ชื่อผลงาน : การพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในสำนักวิทยบริการสู่การเป็นองค์กรสีเขียว โดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์
| ผู้ถ่ายทอด : อนวัช กาทอง และคณะ | ถ่ายทอด : วันที่ 12 กันยายน 2565 |
1. บทคัดย่อ
สำนักวิทยบริการได้ดำเนินการพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ภายในสำนักวิทยบริการในการควบคุมอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศที่ให้บริการ โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการ เป็นไปตามมาตรการลดการใช้พลังงานและทรัพยากรของสำนักวิทยบริการ 2) เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการ 3) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามมาตรการประหยัดพลังงาน 4) เพื่อสร้างจิตสำนึกของบุคลากรและผู้ใช้บริการในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์จำนวน 4 จุด คือภายในอาคารสารสนเทศ จำนวน 3 จุด และอาคารข้อมูลท้องถิ่นจำนวน 1 จุด ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการหลักของสำนักวิทยบริการ ผลที่ได้คือสามารถควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่กำหนดซึ่งมีความเหมาะสมต่อการใช้บริการ สามารถลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้มากถึง 44.03% และเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามมาตรการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกของบุคลากรและผู้ใช้บริการในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมในคราวเดียวกัน
2.บทนำ
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กำหนดวิสัยทัศน์ในการเป็น มหาวิทยาลัยชั้นนำในอาเซียนที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่สังคม กำหนดค่านิยม UBU-IMPACTS ด้าน Accountability การรับผิดชอบต่อการทำงานและสังคม และ Stakeholders Focusมุ่งเน้นผู้เรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (Office of Academic Resources, Ubon Ratchathani University) เป็นหน่วยสนับสนุนการเรียนการสอน และการวิจัยของมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ จัดหา จัดเก็บและให้บริการทรัพยากรสารสนเทศ ผลิตสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ แก่ผู้ใช้บริการ สนับสนุนการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อบรรลุตามวิสัยทัศน์ และค่านิยมองค์กร ห้องสมุดสีเขียว สำนักวิทยบริการ เป็นห้องสมุดที่ให้ความสำคัญในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับปรุงระบบต่างๆ ให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการห้องสมุดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีนโยบายที่ครอบคลุมการรักษาสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกโดยการลดการใช้พลังงานและลดมลพิษ เพื่อสร้างความมั่นใจได้ว่า การใช้ห้องสมุดจะมีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยที่สุด และปรับปรุงพื้นที่สำหรับการปฏิบัติงานของบุคลากรให้เป็นสถานที่ที่น่าอยู่ น่าทำงาน มีความสะอาด สะดวกสบาย ปลอดภัยและมีความสุขในการทำงาน
3.วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการ เป็นไปตามมาตรการลดการใช้พลังงานและทรัพยากรของสำนักวิทยบริการ
3.2 เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการ
3.3 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามมาตรการประหยัดพลังงาน
3.4 เพื่อสร้างจิตสำนึกของบุคลากรและผู้ใช้บริการในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
4.วิธีการ/เครื่องมือ
ในส่วนของวิธีการดำเนินงาน การลดขั้นตอนในการปฏิบัติงาน และกระบวนงานการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมนั้น ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ก่อน การนำระบบมาใช้
ขั้นตอนการปฏิบัติงาน หลัง การนำระบบมาใช้
4.1 กำหนดแนวปฏิบัติในการใช้เครื่องปรับอากาศของสำนักวิทยบริการ
กำหนดอุณภูมิในการเปิดเครื่องปรับอากาศ ที่ 25 องศา แนวปฏิบัติ ในส่วนพื้นที่บริการช่วงเช้าเปิด 09.30 น. ปิดเมื่อ ปิดห้องสมุดหรือพื้นที่นั้นไม่มีผู้ใช้บริการ ประกาศให้บุคลากรและผู้ใช้บริการทราบ
4.2 ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิและระบบควบคุมการทำงาน
สำนักวิทยบริการ ได้ดำเนินการพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ เพื่อใช้ภายในสำนักวิทยบริการในการควบคุมอุณหภูมิและทำการติดตั้งระบบดังกล่าวประกอบด้วย
4.2.1 ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิ จำนวน 4 จุด เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการของสำนักวิทยบริการทั้ง 2 อาคารที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย
4.2.2 ติดตั้งระบบควบคุมการทำงานของระบบ และได้กำหนดค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ระบบมีการแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้อง บนเว็บไซต์ http://space-ui.momoinfinitech.com/ui-signin.php ดังนี้

