โพสต์โดย : เพลิน วิชัยวงศ์ วันที่ 23 มิถุนายน 2569 , 14:57:13 (อ่าน 21 ครั้ง)
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย ดร.องอาจ เทียบเกาะ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ (Invited Speaker) ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ “The 1st International Conference on Materials Innovation and Technology: ICMIT 2026” ในหัวข้อด้านวัสดุชีวภาพและนาโนเทคโนโลยี ณ VinUniversity กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 10-12 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่รวบรวมนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ผู้นำภาคธุรกิจ และบรรณาธิการวารสารวิชาการชั้นนำจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางนวัตกรรมวัสดุ โดยมีประธานร่วมการประชุมที่มีชื่อเสียงระดับโลก ได้แก่ ศาสตราจารย์คอนสแตนติน โนโวเซลอฟ (Professor Konstantin Novoselov) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2010 และศาสตราจารย์ฟาน มัญ เฮือง (Professor Phan Manh Huong) นักวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุศาสตร์ที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่ม Top 1% ของโลก และผู้อำนวยการศูนย์ Materials Innovation and Technology หรือ CMIT แห่ง VinUniversity หัวข้อสำคัญของการประชุมครอบคลุมประเด็นด้านวัสดุศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงหลากหลายสาขา อาทิ เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ วัสดุแรร์เอิร์ธและเทคโนโลยีรีไซเคิล แบตเตอรี่และพลังงานสะอาด เทคโนโลยีควอนตัม และวัสดุอัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาวัสดุศาสตร์สมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นวัตกรรม สุขภาพ และความยั่งยืนในอนาคต
ในการนำเสนอ ดร.องอาจ เทียบเกาะ ได้นำเสนองานวิจัยเรื่อง “Portable Giant Magnetoimpedance Biosensing Systems for Field-Deployable Infectious Disease Screening” ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบไบโอเซนเซอร์แบบพกพาที่อาศัยเทคโนโลยีแมกนีโตอิมพีแดนซ์ หรือ Giant Magnetoimpedance: GMI สำหรับการคัดกรองวัณโรคระยะแฝงในภาคสนาม โดยใช้โปรตีนฮีทช็อค 16.3 เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเป้าหมาย งานวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีแมกนีโตอิมพีแดนซ์ความไวสูงในการพัฒนาเป็นเครื่องมือตรวจคัดกรองวัณโรคแบบพกพา ต้นทุนต่ำ และเหมาะสำหรับการใช้งาน ณ จุดดูแลผู้ป่วย หรือในพื้นที่ภาคสนาม อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านฟิสิกส์ของวัสดุแม่เหล็กเข้ากับการพัฒนานวัตกรรมทางชีวการแพทย์และการวินิจฉัยโรคติดเชื้อ
ความสำเร็จในครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจและเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของคณาจารย์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการพัฒนางานวิจัยเชิงนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาและสร้างประโยชน์ต่อสังคมในระดับโลกต่อไป