โพสต์โดย : ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร วันที่ 13 ธันวาคม 2568 , 07:31:28 (อ่าน 136 ครั้ง)
ทีมนักวิจัย ม.อุบลฯ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
“ผงโรยข้าวหอมเอิน”
---------------------------------------
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยคณะผู้วิจัยโครงการวิจัย “การสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน” ทุนอุดหนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรา หัตถสิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผู้จัดการโครงการวิจัยฯ พร้อมคณะผู้วิจัยฯ ลงพื้นที่เชิญชวน นางสาววสุนันท์ กอมณี (นินิว) ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เข้าร่วมโครงการและได้รับแรงบันดาลใจจาก ทีมวิจัย ม.อุบลฯ นำ “ปลายี่สก” หรือที่ชาวพื้นถิ่นเรียกว่า "ปลาเอิน" มาพัฒนาเป็น “ผงโรยข้าวหอมเอิน” โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและต่อยอดทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นในอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
นางสาววสุนันท์ กอมณี(นินิว) ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เล่าถึงที่มาและในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ “ผงโรยข้าวหอมเอิน”ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและผู้ประกอบการท้องถิ่น "ผงโรยข้าว หอมเอิน" บางครั้งก็ถูกเรียกว่า "ผงปลาเอิน" หรือ "ผงปลาหอมเอิน"โดยการนำ “ปลายี่สก” หรือที่ชาวพื้นถิ่นเรียกว่า "ปลาเอิน" เป็นปลาที่ได้จาก แม่น้ำโขง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นปลาพื้นถิ่นแท้ ๆซึ่งปลาที่นำมาทำ ปลาเอินบางส่วนได้มาจากคุณพ่อของน้องนินิวที่เป็นผู้ประกอบการฯ จับมาได้เองจากแม่น้ำโขงจะไม่ใช้ปลาเลี้ยง จึงไม่มีสารเคมี
“ผงโรยข้าว หอมเอิน” มีวิธีทำโดยการนำ “ปลาเอิน” หรือ “ปลายี่สก” ซึ่งเป็นปลาที่มีคุณสมบัติของเนื้อปลาที่แน่นและอร่อยกว่าปลาทั่วไปและมีโอเมก้า “ผงโรยข้าว หอมเอิน”(สูตรลาบเตี้ย) จะใช้เฉพาะส่วนของเนื้อปลาจากนั้น นำสมุนไพรและวัตถุดิบเสริมที่ได้จากสวนสมุนไพรที่ปลูกไว้บริเวณบ้าน ได้แก่ พริก หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และสาระแหน่มาอบแห้ง เตรียมส่วนผสมอื่น ๆ ได้แก่ เกลือ น้ำมันพืช ผงปรุงรส น้ำตาล พริกไทยและส่วนผสมที่เติมหลังอบ ได้แก่ งา สาหร่ายผงมะกรูด และผงข่า(ทำเอง) ใช้กระบวนการผลิต “แบบโฮมเมด” เตรียมปลาเอิน เริ่มจากการชำแหละ ผ่ากลาง ล้างให้สะอาดนำมานึ่งจนสุก โดยใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง และขึ้นฉ่ายเพื่อดับกลิ่นคาวการแกะเนื้อปลา แกะเอาเฉพาะส่วนเนื้อปลาออก ไม่เอาก้าง
การปรุงรส นำเนื้อปลาที่ได้มาผสมกับเครื่องปรุงทั้งหมด ได้แก่ เกลือป่น พริกไทย น้ำตาล ผงปรุงรส และน้ำมันพืชคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยมือ บี้เนื้อปลา เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีก้างหลงเหลืออยู่และส่วนผสมกระจายตัวดีเสร็จแล้ว นำเนื้อปลาที่ผสมแล้วไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบนและเปิดพัดลมการอบจะแบ่งอบเป็นรอบ ๆ รอบละประมาณ 10 นาทีหลังจาก 10 นาที จะนำปลาออกมาเกลี่ยให้กระจาย และบีบให้ชิ้นเล็กลง เพื่อให้เนื้อฟูขึ้นและสุกทั่วถึง การอบเนื้อปลา 1 กิโลกรัม จะแบ่งอบประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 - 40 นาที เพื่อให้เนื้อปลาแห้งและกรอบผลลัพธ์จากการอบ เนื้อปลา 1 กิโลกรัม เมื่ออบแล้วจะเหลือเนื้อปลาประมาณ 460 กรัม หลังอบแห้งเนื้อปลาเอินแล้ว เนื้อปลาจะฟูและละเอียดขึ้น แต่ยังคงความกรุบกรอบหลังจากอบแล้ว จะเติมงาขาว สาหร่าย ผงมะกรูด และผงข่าลงไปผสมให้เข้ากัน
