โพสต์โดย : ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร วันที่ 18 ธันวาคม 2568 , 11:16:29 (อ่าน 84 ครั้ง)
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ
พระครูโกศลสิกขกิจ (พุฒ อาจหาญ) ฉายา วายาโม
ถวายรางวัลรัตโนบล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘
-------------------------------------
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีความยินดีประกาศเกียรติคุณเพื่อเชิดชูเกียรติ พระครูโกศลสิกขกิจ (พุฒ อาจหาญ) ฉายา วายาโม ที่ได้รับถวายรางวัลรัตโนบล คณะบริหารศาสตร์ โดย สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้พิจารณาอนุมัติถวายรางวัลรัตโนบล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ แด่พระครูโกศลสิกขกิจ (พุฒ อาจหาญ) ฉายา วายาโม ที่ได้ตั้งมั่นในพระธรรมวินัย กอปรด้วย สติปัญญา ใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการบริหารวัดควบคู่กับการพัฒนาชุมชน จนเกิดเป็นโครงการต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม ได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนจนเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นที่ประจักษ์ มีผลงานทางวิชาชีพที่มีคุณภาพอันเป็นที่ยอมรับของชุมชน สังคม ประเทศชาติ มีคุณงามความดีที่ได้รับการยกย่องในระดับชาติหรือนานาชาติ อุทิศตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมหรือมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอและมีความประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่บุคคลทั่วไป โดยจะเข้ารับพระราชทานถวายรางวัลรัตโนบล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ ในวันพุธที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
พระครูโกศลสิกขกิจ มีนามเดิมว่า พุฒ อาจหาญ เกิดเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ ปัจจุบันอายุ ๗๑ ปี ที่จังหวัดสุรินทร์ อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๘ ณ วัดเมืองเดช อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี สำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นเอก พ.ศ. ๒๕๓๑ หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยาการ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ และหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ พ.ศ. ๒๕๖๗ ดำรงตำแหน่งพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท พ.ศ. ๒๕๕๙ เจ้าอาวาสวัดไพรพัฒนา พ.ศ. ๒๕๕๑ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ชั้นเอกพิเศษ พ.ศ. ๒๕๕๙ ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่าพลาญเพชร พ.ศ. ๒๕๖๕ และ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นพิเศษ พ.ศ. ๒๕๖๖ ในราชทินนามเดิม
พระครูโกศลสิกขกิจ เป็นศิษย์เอกผู้สืบสานปณิธานของหลวงปู่สรวง พระเกจิอาจารย์ผู้ที่ชาวไทยและต่างประเทศเคารพศรัทธาแห่งวัดไพรพัฒนา ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระครูผู้มีความกตัญญูเป็นเลิศ” โดยเป็นประธานจัดงานพิธีไหว้ครูบูชาคุณหลวงปู่สรวง เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อบูรพาจารย์อย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องมากว่า ๒๑ ปี อีกทั้งยังส่งเสริมให้จัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และได้อุทิศตนเพื่อการพัฒนาวัดไพรพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยนำพาพุทธศาสนิกชนก่อสร้างและบูรณะถาวรวัตถุสำคัญ เช่น มหาวิหารพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์ อาคารกุฏิสงฆ์ อาคารอเนกประสงค์ โรงครัว โรงเก็บน้ำดื่ม โรงสีข้าวเพื่อชุมชน และศาลาปฏิบัติธรรม เพื่อรองรับการประกอบศาสนกิจและการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งจัดโครงการอบรมศีลธรรมแก่พระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไป เพื่อขัดเกลาจิตใจและสร้างความสงบสุขในสังคม ด้วยคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ คณะผู้แทนวัฒนธรรมจาก ๑๐ ประเทศ ได้มีมติแต่งตั้งให้ท่านเป็น “ผู้ประกาศสันติภาพโลก” (World Peace Announcer)