รูปที่ 1 แสดงหน้าจอการแสดงผลของระบบควบคุมการทำงาน

รูปที่ 2 แสดงขั้นตอนการทำงานของระบบ
5. ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินการติดตั้งระบบเพื่อใช้งานเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2564 และตั้งค่าระบบควบคุมการทำงานของระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ดังนี้
5.1 มีการแจ้งเตือนในเวลา 09.00 น. ของทุกวัน ซึ่งจากการใช้งานของระบบ สามารถแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้องใน เวลา 09.00 น. ของทุกวัน

รูปที่ 3 การแจ้งเตือนในเวลา 09.00 น. ของทุกวัน
5.2 มีการแจ้งเตือน กรณีอุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนด คือ 34 องศาเซลเซียส และแจ้งเตือนทุก 5 นาที และระบบสามารถแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้องเมื่ออุณหภูมิสูงกว่าที่กำหนด
5.3 มีการแจ้งเตือน กรณีอุณหภูมิต่ำกว่าที่กำหนด คือ 20 องศาเซลเซียส และแจ้งเตือนทุก 5 นาที และระบบสามารถแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้องเมื่ออุณหภูมิต่ำกว่าที่กำหนด
5.4 เปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสำนักวิทยบริการ ก่อนและหลังที่มีการนำระบบมาใช้งาน ในรอบปีงบประมาณ 2564 และ 2565 ในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนี้

รูปที่ 4 เปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้า ปีงบประมาณ 2564 และ 2565
ในรอบปีงบประมาณ 2564 และ 2565 ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เป็นช่วงของการให้บริการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 โดยให้บริการแบบออนไลน์เป็นหลัก และในการปีการศึกษา 2565 นี้จึงมีการให้บริการแบบออนไซต์ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ซึ่งจาก จากตารางที่ 1 และ รูปที่ 10 เป็นการเปรียบเทียบปริมาณการใช้ไฟฟ้าของสำนัก ก่อนและหลังที่มีการนำระบบมาใช้งาน พบว่า ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในภาพรวม มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ลดลงในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ยกเว้นในเดือนพฤศจิกายน มิถุนายน และกรกฎาคม มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นเล็กน้อยและสูงสุดที่ 20.43% ทั้งนี้เป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนของปีการศึกษาใหม่ 2565 และเป็นการเปิดให้บริการแบบออนไซต์เต็มรูปแบบทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นเล็กน้อย ส่วนในเดือนอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกันมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ลดลง โดยในเดือนมีนาคมสามารถลดได้สูงสุดถึง 83.31% รองลงมาคือเดือนตุลาคมลดลง 55.30% ทั้งนี้ในภาพรวมสามารถลดได้ถึง 44.03% เทียบกับปีที่ผ่านมา
6. สรุป
จากการพัฒนาระบบพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ พบว่าสำนักวิทยบริการสามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ถึง 44.03% ในช่วงเวลาเดียวกัน และให้บริการภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 แต่ในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2565 นั้นเป็นช่วงของการเปิดภาคเรียนของปีการศึกษาใหม่ 2565 และเป็นการเปิดให้บริการแบบออนไซต์เต็มรูปแบบทำให้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้จากเดิมที่ไม่มีระบบแจ้งเตือนอุณหภูมิ มีมาตรการควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศตามตามรางเวลาที่กำหนดอยู่แล้ว แต่เมื่อนำระบบมาใช้งานทำให้บุคลากรผู้รับผิดชอบในการ เปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ สามารถรับทราบอุณหภูมิได้แบบเรียลไทม์และตามเวลาที่กำหนด ทั้งนี้หากอุณหภูมิในจุดใดมีความผิดปกติเกิดขึ้นบุคลากรผู้รับผิดชอบก็สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามมาตรการประหยัดพลังงาน
7. ความสามารถในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ หรือต่อยอดเพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้าง (impact)
จากการพัฒนาระบบควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือต่อยอดต่อการพัฒนาองค์กรได้ทั้งในทางตรงและทางอ้อม ได้แก่