ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
TH EN
กองกลาง สำนักงานมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

ภาพกิจกรรม

ม.อุบลฯ ผนึกกำลังโรงพยาบาลวารินชำราบ ขับเคลื่อน AI ทางการแพทย์ ทีมวิจัย AIO Lab นำเสนอนวัตกรรมอัจฉริยะ ยกระดับการวินิจฉัยโรคและการบริหารจัดการผู้ป่วย สู่ระบบบริการสุขภาพแห่งอนาคต

  • ผู้โพสต์: เพลิน วิชัยวงศ์
  • วันที่: 5 พฤศจิกายน 2569, 20:57:46
  • จำนวนผู้อ่าน: 22
แชร์ข่าวนี้

ม.อุบลฯ ผนึกกำลังโรงพยาบาลวารินชำราบ ขับเคลื่อน AI ทางการแพทย์ ทีมวิจัย AIO Lab นำเสนอนวัตกรรมอัจฉริยะ ยกระดับการวินิจฉัยโรคและการบริหารจัดการผู้ป่วย สู่ระบบบริการสุขภาพแห่งอนาคต
               มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยห้องปฏิบัติการวิจัยปัญญาประดิษฐ์และการหาค่าเหมาะที่สุด (Artificial Intelligence Optimization Laboratory: AIO Lab) คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้จัดประชุมหารือความร่วมมือทางวิชาการและนำเสนอนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ ร่วมกับ โรงพยาบาลวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ทวนทอง จุฑาเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ระพีพันธ์ ปิตาคะโส หัวหน้าห้องปฏิบัติการวิจัย AIO Lab นำคณะนักวิจัยและคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญแบบสหสาขาวิชา ทั้งจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และคณะบริหารศาสตร์ เข้าร่วมประชุม ในการนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สถาพร มณี รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลวารินชำราบ พร้อมด้วยคณะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ร่วมให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการพัฒนาระบบงาน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา
              การประชุมดังกล่าว มีเป้าหมายหลักในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหลักการวิศวกรรมอุตสาหการเข้ากับบริบทการทำงานจริงของโรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ และขับเคลื่อนสู่ระบบบริการสุขภาพอัจฉริยะ (Smart Healthcare) ที่ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการอย่างเป็นรูปธรรม 
               ภายในงาน ทีมวิจัย AIO Lab ได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ปัญหาจริงในสถานพยาบาล ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 
              1. ระบบปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการวินิจฉัยโรค (AI-Assisted Medical Diagnosis): นวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้เทคนิค Machine Learning และ Deep Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ การคัดกรองโรค และการประเมินความผิดปกติเบื้องต้น เพื่อช่วยลดภาระงานด้านการประมวลผลข้อมูล เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญ และสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกของแพทย์ได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ 
              2. DynaFlow ระบบอัจฉริยะเพื่อบริหารจัดการคิวและกระบวนการไหลของผู้ป่วย: โปรแกรมที่บูรณาการเทคโนโลยี AI ร่วมกับหลักวิศวกรรมอุตสาหการ ทฤษฎีแถวคอย (Queuing Theory) และเทคนิคการหาค่าเหมาะที่สุด (Optimization) เข้ามาช่วยวิเคราะห์กระบวนการบริการ วางแผนจัดลำดับการดูแลผู้ป่วย และจัดสรรทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า มุ่งลดระยะเวลารอคอย ลดความแออัดในแผนกต่าง ๆ และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาและบุคลากร 
              3. นวัตกรรม AI สนับสนุนระบบงานและการบริหารจัดการทรัพยากร: โปรแกรมและเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนของบุคลากร เพิ่มความแม่นยำในการจัดสรรทรัพยากรของโรงพยาบาล และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง 
จุดเด่นของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ คือการดำเนินงานในรูปแบบงานวิจัยสหสาขาวิชา (Multidisciplinary Research) ที่เปิดโอกาสให้บุคลากรหน้างาน ทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจริง ได้ร่วมสะท้อนปัญหาและข้อจำกัดในพื้นที่ เพื่อนำมาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้นในการวิจัยและพัฒนาระบบร่วมกับนักวิจัย ทำให้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงตรงตามบริบทของโรงพยาบาล 
             ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและโรงพยาบาลวารินชำราบ นับเป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาพื้นที่ ที่มุ่งนำงานวิจัยและเทคโนโลยีขั้นสูงมาสร้างประโยชน์ต่อสังคม โดยทั้งสองหน่วยงานเตรียมเดินหน้าขยายผลการศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาโครงการวิจัยร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมยกระดับระบบบริการสาธารณสุขและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน 
แชร์ข่าวนี้

กลับหน้าแรก