โดยนักศึกษาเพื่อการเรียนรู้เชิงรุกในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและความปลอดภัยของผู้ป่วย


โพสโดย สายใจ จันเวียง     โพสวันที่ 7 ตุลาคม 2569 , 15:06:28     (อ่าน 46 ครั้ง)  


นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์โดยนักศึกษาเพื่อการเรียนรู้เชิงรุกในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและความปลอดภัยของผู้ป่วย (RDU & PS Media for Active Learning)

ถ่ายทอดโดย : ผศ.ภก.ประสิทธิชัย พูลผล และทีมงาน

ชื่อองค์ความรู้  : นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์โดยนักศึกษาเพื่อการเรียนรู้เชิงรุกในการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและความปลอดภัยของผู้ป่วย (RDU & PS Media for Active Learning)

ที่มาและความสำคัญขององค์ความรู้ :

การใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use: RDU) และความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient Safety: PS) เป็นสมรรถนะสำคัญของนักศึกษาเภสัชศาสตร์ แต่การจัดการเรียนการสอนด้วยการถ่ายทอดเนื้อหาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการทำให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถนำความรู้ไปสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง

จึงพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุก โดยให้นักศึกษาเป็นผู้ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์สาระสำคัญ และสร้างสื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เช่น เพลงประกอบความรู้ มิวสิกวิดีโอ และสื่อดิจิทัล เพื่อให้เนื้อหาทางวิชาการเข้าใจง่าย น่าสนใจ และสามารถนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมได้

วัตถุประสงค์ของการจัดการความรู้ :

  1. พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและความปลอดภัยของผู้ป่วย

  2. ส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสื่อสารองค์ความรู้ผ่านการสร้างสรรค์สื่อ

  3. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

  4. พัฒนาคลังสื่อการเรียนรู้และถอดบทเรียนเป็นแนวปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลได้

กระบวนการจัดการความรู้ (KM Process) : หัวใจสำคัญขององค์ความรู้นี้ คือ การเปลี่ยนผู้เรียนจากผู้รับความรู้ให้เป็นผู้สร้างสรรค์และผู้ถ่ายทอดความรู้ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ 6 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 เรียนรู้ (Learn) ศึกษาเนื้อหา หลักฐาน และประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและความปลอดภัยของผู้ป่วย
 
ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ (Analyze) วิเคราะห์ปัญหา กลุ่มเป้าหมาย และคัดเลือกสาระสำคัญที่ต้องการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้รับสาร

ขั้นตอนที่ 3 สร้างสรรค์ (Create) เขียนเนื้อหา แต่งหรือดัดแปลงเพลง และผลิตสื่อ เช่น มิวสิกวิดีโอหรือวิดีโอให้ความรู้

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบ (Validate) ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา รับข้อเสนอแนะ และปรับปรุงคุณภาพผลงานก่อนเผยแพร่

ขั้นตอนที่ 5 เผยแพร่และแบ่งปัน (Share) นำเสนอผลงานในชั้นเรียน และเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น YouTube เพื่อให้บุคคลอื่นเข้าถึงองค์ความรู้ได้

ขั้นตอนที่ 6 สะท้อนผล (Reflect) ทบทวนประสบการณ์ ปัญหา และข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาผลงานในครั้งต่อไป

เทคนิคและเคล็ดลับความสำเร็จ (Best Practices):

  • เริ่มจากความเข้าใจที่ถูกต้อง: ผู้สร้างสื่อต้องศึกษาหลักฐานและเนื้อหาทางวิชาการก่อนผลิตสื่อ เพื่อป้องกันการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

  • เลือกวิธีสื่อสารให้เหมาะกับเนื้อหา: ใช้เพลง วิดีโอ และสื่อดิจิทัลช่วยทำให้เรื่องที่มีรายละเอียดมากเข้าใจง่ายและน่าจดจำ

  • ให้ผู้เรียนลงมือทำจริง: การสร้างสื่อทำให้ผู้เรียนต้องค้นคว้า คัดกรองข้อมูล และเรียบเรียงความรู้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เพียงจดจำเนื้อหา

  • ตรวจสอบก่อนเผยแพร่: กำหนดขั้นตอนตรวจสอบความถูกต้องและรับข้อเสนอแนะก่อนนำผลงานไปเผยแพร่

  • ใช้ข้อเสนอแนะพัฒนาผลงาน: นำผลการสะท้อนคิดและข้อมูลจากการเรียนรู้มาปรับปรุงกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

  • จัดเก็บเป็นคลังความรู้: รวบรวมสื่อและจัดทำเป็น Playlist บน YouTube เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ในการเรียนการสอนและเผยแพร่สู่สังคมได้

ผลการดำเนินงานและองค์ความรู้ที่ได้รับ :

1. ผลผลิตที่เป็นรูปธรรม

ประเภทสื่อ

จำนวนผลงาน

บทเพลง/เพลงประกอบความรู้

22

มิวสิกวิดีโอ/วิดีโอความรู้

22

สื่อดิจิทัลโปสเตอร์

22

รวม

66 ผลงาน

ผลงานได้รับการรวบรวมเป็นคลังสื่อและ Playlist บน YouTube เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการเผยแพร่ความรู้ด้าน RDU และ Patient Safety

2. ผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้

  • ด้านความรู้: ผู้เรียนมีความรู้และความเข้าใจจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

  • ด้านการคิด: พัฒนาทักษะการวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการคัดเลือกสาระสำคัญ

  • ด้านความคิดสร้างสรรค์: สามารถแปลงองค์ความรู้ทางวิชาการให้เป็นสื่อที่เข้าถึงง่าย

  • ด้านการสื่อสาร: ฝึกถ่ายทอดความรู้ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

  • ด้านการเรียนรู้ด้วยตนเอง: เกิดการทบทวนและพัฒนาความรู้จากการรับข้อเสนอแนะ

หมายเหตุ: เอกสารระบุผลลัพธ์ดังกล่าวในเชิงพัฒนาการเรียนรู้ แต่ไม่ได้แสดงคะแนนก่อน–หลังเรียนหรือค่าทางสถิติที่ใช้ยืนยันขนาดของผลลัพธ์

ปัญหา อุปสรรค และแนวทางพัฒนา :

จากบทเรียนในเอกสาร พบประเด็นสำคัญที่ควรนำมาพัฒนากระบวนการดำเนินงาน ดังนี้

ประเด็น

แนวทางจัดการ

เนื้อหาวิชาการมีรายละเอียดและต้องอาศัยความถูกต้อง

ให้ผู้เรียนตรวจสอบหลักฐานและผ่านการทบทวนเนื้อหาก่อนเผยแพร่

การเรียบเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่าย

ฝึกคัดเลือกสาระสำคัญและปรับภาษาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

คุณภาพของสื่อแต่ละชิ้นอาจแตกต่างกัน

ใช้ Rubric และเกณฑ์ประเมินคุณภาพสื่อที่ชัดเจน

การพัฒนาผลงานต้องอาศัยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนผล และปรับปรุงงาน

การถอดบทเรียนและการนำไปประยุกต์ใช้: องค์ความรู้จากผลงานนี้สามารถถอดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนางานได้ ดังนี้

  1. กำหนดเป้าหมายความรู้ให้ชัดเจน ว่าต้องการให้ผู้เรียนหรือผู้รับสารเข้าใจเรื่องใด

  2. ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่การค้นคว้า วิเคราะห์ ไปจนถึงการสร้างสื่อ

  3. สร้างสื่อจากความเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความสวยงาม โดยให้ความถูกต้องของเนื้อหาเป็นเกณฑ์สำคัญ

  4. มีระบบตรวจสอบคุณภาพก่อนเผยแพร่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถ่ายทอดข้อมูลผิดพลาด

  5. รวบรวมผลงานเป็นคลังความรู้ดิจิทัล เพื่อใช้ซ้ำ แบ่งปัน และต่อยอดได้

  6. นำผลสะท้อนกลับมาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาผลงานในระยะยาว

นอกจากนี้ สามารถประยุกต์ใช้กับการอบรมบุคลากร การสื่อสารนโยบายมหาวิทยาลัย การเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี และการถ่ายทอดองค์ความรู้ในองค์กร โดยปรับเนื้อหาและรูปแบบสื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย

ผลกระทบและการขยายผล (Impact) :

ผลงานมีศักยภาพในการต่อยอดจากการเรียนรู้ของนักศึกษาไปสู่การพัฒนาสมรรถนะ การสร้างสื่อความรู้ และการเผยแพร่สู่สังคม โดยเอกสารเสนอแนวทางขยายผลผ่านชุดเครื่องมือ RDU & PS Media Toolkit ซึ่งประกอบด้วย

  • คู่มือการจัดกิจกรรม

  • ขั้นตอนการสร้างสื่อ

  • เกณฑ์ประเมินคุณภาพสื่อ

  • แบบตรวจสอบความถูกต้อง

  • แบบสะท้อนคิด

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ผู้สอนหรือหน่วยงานอื่นนำกระบวนการไปปรับใช้ได้อย่างเป็นระบบ และมีโอกาสขยายผลสู่รายวิชา ระดับคณะ มหาวิทยาลัย และเครือข่ายสถาบันการศึกษา

สรุปองค์ความรู้สำคัญ (KM Takeaway) :

การสร้างสื่อคือกระบวนการเรียนรู้เชิงลึก ไม่ใช่เพียงการผลิตผลงาน

หัวใจสำคัญของ RDU & PS Media for Active Learning คือ การให้ผู้เรียนค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ สร้างสรรค์ ตรวจสอบ เผยแพร่ และสะท้อนผลด้วยตนเอง กระบวนการนี้ช่วยพัฒนาทั้งความรู้และทักษะสำคัญ พร้อมเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการให้เป็นสื่อที่นำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

องค์ความรู้ที่ควรนำไปขยายผล คือ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ ร่วมกับการตรวจสอบคุณภาพและการจัดเก็บผลงานเป็นคลังความรู้ดิจิทัล เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ซ้ำ การแบ่งปัน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง



ไฟล์แนบ : ไฟล์ 1 , ไฟล์ 2