ม.อุบลฯ ร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันยุทธหัตถี ประจำปี 2569

      มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา  บุญจูง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ นำบุคลากรเข้าร่วม พิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายราชสักการะสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องในวันยุทธหัตถี ประจำปี 2569โดยมี นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เหล่ากาชาดจังหวัด ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมในพิธี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่กอบกู้เอกราชให้ชาติไทย ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาแห่งพม่า จนเป็นที่เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน ณ หอประชุมจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18มกราคม 2569ที่ผ่านมา    


              วันยุทธหัตถีสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เกิดขึ้นจากสงครามยุทธหัตถีในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อปี 2135 ในครั้งนั้นพระเจ้านันทบุเรงได้ให้พระมหาอุปราชายกทัพใหญ่มาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทราบข่าว จึงยกทัพหลวงไปตั้งรับที่หนองสาหร่าย ซึ่งระหว่างที่การรบกำลังดำเนินอยู่นั้น ช้างพระที่นั่งของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระเอกาทศรถ ก็ได้ไล่ล่าศัตรูไปจนออกนอกเขตแดน จนทำให้ทั้งสองพระองค์ตกไปอยู่ในวงล้อมของศัตรูโดยไม่รู้ตัว แต่ถึงแม้จะอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ พระองค์ก็มีพระสติ ไม่หวั่นไหวและทรงแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วว่า ทางที่จะรอดได้มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือเชิญพระมหาอุปราชาเสด็จมาทำยุทธหัตถี และท้ายที่สุดพระองค์สามารถกระทำยุทธหัตถี ได้รับชัยชนะอย่างสมพระเกียรติ และนับตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีกองทัพใดกล้ายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกเลย ทำให้ในสมัยนั้น ไทยได้ขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวางกว่าสมัยใดๆ ซึ่งการทำยุทธหัตถีในครั้งนั้น ถือว่าเป็นการทำยุทธหัตถีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย และยังเป็นการรบบนบกที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อันแสดงถึงภาพลักษณ์แห่งความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวของชาวไทย ที่มีความสมัครสมาน สามัคคี และเสียสละ ร่วมกันต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชของชาติไทยให้ชนรุ่นหลังได้รำลึกถึงตลอดไป