ม.อุบลฯ ผู้แทนประเทศไทยในการประชุมเครือข่ายคลังสมองเชิงนโยบาย BIMSTEC ครั้งที่ 8 ณ กรุงโคลัมโบ ศรีลังกา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ อาจารย์ประจำภาควิชาการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ และผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับเชิญจากกระทรวงการต่างประเทศและสำนักเลขาธิการบิมสเทค ให้เป็นผู้แทนประเทศไทยในการประชุมเครือข่ายสถาบันคลังสมองเชิงนโยบายแห่งบิมสเทค ครั้งที่ 8 (The Eighth Meeting of the BIMSTEC Network of Policy Think Tanks: BNPTT) ระหว่างวันที่ 14–15 ตุลาคม 2569 ณ กรุงโคลัมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคในกรอบความร่วมมือบิมสเทค (BIMSTEC) รับเกียรติจาก ฯพณฯ อรุณ เหมจันทรา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ การจ้างงานต่างประเทศ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศศรีลังกา และ ฯพณฯ อินทระ มณิ ปาณเฑย์ เลขาธิการบิมสเทค กล่าวต้อนรับ
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้แทนประเทศสมาชิก เพื่อพัฒนาแนวทางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม สาธารณสุข และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนประเด็นสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภูมิภาคอ่าวเบงกอล โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ ได้ร่วมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายใน 3 มิติสำคัญ ดังนี้
1. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ทั่วถึงและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ
เสนอให้ส่งเสริมการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ตลาดและชุมชน ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และชุมชน (Quadruple Helix) เพื่อให้งานวิจัยตอบโจทย์ความต้องการจริงและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมและเข้าถึงได้สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และชุมชน ควบคู่กับการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างทั่วถึง การส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างมีความรับผิดชอบ และการลดช่องว่างทางดิจิทัลของกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ประเทศสมาชิกขยายความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี การฝึกอบรม และการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น Hackathon
2. การรับมือความท้าทายด้านสุขภาพระดับภูมิภาคและการส่งเสริมสุขภาวะอย่างยั่งยืน
เสนอให้ขยายความร่วมมือด้านสุขภาพจากการรักษาพยาบาลไปสู่การส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมและการเตรียมความพร้อมรับสังคมสูงวัย โดยมีข้อเสนอสำคัญ 2 ประการ
ประการแรก คือ การส่งเสริมสุขภาวะองค์รวมและแนวคิดเมืองแห่งสมาธิ (Holistic Well-being and Meditation Cities) ผ่านข้อเสนอให้พิจารณาจัดตั้งBIMSTEC Network of Meditation/Mindfulness Citiesเพื่อเป็นเครือข่ายแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติด้านสติ สมาธิ สุขภาวะทางจิตใจ และการสร้างความสามัคคีในสังคม โดยต่อยอดจากมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาค ตัวอย่างพื้นที่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ เมืองเกเลพู (Gelephu) ของภูฏาน และจังหวัดอุบลราชธานีของประเทศไทย ทั้งนี้ สามารถประยุกต์ใช้แนวคิดสติและสมาธิในชีวิตประจำวัน การศึกษา การพัฒนาภาวะผู้นำ และสถานที่ทำงาน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
ประการที่สอง คือ การส่งเสริมสุขภาวะผู้สูงวัยและเศรษฐกิจอายุยืน (Healthy Ageing and Longevity Economy) ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพ การฟื้นฟูสมรรถภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือ การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับผู้สูงวัย การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุสามารถมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐานการบริการ การเข้าถึงอย่างเท่าเทียม และความยั่งยืนทางการเงิน
3. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับเศรษฐกิจภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลง
นำเสนอประสบการณ์จากโครงการวิจัยแก้ไขปัญหาความยากจนในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ (The Amnat Charoen Experience) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความยากจนไม่ได้เกิดจากการขาดรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดในการเข้าถึงการศึกษา ทักษะ ทรัพยากร เงินทุน และโอกาสทางเศรษฐกิจ จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ประชาชนสามารถใช้ศักยภาพของตนเองและเข้าถึงโอกาสได้อย่างแท้จริง
ข้อเสนอเชิงนโยบายประกอบด้วย 4 แนวทาง ได้แก่ 1) การพัฒนาระบบข้อมูลทักษะและการคาดการณ์ความต้องการแรงงาน เพื่อให้การพัฒนากำลังคนสอดคล้องกับบริบทพื้นที่และเศรษฐกิจชนบท 2) การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านหลักสูตรที่ยืดหยุ่น การรับรองสมรรถนะและประสบการณ์เดิม ตลอดจนการยกระดับและปรับทักษะใหม่ 3) การขยายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อเชื่อมโยงการวิจัย การฝึกงาน และการฝึกอบรมเข้ากับการจ้างงานและห่วงโซ่มูลค่าท้องถิ่น และ 4) การส่งเสริมบทบาทของเครือข่าย BNPTT ในการวิจัยเชิงเปรียบเทียบ แลกเปลี่ยนบทเรียน และพัฒนาโครงการนำร่องด้านการพัฒนาทักษะอย่างทั่วถึงและการแก้ไขปัญหาความยากจนระหว่างประเทศสมาชิก
ข้อเสนอทั้งหมดมุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจท้องถิ่นที่เอื้อให้ประชาชนสามารถนำทักษะไปใช้ประโยชน์ เข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นอยู่ที่มั่นคงและมีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เพียงการจัดการศึกษาหรือฝึกอบรมเท่านั้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและจากประเทศไทยเข้าสู่เวทีหารือเชิงนโยบายระดับภูมิภาค ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือที่สามารถนำไปต่อยอดสู่การปฏิบัติได้จริง โดยเครือข่าย BNPTT มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนากรอบความร่วมมือและแผนปฏิบัติการของ BIMSTEC เพื่อมุ่งสู่ภูมิภาคอ่าวเบงกอลที่มีความเชื่อมโยง มีความยืดหยุ่น และเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี #คณะรัฐศาสตร์ #BIMSTEC #BNPTT #ความร่วมมือระหว่างประเทศ #การพัฒนาที่ยั่งยืน