นอกจากนี้ พระครูโกศลสิกขกิจ ยังเป็นพระนักพัฒนาผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ได้ประยุกต์ใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการบริหารวัดควบคู่กับการพัฒนาชุมชน จนเกิดเป็นโครงการต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์สุขให้แก่สังคมอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ เป็นผู้นำในการสร้างบ้านให้ผู้ยากไร้ ศาลาปฏิบัติธรรมในเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ สร้างโดมอเนกประสงค์มอบเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต ๔ พื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ สร้างอาคารและเครื่องมือฟอกไต โรงพยาบาลรัตนะ จังหวัดสุรินทร์ จัดตั้งศูนย์พักคอยสำหรับผู้ป่วยโควิด-๑๙ ในช่วงการระบาด ก่อสร้างบ้านให้ผู้ประสบภัยสงครามตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จัดหาทุนทรัพย์เพื่อสร้างหอประชุมให้แก่โรงเรียน บริจาคเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล ไถ่ชีวิตโค-กระบือ มอบแก่เกษตรกรเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต นำคณะศิษย์เข้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยอย่างสม่ำเสมอ เป็นผู้นำชาวบ้านและส่วนราชการร่วมกันปลูกต้นพะยูงและต้นยางนาเป็นจำนวนมากกว่า ๑๐,๕๐๐ ต้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ และเป็นการฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่ชายแดน ตลอดจนได้นำหลักธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของคน ในชุมชน และเป็นผู้นำในการจัดทำโครงการป้องกันปัญหายาเสพติดช่วยให้เยาวชนห่างไกลจากอบายมุข อีกทั้งยังได้เป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้ง “ตลาดประชารัฐ ตลาดต้องชม ตลาดบายตึ๊กเจีย” บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ สามารถจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว ถือเป็นการสร้างแลนด์มาร์คสำคัญ ที่สร้างความเจริญให้แก่พื้นที่ชายแดน
พระครูโกศลสิกขกิจ ได้ส่งเสริมการศึกษาอย่างรอบด้านด้วยตระหนักว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยดำรงตนเป็นครูสอนพระปริยัติธรรมและทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจข้อสอบธรรมและบาลีสนามหลวง เพื่อรักษามาตรฐานและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของพระภิกษุสามเณรอย่างต่อเนื่อง ก่อตั้งสถานศึกษาเพื่อมอบโอกาสให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลและตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประกอบด้วย โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนอนุบาลหลวงปู่สรวง และวิทยาลัยเทคโนโลยีหลวงปู่สรวง วัดไพรพัฒนา ซึ่งเปิดสอนในระดับอาชีวศึกษา ช่วยทำให้เยาวชนมีวิชาชีพติดตัว สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ มอบทุนการศึกษาให้แก่พระภิกษุสามเณรและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์มาโดยตลอด สร้างอาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดไพรพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอาคารเรียนพระบาลีเฉลิมพระเกียรติ ๗๐ พรรษา พร้อมทั้งมอบอาคารหอประชุม ให้แก่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ นอกจากนี้ พระครูโกศลสิกขกิจยังสนับสนุนการจัดการศึกษาและกิจการของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เช่น การร่วมกิจกรรมงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตร วันสงกรานต์ และงานทำบุญอุทิศให้ร่างอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข การมอบทุนสนับสนุนด้านการแพทย์และสาธารณสุข การมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษา เป็นต้น
พระครูโกศลสิกขกิจ เป็นผู้มีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต อุทิศตนทำงานเพื่อชุมชน เป็นแบบอย่างที่ดีในการครองตน ครองคน และครองงาน ได้รับการยกย่องจากคณะสงฆ์ หน่วยงานราชการ และประชาชนทั่วไปได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนเกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นที่ประจักษ์ มีผลการดำเนินการที่ทรงคุณค่าและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ด้วยคุณูปการดังกล่าว สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการประชุมครั้งที่ ๑๐/๒๕๖๘ (ลับ) เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๘ จึงถวายรางวัลรัตโนบล แด่ พระครูโกศลสิกขกิจ (พุฒ อาจหาญ) ฉายา วายาโม เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูผู้สร้างคุณูปการต่อสังคมและและประกาศเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป
--------------------------------------
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2567