| 1. ถาม : | ออกนอกระบบคืออะไร ? |
| ตอบ : | การเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ |
|
| 2. ถาม : | ทำไมจึงเรียกว่านอกระบบ |
| ตอบ : | เป็นการเรียกกันต่อๆ มา ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด แต่จริงๆ แล้ว คือ นอกระบบราชการ และที่ถูกควรเรียกว่า "มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ" |
|
| 3. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะเป็นแบบเดียวกับมหาวิทยาลัยเอกชนใช่หรือไม่ |
| ตอบ : | ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเอกชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐยังคงเป็นหน่วยงานของรัฐ |
|
| 4. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐคืออะไร |
| ตอบ : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เป็นหน่วยงานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย และไม่ใช่
ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ การบริหารจัดการถือปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นเอง
|
|
| 5. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแตกต่างอย่างไรกับส่วนราชการ |
| ตอบ : | ส่วนราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของราชการเป็นหลัก แต่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้นเอง |
|
| 6. ถาม : | ทำไมมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจึงต้องตราพระราชบัญญัติขึ้นใหม่ |
| ตอบ : | พระบัญญัติมหาวิทยาลัย (พรบ.) ฉบับปัจจุบันกำหนดโครงสร้างการบริหารงานแบบส่วนราชการไม่สอดคล้องกับการบริหารมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จึงต้องร่าง พรบ. ฉบับใหม่ที่กำหนดรูปแบบการบริหารให้มีความคล่องตัว โดยสภามหาวิทยาลัยจะมีอำนาจการตัดสินใจสูงสุด |
|
| 7. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลเหมือนเดิมหรือไม่ |
| ตอบ : | รัฐบาลยังคงจัดสรรงบประมาณประจำปี ได้แก่ เงินเดือน ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ของพนักงานมหาวิทยาลัย |
|
| 8. ถาม : | เมื่อรัฐบาลจัดสรรประมาณให้แก่มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเป็นประจำทุกปี ยังต้องใช้ระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ |
| ตอบ : | รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นแบบเงินอุดหนุนทั่วไป และมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบริหารงบประมาณตามข้อบังคับ ระเบียบที่มหาวิทยาลัยกำหนดขึ้น ซึ่งจะมีความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณมากกว่าส่วนราชการ และหากมีงบประมาณคงเหลือสามารถเก็บสะสมได้ |
|
| 9. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะมีรายได้มาจากแหล่งใดบ้าง |
| ตอบ : | รายได้มาจาก 4 แหล่ง คือ
1) งบประมาณแผ่นดินที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
2) รายได้จากการดำเนินงาน
3) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย และ
4) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
|
|
| 10. ถาม : | ถ้ารายได้ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐไม่เพียงพอ จะทำอย่างไร |
| ตอบ : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐอาจต้องปรับระบบการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด (เพิ่มรายรับ ลดรายจ่าย) หรือขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือได้ตามความจำเป็น และเพียงพอ โดยระบุไว้ในกฎหมาย |
|
| 11. ถาม : | มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะต้องเอาเงินค่าหน่วยกิตนักศึกษามาจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการเพิ่มขึ้น ใช่หรือไม่ |
| ตอบ : | ไม่ใช่ ข้าราชการเมื่อปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลออกให้ทั้งหมด |
|
| 12. ถาม : | ค่าเทอมการศึกษา เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐจะมีการปรับค่าเทอมเพิ่มขึ้นหรือไม่ |
