ทีมนักวิจัย ม.อุบลฯ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน “ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม”

ทีมนักวิจัย ม.อุบลฯ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน


ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม


---------------------------------------


          มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย คณะผู้วิจัยโครงการวิจัย การสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน” ทุนอุดหนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นำทีมโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นรา  หัตถสิน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และผู้จัดการโครงการวิจัยฯ พร้อมคณะผู้วิจัยฯ ลงพื้นที่เชิญชวน แม่สนิท  สินทิพย์ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มตำบลห้วยไผ่อำเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน เข้าร่วมโครงการและได้รับแรงบันดาลใจจาก ทีมวิจัย ม.อุบลฯ ได้มีบทบาทในการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการร่วมกับภูมิปัญญาชุมชนผ่านการวิจัยและพัฒนาลวดลาย ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์พื้นที่ประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของชุมชนโขงเจียมความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สิ่งทอชุมชนแต่ยังเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนสอดคล้องกับแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR) และพันธกิจของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมผ้าฝ้ายลายผาแต้มจากบ้านกุ่มจึงเป็นมากกว่าผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับ5 ดาว แต่คือผลลัพธ์ของการเชื่อมโยง งานวิจัยมหาวิทยาลัยชุมชน” เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานวัฒนธรรม    


          แม่สนิท  สินทิพย์ ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและประธานกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเล่าถึงความเป็นมา "ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม"ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มต.ห้วยไผ่อ.โขงเจียมจ.อุบลราชธานีเป็นชุมชนที่รวมตัวกันอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 และพัฒนาเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีศักยภาพในการผลิตสิ่งทอจากฝ้ายพื้นบ้านโดยใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การปลูกฝ้ายปลอดสารเคมีการปั่นเส้นด้ายด้วยมือไปจนถึงการย้อมสีธรรมชาติจากเปลือกไม้พื้นถิ่น


          กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่ม เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่โดดเด่นในการผลิตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและประเพณีที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยบรรพบุรุษของสมาชิกกลุ่มได้ปลูกฝ้ายตามริมแม่น้ำโขงมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ในส่วนของผู้ชายจะหาปลาและผู้หญิงปลูกฝ้าย ซึ่งฝ้ายและปลาที่มีก็จะมีการนำไปแลกเปลี่ยนกับหมู่บ้านอื่น ๆ ในสมัยที่ยังไม่มีถนนหนทาง แม่สนิท  สินทิพย์ (ประธานกลุ่ม) ได้นำความรู้และภูมิปัญญาของพ่อแม่มารวมกลุ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มในปี พ.ศ. 2541 โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 21 คนกลุ่มได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเมื่อปี พ.ศ. 2548 ตามคำแนะนำของหน่วยงานพัฒนาชุมชนเริ่มต้นด้วยการระดมหุ้นคนละ 100 บาท มีการปันผลให้สมาชิกทุก 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้มีการแบ่งปันในรูปแบบดอกเบี้ยได้รับเงินกู้จากโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน "หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)" และได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมพัฒนาชุมชน, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชมงคล และอุตสาหกรรมจังหวัด ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และการอบรม


