ช่องทางรับฟังความคิดเห็น     คลังเอกสาร     คำถามที่พบบ่อย     ถาม-ตอบ      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

การประยุกต์ใช้ Balance Scorecard (BSC) เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการภารกิจของมหาวิทยาลัย โดย ศาสตราจารย์พิเศษจอมจิน จันทรสกุล นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี


โพสโดย เทอดภูมิ ทองอินทร์     โพสวันที่ 1 กันยายน 2569 ,     (อ่าน 24 ครั้ง)  


การประยุกต์ใช้ Balance Scorecard (BSC) เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการภารกิจของมหาวิทยาลัย

              เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปในหมู่ผู้บริหารองค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับการนำ Balance Scorecard ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Robert Kaplan และ David Norton มาใช้เป็นเครื่องมือในการวัดผลและประสิทธิภาพขององค์กรผ่าน 4 มุมมองหลัก ได้แก่ ด้านการเงิน ลูกค้า กระบวนการภายใน การเรียนรู้และการเติบโต

              BSC เป็นการออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในระยะยาวโดยการวัดผลที่ไม่เพียงแต่ทางด้านการเงิน แต่ยังรวมถึงมิติอื่นๆ ที่สำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร จึงเห็นว่ามหาวิทยาลัย ซึ่งมีภารกิจหลักๆ              อยู่ 4 ประการด้วยกัน คือ 1. การผลิตบัณฑิตหรือการให้การศึกษาและพัฒนากำลังคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย 2. ทำการวิจัยสร้างนวัตกรรม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและชุมชน 4. อนุรักษ์ สืบสานและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ศิลปะ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ควรจะนำ BSC มาประยุกต์ใช้ด้วย

              การนำหลักการของ BSCมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในภารกิจทั้ง 4 ด้าน ของมหาวิทยาลัยโดยการประเมินหรือวัดประสิทธิภาพทั้ง 4 ด้านนั้นจะช่วยให้ผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยดีขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยมุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อ กลยุทธ์มากยิ่งขึ้น              ซึ่งจะช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวัฒนธรรมขององค์กร ทำให้ทุกคนเกิดการรับรู้และเข้าใจในงานที่รับผิดชอบ ในรายละเอียดของมุมมองทั้ง 4 ด้าน มีดังนี้

                  1. มุมมองด้านการเงิน (Financial Perspective) เป็นมุมมองที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือองค์กรจะต้องประเมินดูว่ารายรับและรายจ่ายได้มาหรือเกิดจากอะไร มีความเพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้การเงินของมหาวิทยาลัยมีความมั่นคงและเพียงพอสำหรับปัจจุบันและอนาคต ในปัจจุบันจะเห็นว่างบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐจะมีค่อนข้างจำกัด ผู้บริหารจึงจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์และประเมินดูว่าจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยได้โดยวิธีการใดได้บ้าง ซึ่งต้องกำหนดกลยุทธ์และแผนในการดำเนินงาน มีการกำหนดตัวชี้วัดและติดตามผล

                  2. มุมมองด้านลูกค้า (Customer Perspective) ในด้านธุรกิจลูกค้าหมายถึง ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจากธุรกิจเพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินหรือสิ่งตอบแทน ซึ่งลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตและมีรายได้ ในแง่ของมหาวิทยาลัยลูกค้าก็คือ นักศึกษาหรือผู้ที่สมัครใจเข้ามาศึกษาหาความรู้ โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา รวมถึงผู้มารับหรือใช้บริการอย่างอื่นๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยจัดให้มีขึ้น การประเมินผลที่สำคัญทางด้านนี้ก็คือ การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า                        (Customer Satisfaction) ซึ่งเป็นการประเมินดูว่าเราทำได้ดีมากน้อยแค่ไหนเกี่ยวกับการดำเนินภารกิจของเราประสบความสำเร็จตามความคาดหวังของลูกค้า (Customer Expectations) หรือไม่ ซึ่งความ พึงพอใจที่สูงจะทำให้เกิดความศรัทธา และมีผู้สนใจจะมาเรียนหรือใช้บริการมากขึ้น

                  3. มุมมองด้านกระบวนการภายใน (Business Process Perspective) เป็นการวิเคราะห์และประเมินเพื่อการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในทางธุรกิจ เช่น การประเมินกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปัจจัยการผลิต รวมทั้งด้านคุณภาพ เป็นต้น สำหรับมหาวิทยาลัยก็ควรจะประเมินทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดดำเนินการในแต่ละภารกิจ โดยควรจะให้ครองคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการ

                  4. มุมมองด้านการเรียนรู้และการเจริญเติบโต (Learning and Growth Perspective)  ในการดำเนินธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources) ถือว่ามีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้า องค์กรธุรกิจจึงให้ความใส่ใจต่อการพัฒนาบุคลากร  โดยจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Appraisal) และการจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน สำหรับในมหาวิทยาลัยนั้น แม้จะมีระเบียบหรือข้อบังคับในการประเมินการปฏิบัติงาน           ซึ่งมีเกณฑ์ที่กำหนดไว้ แต่วิธีการประเมินและการนำผลการประเมินไปวางแผนในการพัฒนาบุคลากร ควรจะได้รับการปรับปรุงหรือนำวิธีการที่องค์กรภาคธุรกิจมาประยุกต์ใช้ จะทำให้การพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

                  จะเห็นว่าการนำวิธีการตาม BSC มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินประสิทธิภาพในองค์กรธุรกิจทำให้เกิดผลดีหลายประการ ซึ่งนอกจากช่วยในการกำหนดวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการบริหารแล้วยังช่วยในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดความเชื่อมโยง เป็นเครื่องมือในการสื่อสารทำให้บุคลากรเข้าใจบทบาทของตนและช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะในยุคที่มหาวิทยาลัยออกไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จึงควรพิจารณานำ BSC มาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการในภารกิจของมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อให้มหาวิทยาลัยเกิดความมั่นคง ยั่งยืนสืบไปตามวัตถุประสงค์ที่ทุก ๆ คนต้องการ

 

ศาสตราจารย์พิเศษจอมจิน  จันทรสกุล

นายกสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี



Search
ลิ้งค์ข่าวสาร