ผลิตภัณฑ์ “ผงโรยข้าว หอมเอิน” จะผลิตแบบออร์แกนิกและโฮมเมด ปัจจุบันมีทั้งหมด 3 สูตรได้แก่ สูตรดั้งเดิม (Original) เป็นเนื้อปลาล้วน ๆ ไม่ได้ผสมสมุนไพร เหมาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้รักสุขภาพ แนะนำให้โรยบนข้าวเปล่าหรือข้าวต้ม สูตรสมุนไพร (Herbal) ผสมงา สาหร่าย ผงใบมะกรูด และผงข่าและสูตรลาบเตี้ย (Lab Tia) เป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นใหม่และเป็นสูตรและรสชาติที่ขายดีที่สุดในขณะนี้ซึ่งพื้นที่อำเภอโขงเจียมจะรู้จัก "ลาบเตี้ย" ที่เป็นอาหารพื้นถิ่นอีสานที่หาทานได้ยาก ทำจากเนื้อปลาสดสับละเอียดและโขลกจนเหนียว ใช้เวลานาน (3 - 4 ชั่วโมง) ชื่อ "ลาบเตี้ย" มาจากการที่คนสมัยก่อนนั่งบนพื้นเตี้ย ๆ โครกเนื้อปลาเป็นเวลานาน “สูตรลาบเตี้ย” มีส่วนผสมของผงลาบเตี้ย ได้แก่ พริก หอมแดง ตะไคร้ ใบมะกรูด และสาระแหน่ (อบแห้ง)มีการเติมงาเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารมีคุณประโยชน์ โปรตีนจากปลาสมุนไพรช่วยบำรุงร่างกาย ขับลม และลดกรด มีโอเมก้าจากปลาเมื่อรับประทานแล้วสุขภาพจะแข็งแรง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรา หัตถสิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผู้จัดการโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ “ผงโรยข้าว หอมเอิน” เปรียบเสมือน "อาหารแห่งภูมิปัญญา" ที่ถูกบรรจุในกระปุกเล็ก ๆ สะท้อนให้เห็นถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นคุณค่าทางเศรษฐกิจและสุขภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มรสความอร่อยและประโยชน์จากปลาแม่น้ำโขงแท้ ๆ และจากสมุนไพรพื้นบ้าน โดยมีที่มาและแนวคิดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ เป็นผลผลิตจากโครงการวิจัย "การสืบสานและต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน" ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)ทุนวัฒนธรรมที่นำมาต่อยอดคือ ทุนวัฒนธรรมปลา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ปลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นให้สามารถสร้างรายได้ และเป็นการต่อยอดในอนาคตที่ดีทั้งนี้ผงโรยข้าวหอมเอินยังอยู่ในระยะการทดลองและพัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ระลึกและอัตลักษณ์ของอำเภอโขงเจียมในอนาคต
ผลิตภัณฑ์ “ผงโรยข้าว หอมเอิน” สามารถนำไปโรยข้าว (ข้าวสวย ข้าวต้ม) จิ้มข้าวเหนียว โรยบน อาหารต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าและรสชาติ หรือนำไปทำเบเกอรี่ และโรยหน้าขนมต่าง ๆ ได้ สามารถใช้แทนไข่กุ้งในเมนูอย่างแคลิฟอร์เนียโรลได้อย่างลงตัว การเก็บรักษา สามารถเก็บไว้ได้นาน หากเก็บในตู้เย็นจะช่วยรักษากลิ่นได้ดีกว่าและไม่หืน บรรจุกระปุกละ 30 กรัมราคากระปุกละ 35 บาท ช่วงนี้จัดโปรโมชั่น 3 กระปุก 100 บาท เชื่อว่าราคานี้ ไม่แพงและสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตที่เป็นโฮมเมดและออร์แกนิก สนใจติดต่อสอบถามและสั่งซื้อได้ที่เพจ Facebook "ผงโรยข้าว หอมเอิน" หรือโทรศัพท์ 063-5029226
--------------------------------------
ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ ม.อุบลฯ ข่าว/ภาพ