          แหล่งที่มาของฝ้าย กลุ่มจะปลูกฝ้ายเองริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ฝ้ายชายโขง" ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ฝ้ายที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นบ้านโบราณ ไม่มีการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย หรือใช้สารเคมีใด ๆ การปลูกจะทำเมื่อน้ำในแม่น้ำโขงลดลงในการเก็บเกี่ยว การเก็บดอกฝ้ายในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน (ประมาณ 3-4 เดือนหลังปลูก) ต้องเก็บในช่วงที่ไม่มีฝนตก เพราะความชื้นจะทำให้ดอกฝ้ายเน่าการทำความสะอาดดอกฝ้ายที่เก็บเกี่ยวมา โดยการแยกสิ่งสกปรก เช่น เศษไม้ เศษหญ้า หรือใบฝ้ายออกจากนั้น นำอิ้วฝ้าย(ปั่นฝ้าย)นำฝ้ายไปอิ้ว (กระบวนการแยกเมล็ดออกจากเส้นใย) โดยใช้เครื่องมือโบราณที่หายากในปัจจุบันเมื่ออิ้วฝ้ายเสร็จแล้วจะดีดฝ้ายนำฝ้ายที่อิ้วแล้วไปดีดให้เป็นปุยล้อฝ้ายและเข็นด้าย นำฝ้ายที่ดีดแล้วมาล้อ และเข็นเป็นเส้นด้ายบนเหล็กไนหรือหลา สมาชิกในกลุ่มจะรับผิดชอบการเข็นด้ายและนำมาขายให้กับกลุ่ม ซึ่งกลุ่มจะซื้อเส้นด้ายฝ้ายขาวจากสมาชิกในราคา 300 บาท/กิโลกรัมการเตรียมเส้นด้ายก่อนย้อมเส้นด้ายฝ้ายที่เข็นแล้วจะถูกนำไปแช่น้ำค้างคืนเพื่อให้เป็นสีขาวการย้อมสีธรรมชาติ มีเอกลักษณ์สำคัญ กลุ่มย้อมสีผ้าด้วย สีธรรมชาติ 100% เท่านั้น โดยไม่มีการใช้สารเคมีหรือสีสังเคราะห์ผสมเด็ดขาด


          แหล่งวัตถุดิบ ใช้เปลือกไม้และพืชจากท้องถิ่น เช่น เปลือกก่อ เปลือกดู่ เปลือกเค็ง การหาวัตถุดิบมาจากในนาของตนเอง ไม่ต้องไปหาที่อื่นความหลากหลายของสี สามารถผลิตได้หลายสีจากเปลือกไม้ต่าง ๆ เช่น เปลือกก่อและเปลือกดู่ให้สีน้ำตาลเข้มเป็นต้น กระบวนการย้อมการเตรียมน้ำย้อมนำเปลือกไม้มาต้มในน้ำค้างคืน จากนั้นนำเปลือกไม้ออกก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เศษเปลือกไม้ติดเส้นฝ้ายการย้อมเส้นด้ายนำเส้นด้ายฝ้ายที่เตรียมไว้ลงไปต้มแช่ในน้ำย้อมที่เย็นแล้ว ประมาณ 1 คืน การแช่นานขึ้นจะช่วยให้สีติดทนทานมากขึ้นการเพิ่มความคงทนของสีเลือกใช้ต้นไม้ที่มีอายุมากมาใช้ในการย้อมเพื่อให้ได้สีที่คงทนกว่าการปรับสี สามารถเปลี่ยนสีได้โดยการเติมสารส้ม ปูน หรือสนิมลงไป เช่น ย้อมสีเหลืองแล้วนำไปแช่ในสารส้มหรือปูน สีก็จะเปลี่ยนไปในส่วนของการย้อมครามจะใช้ใบของต้นครามที่ปลูกเองนำใบครามสดมาแช่น้ำ (น้ำธรรมชาติ) หมักไว้ 1 คืน หากแช่นานเกินไปครามจะเน่าเมื่อแช่ได้ที่แล้ว จะนำครามออกและนำมา กวน พร้อมเติม ปูน เพื่อให้เกิดเนื้อครามครามที่ได้จะให้สีครามที่ใสและเป็นสีฟ้า แตกต่างจากครามของที่อื่นที่มักจะเป็นสีดำหรือสีเข้มความท้าทายของสีธรรมชาติสีที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู หรือแม้แต่จากต้นไม้ชนิดเดียวกัน เนื่องจากอิทธิพลของน้ำฝนและความชื้น ดังนั้น จึงไม่สามารถผลิตสีให้ตรงตามออเดอร์เป๊ะ ๆ ได้


