โพสต์โดย : เพลิน วิชัยวงศ์ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 , 11:19:57 (อ่าน 76 ครั้ง)
ทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีจัดงานมหกรรมเมืองสมุนไพร จังหวัดอำนาจเจริญ ประจำปี 2569ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร : อนาคตเกษตรและสมุนไพรกับการจัดการสังคมที่ยั่งยืน”ดำเนินงานภายใต้ชุดโครงการการพัฒนาพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนบนฐานเศรษฐกิจชุมชน จังหวัดอำนาจเจริญ ระยะที่ 2 ปีที่ 3 โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่(บพท.) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย อันพิมพ์ คณบดีคณะบริหารศาสตร์ หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวต้อนรับ รับเกียรติจาก นายไพฑูรย์ พรหมสอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานเปิดงาน และ ศาสตราจารย์ ดร.ทวนทอง จุฑาเกตุ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน ณ ลานกิจกรรม บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาอำนาจเจริญเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
ศาสตราจารย์ ดร.ทวนทอง จุฑาเกตุ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นกิจกรรมสำคัญของโครงการวิจัยห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพรจังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ปีที่ 6 โดยมุ่งขับเคลื่อนตามนโยบาย “เมืองสมุนไพร (Herbal City)” ที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ เน้นการสร้างมาตรฐาน เพิ่มมูลค่า และพัฒนาสมุนไพรตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยทีมวิจัยได้ใช้แนวคิด “เมืองสมุนไพร” เป็นกลไกในการพัฒนาศักยภาพชุมชนและผู้นำชุมชน เพื่อโอบอุ้มกลุ่มคนจน กลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาส ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า อาทิ การปลูกตะไคร้ ข่า ผักแปลงรวม การแปรรูปผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาเมนูอาชีพต่าง ๆ ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นและคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนงานดังกล่าวอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน ชุมชน ภาคประชาสังคม มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยเครือข่าย โดยโครงการได้ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรภายใต้แนวคิด “ห่วงโซ่คุณค่า” ให้ครัวเรือนยากจนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการผลิต ตั้งแต่การปลูก ตัดแต่ง แปรรูป จนถึงการจัดจำหน่าย ผ่านความร่วมมือกับองค์กรชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้นำท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนักวิจัยพื้นที่อาสาสมัคร ทำให้เกิดผลผลิตหลากหลาย เช่น ตะไคร้ ข่า ปุ๋ยหมัก ผักพื้นบ้าน สินค้าชุมชน และผลิตภัณฑ์แปรรูปที่สามารถจำหน่ายทั้งในชุมชนและตลาดกลางค้าส่ง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายทางเพื่อสร้างยอดขายในวงกว้าง อันจะกระตุ้นความต้องการวัตถุดิบสมุนไพรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย อันพิมพ์ หัวหน้าทีมนักวิจัย กล่าวว่า ทีมนักวิจัยจากคณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้แก่ อาจารย์ฐิติ ราศีกุล, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ใจแก้ว แถมเงิน, อาจารย์ปดิวรดา ล้อมลาย ได้ส่งเสริมการพัฒนาทักษะความฉลาดรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ผ่านกิจกรรมการออมของกลุ่มออมกองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนเมือง อำเภอเมือง กลุ่มออมครัวเรือนยากจนผักแปลงรวม อำเภอเสนางคนิคม และกลุ่มออมครัวเรือนยากจนกลุ่มตะไคร้ ตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน พร้อมทั้งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอำนาจเจริญ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในการสนับสนุนช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมาย ทั้งด้านที่อยู่อาศัย สาธารณสุข และการสงเคราะห์ด้านต่าง ๆ อีกด้วย
สำหรับกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การออกบูธแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์ในเครือข่ายห่วงโซ่คุณค่าสมุนไพร จำนวน 15 บูธ ได้แก่ สินค้าของกลุ่มเกษตรกรผักแปลงรวมตำบลเสนางคนิคม อำเภอเสนางคนิคม กลุ่มสมุนไพรตำบลป่าก่อ อำเภอชานุมาน ตลอดจนสินค้าของผู้ประกอบการและผู้นำชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนา 2 หัวข้อ ได้แก่ “ทางออกการแก้จนของจังหวัดอำนาจเจริญ” และ “คุณภาพชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของกลุ่มเป้าหมาย” เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการและร่วมกันกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของการบูรณาการงานวิจัยกับการพัฒนาพื้นที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรท้องถิ่น และเสริมพลังชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญให้ก้าวสู่การเป็น “เมืองสมุนไพร” อย่างมั่นคงและยั่งยืน