| ตอบ : | การกำหนดอัตราค่าเทอมการศึกษาเป็นอำนาจของมหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นส่วนราชการและมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ การจะขึ้นค่าเทอมการศึกษาไม่เกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ แต่การจะขึ้นค่าเทอมการศึกษา มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากสถานการณ์เป็นช่วง ๆ ไป ถึงแม้มหาวิทยาลัยเป็นส่วนราชการก็จำเป็นที่จะต้องขึ้นค่าเทอม เพราะอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทุกปี ดังนั้น เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ การขึ้นค่าเทอมก็จะขึ้นด้วยหลักการเดียวกันกับการเป็นส่วนราชการ คือ ขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ และค่าเทอมที่ปรับเพิ่มขึ้นจะใช้เฉพาะนักศึกษารุ่นที่เข้าศึกษาในปีที่ประกาศขึ้นไปเท่านั้น จะไม่ย้อนหลังกับนักศึกษาที่เข้าศึกษาก่อนปีที่ประกาศขึ้นค่าเทอม
|
|
| 13. ถาม : | ยังมีทุนให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือไม่ |
| ตอบ : | ยังมีทุนให้นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เหมือนเดิม และต้องกำหนดไว้ใน พรบ. มหาวิทยาลัยให้ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยส่งเสริมและสนับสนุนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้มีโอกาสสำเร็จการศึกษา |
|
| 14. ถาม : | ข้าราชการทุกรายจะต้องเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ |
| ตอบ : | ข้าราชการเฉพาะที่สมัครใจจะเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพเป็นลายลักษณ์อักษร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ |
|
| 15. ถาม : | อธิการบดีต้องเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ |
| ตอบ : | อธิการบดีที่เป็นข้าราชการ จะต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ |
|
| 16. ถาม : | แล้วผู้บริหารคนอื่น ๆ ต้องเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ |
| ตอบ : | ผู้บริหารตามที่พระบัญญัติกำหนดที่เป็นข้าราชการ จะต้องแสดงเจตนาเปลี่ยนสถานภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ |
|
| 17. ถาม : | ข้าราชการที่จะเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยต้องมีการประเมินหรือไม่ |
| ตอบ : | ข้าราชการที่จะเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามขอบเขตงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ หากมีข้าราชการยื่นขอเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยและก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายที่เกินขอบเขตงบประมาณที่ได้รับ มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ |
|
| 18. ถาม : | เงินเดือนของข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เงินเดือนจะได้รับเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนสุดท้ายที่เปลี่ยนสถานภาพ แต่จะได้รับเพิ่มขึ้นอัตราร้อยละเท่าใดเป็นไปตามงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ และวิธีการบริหารงบประมาณของมหาวิทยาลัย |
|
| 19. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้บำเหน็จบำนาญด้วยหรือไม่ |
| ตอบ : | หากมีอายุราชการ ๑๐ ปีขึ้นไป สามารถเลือกได้ว่าจะรับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ และถ้ารับราชการมา ๒๕ ปีขึ้นไป ก็จะได้รับเงินบำนาญ |
|
| 20. ถาม : | บำนาญจะได้รับเท่าไหร่ |
| ตอบ : | สูตรโดยทั่วไป คือ (เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ) / ๕๐ |
|
| 21. ถาม : | ถ้าออกจาก กบข. จะคำนวณเงินบำนาญอย่างไร |
| ตอบ : | โดยสรุปคือ
๑. กรณีที่เลือกออกจาก กบข. และขอรับบำนาญอย่างเดียว
สูตร คือ (เงินเดือนเดือนสุดท้าย x อายุราชการ) / ๕๐
๒. กรณีขอรับทั้งบำนาญ และ กบข.
สูตร คือ เงินบำนาญ = (เงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย × อายุราชการ)/๕๐ แต่จะต้องไม่เกิน ๗๐% ของเงินเดือนเฉลี่ย ๖๐ เดือนสุดท้าย
สำหรับ เงิน กบข. จะประกอบด้วยเงินประเดิม เงินชดเชย เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ ซึ่งหากใครมีใบแจ้งยอดเงินสมาชิกของ กบข. ให้ดูบรรทัดสุดท้ายของช่องสุดท้ายจะมีตัวเลขยอดนี้อยู่
|
|
| 22. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว จะยังคงเป็นสมาชิก กบข. ได้หรือไม่ และผลจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เป็นสมาชิก กบข. ต่อไปได้ แต่ยังไม่ได้บำนาญ แต่ได้นับอายุราชการต่อ และจะได้รับบำนาญเมื่อเกษียณ |