          ในอดีตที่ผ่านมา “กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มทอเพียงผ้าขาวม้าและผ้าซิ่น โดยมีลวดลายแบบดั้งเดิม เช่น ลายหมี่ ลายขอ ลายดอกพิกุลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มีการพัฒนาและออกแบบลวดลายใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่า ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าตัดเสื้อ ผ้าถุง เปลนอน พรมเช็ดเท้า และพวงกุญแจลวดลายเอกลักษณ์ลายผาแต้ม กลุ่มได้นำลวดลายจากภาพเขียนสีโบราณที่ผาแต้ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ มาประยุกต์ใช้ในผืนผ้า ลวดลายเหล่านี้รวมถึงรูปปลา และสุ่ม (เครื่องดักปลา) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านบ้านกุ่ม ลายผาแต้มถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเท่านั้นลายผาแต้มจะใช้สีเฉพาะที่ได้จากเปลือกไม้ที่เข้ากับสีบนผนังผาแต้มลายเกล็ดเต่าเป็นลายโบราณที่ทำบนฟืม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (โดยเฉพาะอาจารย์จิต) ได้เข้ามาช่วยออกแบบลวดลายและฝึกสอนเทคนิคการทอให้ รวมถึงการทำลวดลายให้ขึ้นอยู่กับฟืมและเทคนิคการทอของผู้ทอ


          สำหรับกระบวนการผลิต สมาชิกแต่ละคนจะทอผ้าที่บ้านของตนเอง เมื่อทอเสร็จแล้วจะนำมารวมกันที่กลุ่มเพื่อจำหน่ายในราคาเดียวกันและในส่วนมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของกลุ่มต้องได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการออกจำหน่ายในการตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์เจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรมจังหวัดจะนำสินค้าของกลุ่มไปตรวจสอบคุณภาพ เช่น มาตรฐานสี ความยาว และขนาดของผืนผ้าซึ่งมีการเก็บตัวอย่างผ้าไปทดสอบสารเคมี และสีจะจางลงหรือไม่ การทดสอบจะเกิดขึ้นทุก ๆ 3 - 4 ปี โดยต้องส่งผ้าผืนใหม่ไปทดสอบ ผ้าที่ส่งไปทดสอบจะไม่ได้รับคืนสำหรับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มจะได้รับการคัดสรรและจัดระดับดาว จะเริ่มตั้งแต่ ระดับ 3 ดาว ถึง ระดับ 5 ดาว ปัจจุบันกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มได้รับ มาตรฐาน 5 ดาว สำหรับผลิตภัณฑ์ผ้าปูโต๊ะและผ้าพันคอ/ผ้าคลุมไหล่ ใบรับรองมาตรฐาน 5 ดาว มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในส่วนของการตลาดและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มผลิตสินค้าป้อนให้กับผู้จัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องสินค้าถูกนำไปจำหน่ายในงานแสดงสินค้าสำคัญ เช่น งานที่เมืองทองธานี และงานแห่เทียนมีการจำหน่ายในราคาที่เพิ่มมูลค่าขึ้น โดยเฉพาะลายผาแต้มที่ขายปลีกในราคา 500 บาท และราคาส่ง 350 บาทปัจจุบันมีการนำสินค้าไปจำหน่ายในจังหวัดอื่น ๆ เช่น ขอนแก่น และโคราช โดยร่วมกับกรมอุทยานธรณีของ อบจ.


          กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเปรียบเสมือน ต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกในดินแดนแห่งภูมิปัญญา ที่ไม่เพียงแต่เติบโตจากน้ำพักน้ำแรงของคนในท้องถิ่น แต่ยังแตกกิ่งก้านสาขาออกไปอย่างแข็งแกร่งด้วยการผสมผสานมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมและการสนับสนุนจากภายนอก ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มไม่เป็นเพียงแค่ผืนผ้า แต่เป็นเรื่องราวของชุมชนที่ถูกถักทอด้วยความภาคภูมิใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากโครงการวิจัย"การสืบสานและต่อยอดทุนวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน" โดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนเพื่อการพัฒนาระดับพื้นที่  (บพท)


          สนใจผลิตภัณฑ์ ผ้าฝ้ายลายผาแต้ม กลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ แม่สนิท  สินทิพย์ ผู้ประกอบการทางวัฒนธรรมโครงการวิจัยการสืบสานและต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมโขงเจียมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและประธานกลุ่มทอผ้าบ้านกุ่มเบอร์โทรศัพท์06-3043-0483


------------------------------------------


ทิพย์วรรณ  เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ ชำนาญการ ม.อุบลฯ ภาพ/ข่าว