ช่องทางรับฟังความคิดเห็น     คลังเอกสาร     คำถามที่พบบ่อย     ถาม-ตอบ      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

ตอนที่ 6 กระบวนการคิด สร้างคนทำงาน

 

 

Inspiration The Series

กระบวนการคิด สร้างคนทำงาน

 

พี่มะนาว เจษฎา เรือนเจริญ
เจษฎา เรือนเจริญ (พี่มะนาว)
อดีตประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
"การทำงานไม่ได้วัดกันแค่ตำแหน่ง แต่วัดที่กระบวนการคิด!
พบกับสรุปบทเรียนจากพี่มะนาว ที่จะเปลี่ยนนิยามคำว่า 'การทำงานเป็น' ให้แตกต่างจาก 'การมีงานทำ' อย่างสิ้นเชิง"
สวัสดีครับ ผมนายเจษฎา เรือนเจริญ ชื่อเล่น มะนาว ครับ สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2567 เป็นนักศึกษารหัส 64 กันเกราช่อที่ 34 สิงห์แสดรุ่นที่ 17 ผมเริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ช่วงเวลาตลอดการเป็นนักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงช่วงของการเรียนรู้เชิงวิชาการในห้องเรียนเท่านั้น หากแต่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผมได้เรียนรู้ชีวิต การทำงาน และการทำงานร่วมกับผู้อื่นผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ และการตัดสินใจค่อย ๆ ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย ทำให้ผมได้เรียนรู้มากกว่าที่คิด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ค่อยเป็นค่อยไป เส้นทางการทำกิจกรรม ในปีการศึกษา 2565 ผมได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภานักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในสัดส่วนของคณะรัฐศาสตร์ และได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองกรรมาธิการวิสามัญฝ่ายจัดการสถานที่และสิ่งแวดล้อม รวมถึงรองประธานกรรมาธิการวิสามัญฝ่ายการศึกษาและส่งเสริมความเท่าเทียม ต่อมาในปีการศึกษา 2566 ผมได้รับตำแหน่งรองประธานสภานักศึกษาคนที่ 2 และในปีเดียวกันนั้น สมาชิกสภานักศึกษาได้มีมติเลือกให้ผมดำรงตำแหน่งประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จนสิ้นสุดวาระ และในปีการศึกษา 2567 ผมมีโอกาสเข้าร่วมโครงการ USAID Enhanced : Citizen-Centric Youth Incubator ร่วมกับเพื่อนและน้อง ๆ จากหลากหลายคณะ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและการพัฒนาในระดับท้องถิ่น โครงการดำเนินงานเป็นระยะเวลา 7 เดือน ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 100,000 บาท สำหรับการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่เทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่เชื่อมโยงโลกของการเรียนรู้กับโลกของการทำงานจริงอย่างชัดเจน “การมีงานทำ” กับ “การทำงานเป็น” ประสบการณ์จากการทำกิจกรรมทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย ทำให้ผมมองเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่าง “การมีงานทำ” กับ “การทำงานเป็น” เพราะ การทำงานไม่ได้วัดกันเพียงตำแหน่งหน้าที่หรือผลลัพธ์สุดท้าย หากแต่วัดจากกระบวนการคิด วิธีตัดสินใจ และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ในบทบาทของสภานักศึกษา การทำงานต้องอยู่ภายใต้ระบบ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ทุกการตัดสินใจจำเป็นต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ ความหนักแน่น และความรับผิดชอบ เนื่องจากต้องประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้งผู้บริหาร บุคลากร และองค์กรนักศึกษาอื่น ๆ ซึ่งในหลายครั้งย่อมเกิดความเห็นต่างทางความคิดหรือแนวทางการดำเนินงาน ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการเลือกแนวทางที่ถูกต้อง แต่คือการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา ควบคู่ไปกับการรักษาความสัมพันธ์และความกลมเกลียวขององค์กร เพื่อให้การพัฒนาดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ในขณะเดียวกัน การทำกิจกรรมนอกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะโครงการ USAID Enhanced กลับให้บทเรียนที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน สมาชิกโครงการมาจากต่างคณะ ต่างพื้นฐาน และต่างมุมมอง ความท้าทายแรกเริ่มจึงไม่ใช่การลงมือปฏิบัติ แต่คือการสร้าง “เป้าหมายร่วม” ที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน เพราะหากไม่สามารถกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนได้ การดำเนินโครงการย่อมไม่อาจสำเร็จตามกรอบเวลาและทรัพยากรที่จำกัด ประสบการณ์เหล่านี้สอนให้ผมเข้าใจว่า ในชีวิตการทำงานจริง เราไม่สามารถเลือกคนที่ทำงานร่วมกับเราได้เสมอไป สิ่งที่ทำได้คือการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ สื่อสารอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์
"เป้าหมายที่ดีไม่ใช่เป้าหมายที่แข็งทื่อ
แต่คือเป้าหมายที่ชัดเจนและพร้อมปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท"
กิจกรรมกระทบการเรียนหรือไม่? การทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อผลการเรียนไม่มากก็น้อย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “กิจกรรมกระทบการเรียนหรือไม่” หากแต่คือ “เราสามารถบริหารจัดการผลกระทบเหล่านั้นได้อย่างไร” และ “ยอมรับผลลัพธ์จากการเลือกของตนเองได้หรือไม่” ประสบการณ์ของผมทำให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า มนุษย์ไม่สามารถทำทุกสิ่งให้สมบูรณ์แบบพร้อมกันได้ในช่วงเวลาเดียวกัน การพยายามแบกรับทุกบทบาทโดยไม่จัดลำดับความสำคัญ อาจนำไปสู่ความล้มเหลวทั้งด้านการเรียนและการทำกิจกรรม ในทางกลับกัน หากเรารู้จักเลือก รู้จักวางแผน และรู้จักยอมรับผลของการตัดสินใจ เราจะสามารถทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในช่วงเวลาหนึ่งให้ดีที่สุดได้ การเรียนในห้องเรียนช่วยเสริมสร้าง Hard Skill ทั้งองค์ความรู้ หลักการ และกรอบคิดเชิงวิชาการ ขณะที่การทำกิจกรรมเป็นพื้นที่ฝึกฝน Soft Skill ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เมื่อ Hard Skill และ Soft Skill อยู่ร่วมกัน สิ่งนี้เปรียบเสมือน “ดาบสองคม” ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง หากใช้ดาบเล่มนี้อย่างรู้เท่าทัน มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยเปิดโอกาสในชีวิตการทำงาน ทำให้เราคิดเป็น ทำเป็น และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากใช้โดยขาดการวางแผน ขาดการจัดลำดับความสำคัญ หรือไม่ยอมรับผลลัพธ์ที่ตามมา ดาบเล่มเดียวกันนี้ก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง ทั้งในแง่ผลการเรียน สุขภาพ และความกดดันทางจิตใจ ดังนั้น แก่นแท้ของการเรียนควบคู่กับการทำกิจกรรม ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด แต่อยู่ที่การรู้จักเลือก รู้จักรับผิดชอบต่อการเลือกของตนเอง และเรียนรู้จากผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือความผิดพลาด
ประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองในอนาคต ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดจากการทำกิจกรรม คือประสบการณ์และทักษะที่ไม่สามารถหาได้จากตำราเพียงอย่างเดียว ประสบการณ์เหล่านี้จะหล่อหลอมวิธีคิด ทัศนคติ และความหนักแน่นในการตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อนในชีวิตการทำงาน ดังนั้น ทุกคนย่อมต้องพบกับการตัดสินใจที่ไม่อาจย้อนกลับได้ การได้ผ่านกระบวนการทำกิจกรรม ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ทำให้ผมได้เรียนรู้มุมมองและความต้องการ...