|
| 23. ถาม : | หากข้าราชการมีอายุราชการเหลือน้อย เช่น อีก ๕ ปีเกษียณอายุ จำเป็นต้องเปลี่ยนสถานภาพหรือไม่ หรือเลือกได้ว่าคงอยู่ในราชการต่อไป |
| ตอบ : | การเปลี่ยนสภาพจากข้าราชการไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ สามารถเป็นข้าราชการได้จนเกษียณอายุ |
|
| 24. ถาม : | เมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว การประเมินข้าราชการเพื่อเปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ถ้าหากไม่มีการพัฒนางาน และเมื่อประเมินแล้วได้คะแนนน้อยต้องพิจารณาอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 25. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้สิทธิอะไรบ้าง |
| ตอบ : | ได้สิทธิดังนี้
๑. เป็นข้าราชการบำนาญ
๒. ได้เงินบำเหน็จหรือบำนาญตามสิทธิ เว้นแต่ประสงค์จะเป็นสมาชิก กบข. ต่อ
๓. มีสวัสดิการของข้าราชการบำนาญ เช่น สิทธิในการรักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร
๔. ได้เงินเดือน และค่าตอบแทน ไม่น้อยกว่าเดิม
๕. ไม่ต้องเข้าประกันสังคม เว้นแต่สมัครใจ
ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ
|
|
| 26. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าเป็น กบข. ต่อ จะเบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ |
| ตอบ : | ใช้สิทธิเสมือนเป็นข้าราชการบำนาญ และเบิกค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิเช่นเดิม |
|
| 27. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ยังรักษาพยาบาลตัวเอง พ่อ แม่ และลูกได้เหมือนเดิมหรือไม่ |
| ตอบ : | ได้เหมือนเดิม ใช้สิทธิในฐานะข้าราชการบำนาญ |
|
| 28. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้าไม่ได้เข้าประกันสังคม จะใช้สิทธิอะไรในเรื่องการรักษาพยาบาล |
| ตอบ : | ใช้สิทธิข้าราชการบำนาญ และหากต้องการเข้าประกันสังคม ก็สมัครเข้าได้โดยสมัครใจ |
|
| 29. ถาม : | พนักงานมหาวิทยาลัยในตอนนี้ เมื่อมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้วจะได้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง |
| ตอบ : | พนักงานมหาวิทยาลัยมีสถานะภาพและเงินเดือนเท่าเดิม แต่ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดทำขึ้นจะออกมาเพื่อการบริหารพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นหลัก |
|
| 30. ถาม : | กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มหาวิทยาลัยจะจัดตั้งขึ้นจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | โดยสรุปคือหักเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยจ่ายสมทบ ตามอัตราที่กำหนด สำหรับการบริหารมอบให้ผู้บริหารกองทุนที่เป็นบริษัทบริหาร |
|
| 31. ถาม : | เงินค่าตอบแทนตำแหน่งชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ยังมีหรือไม่ |
| ตอบ : | มี กรณีบุคลากรยังคงสภาพเป็นข้าราชการ ก็ยังคงได้เหมือนเดิม และกรณีที่ปรับสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย สิทธิประโยชน์ที่ได้รับยังคงเดิม |
|
| 32. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว จะได้ passport น้ำเงินหรือไม่ |
| ตอบ : | ได้เหมือนเดิม เพราะพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ |
|
| 33. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ใช้ตัวเองไปประกันคนอื่นเหมือนข้าราชการได้หรือไม่ |
| ตอบ : | ได้เหมือนเดิม |
|
| 34. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องทำสัญญาเป็นช่วงๆ แบบเดียวกับพนักงานมหาวิทยาลัยก่อนหน้านี้หรือไม่ |
| ตอบ : | จากการศึกษา พบว่า มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐส่วนมากจะกำหนดให้ผู้ที่เปลี่ยนสถานภาพภายใน ๑ ปี ไม่ต้องทำสัญญาเป็นช่วงๆ แต่จะอยู่ได้จนถึงอายุ ๖๐ ปี |
|
| 35. ถาม : | ข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแล้ว จะมีการประเมินเหมือนพนักงานหรือไม่ |
| ตอบ : | จากการศึกษา พบว่า มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐส่วนมากจะกำหนดให้มีระบบการประเมิน
ทุก ๆ ๕ ปี เพื่อดูว่าผู้ที่เปลี่ยนสถานภาพแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
|
|
