นักศึกษา-ศิษย์เก่า ม.อุบลฯ คว้า 4 รางวัล เวทีศิลปะระดับชาติ ศิลป์สืบปณิธาน แม่แห่งแผ่นดิน
นักศึกษาและว่าที่บัณฑิต คณะศิลปะประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โชว์ศักยภาพด้านสร้างสรรค์คว้า 3 รางวัล เวทีระดับประเทศ รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล และ รางวัลชมเชย 2 รางวัล โครงการประกวดและนิทรรศการศิลปะระดับอุดมศึกษา “ศิลป์สืบปณิธาน แม่แห่งแผ่นดิน” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ (AAD) มีสถาบันอุดมศึกษาร่วมส่งผลงานกว่า 50 แห่งทั่วประเทศ รวมผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 2,578 ชิ้น ครอบคลุม 4 แขนง ได้แก่ ภาพถ่าย ภาพยนตร์สั้น/วิดีโอสั้น ศิลปะดิจิทัล (AI/Non-AI) และศิลปะแห่งท้องถนน มอบรางวัล ณ ลาน Creative Space ชั้น 3 ศูนย์การค้า Siam Discovery กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ผลงานนักศึกษาและว่าที่บัณฑิต คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ที่สร้างชื่อเสียง 4 รางวัล ได้แก่
กิจกรรมภาพถ่ายเชิงสัญลักษณ์ (คิดถึงแม่ของแผ่นดิน)
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ นางสาวญาณิศา นวไตรทิพย์สกุล ผลงาน "เส้นใยแห่งชีวิต"
รางวัลชมเชย 2 รางวัล ได้แก่ นางสาวทรรศน์พร ศรีคราม และ นายจิรเวช สานต๊ะ (ว่าที่บัณฑิต)
กิจกรรม Vertical Microfilm – TikTok Content (ภาพยนตร์สั้น/วิดีโอสั้น)
รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ นายจิรเวช สานต๊ะ และ นางสาวกัญญาวีร์ จันทเพ็ชร (ว่าที่บัณฑิต)
ผลงาน “เส้นใยแห่งชีวิต” เรื่องราวผ่านเลนส์สะท้อนความยั่งยืน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือผลงานภาพถ่าย “เส้นใยแห่งชีวิต” โดย นางสาวญาณิศา นวไตรทิพย์สกุล ผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ซึ่งสามารถถ่ายทอดคุณค่าและวิถีชีวิตตามแนวพระราชดำริได้อย่างลึกซึ้ง
แนวคิดของภาพ : สะท้อนวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า ผ่านกระบวนการเลี้ยงไหมและการทอผ้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาอาชีพตามโครงการพระราชดำริ ที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน ภาพของหนอนไหมที่กำลังกินใบหม่อนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ท่ามกลางแสงธรรมชาติที่ส่องลอดผ่านฝาเรือน สื่อถึงจังหวะชีวิตที่ดำเนินไปอย่าง สงบอาศัยความอดทน ความใส่ใจ และความผูกพันระหว่างคนกับธรรมชาติ เส้นใยไหมที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ไม่เพียงเป็นวัตถุดิบในการทอผ้า หากยังเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างคุณค่าเพิ่มจากทรัพยากรในท้องถิ่น โครงการพระราชดำริ ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านเรียนรู้การเลี้ยงไหม ปลูกหม่อน และแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ทำให้เกิดรายได้ที่มั่นคง ลดการพึ่งพาภายนอก และรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ควบคู่ กับการพัฒนาองค์ประกอบในภาพที่เต็มไปด้วยโครงไม้สานและรังไหมสีทอง แสดงถึงระบบการทำงานที่เป็นระเบียบ เป็นขั้นตอน และอาศัยความร่วมมือของคนในครอบครัว หรือชุมชน แสงที่ตกกระทบเส้นไหมให้ประกายอุ่น สื่อถึงความหวังและความภาคภูมิใจในอาชีพที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
ภาพนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพของกระบวนการผลิต แต่คือภาพของ “ชีวิต” ที่เติบโตไปพร้อมกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นความสมดุลระหว่างคน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน "เส้นไหมแต่ละเส้นอาจดูบางเบา แต่เมื่อถูกถักทอรวมกัน กลับกลายเป็นผืนผ้าที่แข็งแกร่ง ทรงคุณค่า และงดงาม เช่นเดียวกับพลังความสามัคคีและภูมิปัญญาของชุมชนที่ถูกสืบสานอย่างไม่ขาดสาย"