โพสโดย เทอดภูมิ ทองอินทร์ โพสวันที่ 29 มิถุนายน 2569 , (อ่าน 27 ครั้ง)
การสร้างความเชื่อมั่นด้านการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสำหรับผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจหรือเอกชน การปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ช่วยสร้างระบบการทำงานที่โปร่งใส ซื่อสัตย์ และมีประสิทธิภาพส่งผลให้องค์กรหรือหน่วยงานเกิดความน่าเชื่อถือ ลดปัญหาการทุจริต และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน องค์กรจะมีภาพลักษณ์ที่ดี เกิดแรงศรัทธาจากบุคคลภายนอก ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วม
ตามที่ทราบกันหลักธรรมาภิบาลในการทำงานของผู้บริหาร 6 ประการที่สำคัญประกอบด้วย
1.หลักนิติธรรม (Rule of Law) เป็นการยึดถือกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ อย่างเคร่งครัด เป็นธรรม และเป็นที่ยอมรับ
2.หลักคุณธรรม (Morality) เป็นการยึดมั่นในความถูกต้อง ดีงาม มีความซื่อสัตย์ จริงใจ
3.หลักความโปร่งใส (Transparency) เป็นการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ได้อย่างสะดวก
4.หลักการมีส่วนร่วม (Participation) เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานหรือผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ แสดงความคิดเห็นและร่วมตัดสินในปัญหาต่างๆ ที่สำคัญ
5.หลักความรับผิดชอบ (Responsibility/Accountability) เป็นการตระหนักรู้ในสิทธิหน้าที่ ความรับผิดชอบ ความรับผิดรับชอบในผลงานที่ได้กระทำ
6.หลักความคุ้มค่า/ความมีประสิทธิภาพ (Cost-effectiveness) เป็นการบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์กร
บางองค์กรอาจมีการกำหนดองค์ประกอบของหลักธรรมาภิบาลละเอียดเพิ่มขึ้น เช่น เป็น 10 ประการ อย่างไรก็ตามวัตถุประสงค์ของการกำหนดให้มีธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการก็เพื่อประโยชน์สุขขององค์กร ประชาชนและประเทศชาติ
การสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล
การบริหารจัดการองค์กรได้อย่างดี มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับนั้น ผู้บริหารจำเป็นจะต้องยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการดังกล่าวแล้วในตอนต้นอย่างเคร่งครัด องค์กรจึงควรมีวิธีการหรือมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น ซึ่งอาจดำเนินการได้ดังนี้
1. จัดให้มีการประกาศนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่จะต้องยึดปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล และแนวทางในการปฏิบัติที่ดี โดยอาจอ้างถึงกฎหทายที่เกี่ยวข้อง เช่นในกรณีของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2568 กำหนดให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษาและพัฒนากำลังคนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก สร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับคนทุกช่วงวัย ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและชุมชน รวมทั้งร่วมพัฒนาพื้นที่ในเขตอีสานใต้ และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อนุรักษ์ สืบสาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ศิลปะ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยมีปณิธานให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยเป็นผู้สร้างสรรค์ สามัคคี และสำนึกดีต่อสังคม รักถิ่นฐาน มีจริยธรรม ภูมิใจในชาติ รอบรู้ทางวิชาการ เชี่ยวชาญวิชาชีพ เป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้และเป็นแบบอย่างที่ดีงาม และมาตรา 8 การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 7 ต้องเป็นไปตามหลักการจัดการอุดมศึกษา ตามกฎหมาย ว่าด้วยการอุดมศึกษา และหลักการดังต่อไปนี้
(1) หลักความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
(2) หลักความเป็นเลิศทางวิชาการที่มีมาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการและวิชาชีพอันเป็นที่ยอมรับทั้งระดับประเทศและนานาชาติ
(3) หลักความรับผิดชอบต่อท้องถิ่นและสังคมที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนการแก้ปัญหาในพื้นที่เขตอีสานใต้ และการส่งเสริมการสร้างและการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อประโยชน์ในวงกว้าง
(4) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน
(5) หลักการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเน้นการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม
การจัดการศึกษา หลักสูตรการศึกษา การพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ และการดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา
1. จัดให้มีบุคคลซึ่งการแต่งตั้งบุคคลซึ่งเป็นกลางและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางประกอบกันเป็นคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการธรรมาภิบาลและจริยธรรม และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 27 (10)
2. จัดให้มีประมวลจริยธรรมของผู้บริหารระดับสูง เช่น กรณีของมหาวิทยาลัยก็ควรจะมีประมวลจริยธรรมของนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย และผู้เรียน
3. ทำการเผยแพร่สื่อสารการจัดกิจกรรมและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การสร้างวัฒนธรรมองค์กร
4. คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ ติดตามการกำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารและบุคลากรให้ดำเนินไปตามนโยบายธรรมาภิบาล กฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานอย่างเคร่งครัด
5. คณะกรรมการธรรมาภิบาลฯ กำกับดูแลระบบการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในและ การจัดการข้อมูลสำคัญๆ ให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการรับเรื่องร้องเรียน
6. ผู้บริหารหรือหัวหน้าส่วนงานต่างๆ ในองค์กรต้องตระหนักในเรื่องของธรรมาภิบาล และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี
7. ส่งเสริมให้มีการสอดแทรกเรื่องของธรรมาภิบาลแก่ผู้เรียนในทุกโอกาส มาตรการหรือวิธีการดังกล่าวนี้ถ้าได้ดำเนินการอย่างจริงจัง จะช่วยทำให้เกิดความเชื่อมั่นด้านการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลได้ดียิ่งขึ้น และทำให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่ดี