| 36. ถาม : | เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแล้ว พนักงานมหาวิทยาลัยจะโดนกลั่นแกล้งหรือไม่ |
| ตอบ : | การบริหารยึดหลักธรรมาภิบาลเหมือนเดิม และมีระบบอุทธรณ์และร้องทุกข์ โดยมีคณะกรรมการอุทธรณ์ร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยที่มีอิสระและเป็นกลางด้วย |
|
| 37. ถาม : | ภาระงานของบุคลากรทั้งสายวิชาการและสายสนับสนุนจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 38. ถาม : | การขึ้นเงินเดือนจะเป็นไง |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 39. ถาม : | การขอตำแหน่งทางวิชาการจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | จะรวดเร็วขึ้น เพราะเมื่อเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว สามารถใช้ Reader นอกบัญชีรายชื่อของ สกอ. ได้ |
|
| 40. ถาม : | ตำแหน่งศาสตราจารย์ยังโปรดเกล้าได้เหมือนเดิม |
| ตอบ : | เหมือนเดิม |
|
| 41. ถาม : | เครื่องราชฯ และสายสะพายของข้าราชการที่เปลี่ยนสถานภาพ เป็นอย่างไร |
| ตอบ : | สิทธิประโยชน์ในด้านนี้จะลดลง อธิการบดีจะได้เครื่องราชฯ สูงสุดคือสายสะพายสาย ๑ อาจารย์ที่เป็นศาสตราจารย์จะได้เครื่องราชสูงสุด คือ สายสะพายสาย ๒ จากแต่เดิมที่ข้าราชการตั้งแต่ซี ๙ มีสิทธิได้สายสะพายถึงสาย ๔ เรื่องนี้ทาง ทปอ. กำลังขอรัฐบาลให้ใช้ระบบเหมือนเดิม |
|
| 42. ถาม : | ข้าราชการที่ไม่เปลี่ยนสถานภาพ ระบบบริหารบุคคลจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เหมือนเดิม คือ ยังคงใช้พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาฯ |
|
| 43. ถาม : | พนักงานมหาวิทยาลัยเดิมจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เหมือนเดิม |
|
| 44. ถาม : | ลูกจ้างชั่วคราว จะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เหมือนเดิม |
|
| 45. ถาม : | ลูกจ้างประจำของส่วนราชการจะขอเปลี่ยนเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยได้ด้วยหรือไม่ |
| ตอบ : | ลูกจ้างประจำ หากเปลี่ยนสถานะภาพเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย สวัสดิการต่างๆ ที่ลูกจ้างประจำเคยได้รับจะหมดไป ดังนั้น จึงต้องศึกษาก่อนกำหนดใน พรบ. และจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล |
|
| 46. ถาม : | พนักงานเงินรายได้จะเปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยด้วยหรือไม่ |
| ตอบ : | เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งหมด แต่ได้รับเงินจากคนละแหล่งรายได้ ทั้งนี้ เมื่อมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เงินงบประมาณแผ่นดินที่ได้รับจัดสรรจะถือเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย |
|
| 47. ถาม : | พนักงานเงินรายได้เมื่อเปลี่ยนไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้เงินเดือนเท่ากับพนักงานมหาวิทยาลัยหรือไม่ |
| ตอบ : | ปัจจุบันได้รับเท่ากัน ในอนาคตก็ควรจะเท่ากัน |
|
| 48. ถาม : | วาระของอธิการบดีเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะกำหนดใน พรบ. ถ้าเหมือนเดิม คือ ๔ ปี |
|
| 49. ถาม : | วาระของอธิการบดีนับต่อเนื่องก่อน พรบ. ออกนอกระบบหรือไม่ |
| ตอบ : | นับต่อเนื่องกัน อธิการบดีอยู่ได้ไม่เกิน ๒ วาระ เมื่อครบวาระ อธิการบดีจะเป็นต่ออีกไม่ได้ |
|
| 50. ถาม : | วาระของคณบดีเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะกำหนดใน พรบ. ถ้าเหมือนเดิม คือ ๔ ปี |
|
| 51. ถาม : | ระบบบริหารบุคคลของมหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 52. ถาม : | พนักงานมหาวิทยาลัย มีตำแหน่งทางวิชาการเหมือนเดิมหรือไม่ |
| ตอบ : | เหมือนเดิม |
|
| 53. ถาม : | ยังใช้ตำแหน่งเป็นคำนำหน้านามได้หรือไม่ |
| ตอบ : | ยังใช้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นคำนำหน้านามได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย |
|
| 54. ถาม : | พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทสนับสนุนมีตำแหน่งชำนาญการ เชี่ยวชาญหรือไม่ |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 55. ถาม : | ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 56. ถาม : | การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ที่ยังเป็นข้าราชการกับผู้ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยเหมือนกันหรือไม่ |
| ตอบ : | เหมือนกัน |
|
| 57. ถาม : | ยังมีระบบการลาไปศึกษาต่อภายในประเทศหรือต่างประเทศหรือไม่ |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 58. ถาม : | ค่าตอบแทน สวัสดิการ ของพนักงานมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 59. ถาม : | ในอนาคตมหาวิทยาลัยจะกู้เงินและออกพันธบัตรได้หรือไม่ |
| ตอบ : | ได้ เพราะเป็นนิติบุคคล |
|
| 60. ถาม : | งบประมาณที่รัฐบาลจะให้ มหาวิทยาลัยจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เป็นระบบ Block Grant คือ มหาวิทยาลัยจะได้มาเป็นก้อน แล้วมหาวิทยาลัยสามารถปรับและนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เงินเหลือสามารถสะสมได้ไม่ต้องคืนรัฐบาล |
|
| 61. ถาม : | จะมีการยุบเลิกคณะ สำนัก สถาบัน ใดหรือไม่ |
| ตอบ : | หน่วยงานทั้งหมดยังเหมือนเดิม เว้นแต่ในอนาคตอาจมีการปรับเปลี่ยนให้มีประสิทธิภาพโดยมติของสภามหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ขึ้นกับสภาวการณ์ในขณะนั้น |
|
| 62. ถาม : | การแต่งตั้ง คณบดีและระบบการสรรหาจะเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | คณบดีได้รับการแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยเหมือนเดิม แต่หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 63. ถาม : | คณะกรรมการประจำคณะยังมีอยู่หรือไม่ |
| ตอบ : | มี คณบดีเป็นประธาน แต่หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 64. ถาม : | วาระการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการสำนัก สถาบันเหมือนเดิมหรือไม่ |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะกำหนดใน พรบ. ถ้าเหมือนเดิม คือ ๔ ปี แต่หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 65. ถาม : | การสรรหาและการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนัก/สถาบันเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 66. ถาม : | คณะกรรมการประจำสำนัก/สถาบันยังมีอยู่หรือไม่/แตกต่างจากเดิมอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 67. ถาม : | มหาวิทยาลัย ต้องร่างระเบียบข้อบังคับใหม่ทั้งหมดใช่หรือไม่ |
| ตอบ : | ใช่ |
|
| 68. ถาม : | ใครเป็นผู้มีอำนาจออกข้อบังคับมหาวิทยาลัย |
| ตอบ : | สภามหาวิทยาลัย โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย |
|
| 69. ถาม : | ระเบียบข้อบังคับเหล่านี้ต้องทำเสร็จเมื่อไหร่ |
| ตอบ : | ข้อบังคับที่สำคัญต้องทำให้เสร็จก่อน พรบ. มีผลใช้บังคับ และต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย |
|
| 70. ถาม : | ในการยกร่างข้อบังคับ มหาวิทยาลัยจะมีการรับฟังความเห็นหรือจัดประชาพิจารณ์หรือไม่ |
| ตอบ : | ถ้าข้อบังคับนั้นเกี่ยวข้องกับประชาคมกลุ่มใด จะจัดให้ประชาคมกลุ่มนั้นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างแน่นอน |
|
| 71. ถาม : | ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบข้อบังคับใหม่จะทำอย่างไร |
| ตอบ : | ถือปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเดิม |
|
| 72. ถาม : | สภามหาวิทยาลัยจะมีองค์ประกอบและหน้าที่อย่างไรบ้าง |
| ตอบ : | ตามที่กำหนดใน พรบ. (อยู่ระหว่างจัดทำ) |
|
| 73. ถาม : | ระบบการสรรหาอธิการบดีเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | ขึ้นอยู่กับข้อบังคับมหาวิทยาลัยที่จะจัดทำขึ้น |
|
| 74. ถาม : | องค์การนักศึกษาและสภานักศึกษายังคงมีอยู่หรือไม่ |
| ตอบ : | มี |
|
| 75. ถาม : | ครุยมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร |
| ตอบ : | เหมือนเดิม |
|
| 76. ถาม : | เปลี่ยนสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้ว แล้วมหาวิทยาลัยจะเจริญก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนหรือไม่ |
| ตอบ : | ระบบมีความคล่องตัวมากขึ้น เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาในสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วน ผู้บริหารต้องบริหารตามหลักธรรมาภิบาล บุคลากรปฏิบัติตามภาระหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนา มหาวิทยาลัยจะก้าวหน้าอย่างแน่นอน |
|
| |
|