| การจัดการความรู้ |
| 7 เทคนิคการวางแผนงบประมาณโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ >> โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569
post: 2026-03-11 11:51:17 by: วิไลลักษณ์ มารุตะพันธ์ views: 57 กลุ่ม: สำนักงานเลขานุการ คณะพยาบาลศาสตร์ |
![]() 7 เทคนิคการวางแผนงบประมาณโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 จากการเข้าร่วม ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 (ระยะที่ 1) เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 จัดโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ บอลรูม บี ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร ข้าพเจ้าได้สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมและนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางาน ดังนี้
วัตถุประสงค์ของการจัดประชุม 1. เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจแนวคิดและหลักการโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569 2. เพื่อพัฒนาและปรับปรุงข้อเสนอโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของสถานศึกษาสายอาชีพและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการแนะแนวประชาสัมพันธ์ ค้นหา คัดกรองความยากจน และคัดเลือกนักศึกษาผู้รับทุนก่อนการทำข้อตกลงรับทุน 3. เพื่อแนะนำกระนบวนการและเครื่องมือการคัดกรองความขาดแคลนทุนทรัพย์ของนักเรียน นักศึกษา สรุปสาระสำคัญ โดยสังเขป แนวคิด หลักการทำงาน และแนวทางการค้นหา คัดกรอง และคัดเลือกผู้รับทุนในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปี 2569 กสศ. เป็นหน่วยงานภายใต้การกับของนายกรัฐมนตรีมีภารกิจตาม พรบ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีรัฐธรรมนูแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มีเจตนารมณ์ ให้จัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา และเสริมสร้างและพัฒนาประสิทธิภาพครู กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดร้อยละ 15 ของประเทศ ครอบคุลมทุกช่วงวัยโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา เป้าหมายของ กสศ. คือ เด็ก เยาวชนและประชาชน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พันธกิจ คือเหนี่ยวนำทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้มและเพื่อพัฒนาคุณภาพครู วัตถุประสงค์ของการสนับสนุนทุนโครงการปี 2569 เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้วยโอกาสให้ได้รับโอกาสให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อในระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 1,500 คนต่อปี สถานศึกษาสามารถสร้างความเข็มแข็งให้สถาบันการศึกษาในการจัดเรียนการสอนในสาขาที่ประเทศมีความต้องการ ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน และมีการบูรณาการเรียนรู้กับการทำงาน ศึกษาวิจัยและจัดการความรู้เพื่อให้เกิดการขยายผลจากการลงทุนพัฒนาตัวแบบไปสู่การปฏิรูประบบ ผลักดันนโยบายผ่านตัวแบบที่สำเร็จและการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระเบียบกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบข้อมูลและการช่วยเหลือเด็กปฐมวัยเด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ด้อยโอกาสครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และครู พ.ศ.2569 ข้อที่ 4 การขาดแคลนทุนทรัพย์และด้วยโอกาส ให้พิจารณาตามเกณฑ์ ดังต่อไปนี้ (1)การขาดแคลนทุนทรัพย์และระดับความรุนแรง ให้พิจารณาจากข้อมูลรายได้และข้อมูลสถานะครัวเรือน โดยให้นำข้อมูลค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่มาประกอบการพิจารณาด้วย (2)การด้อยโอกาส ให้พิจารณาจากการประสบปัญหาความเดือนร้อนและได้รับผลกระทบในด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สาธารณสุข การเมือง กฎหมาย วัฒนธรรม ภัยธรรมชาติ หรืออยู่ในพื้นที่ความไม่สงบ หรือขาดโอกาสที่จะเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ หรือสมควรได้รับการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม ตลอดจนประสบปัญหาที่ยังไม่มีองค์กรหลักรับผิดชอบ อันจะส่งผลให้ไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาคกับผู้อื่น รวมถึงการด้อยโอกาสลักษณะ อื่นๆ ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดเพิ่มเติม การแนะแนว ประชาสัมพันธ์ ค้นหา คัดกรองความยากจน และคัดเลือกนักศึกษาผู้รับทุน อย่างมีส่วนร่วม เชิงรุก ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม ดังนั้น ควรมีการวางแผนและกำหนดปฏิทินการทำงานให้ชัดเจน รัดกุมนำไปสู่การปฏิบัติภายใต้การอำนวยความสะดวกของผู้บริหารสถานศึกษาและพร้อมปรับกระบวนการทำงานให้เกิดความคล่องตัวมากที่สุด การค้นหา คัดกรองความยากจนของนักเรียน คือต้องตั้งทีมในการลงพื้นที่คัดกรอง ให้ผู้ชำนาญเส้นทาง ผู้ชำนาญการสื่อสาร และผู้ชำนาญการใช้ IT มีการแวนแผนการเดินทาง แบ่งสายปฏิบัติงาน แบบป่าล้อมเมือง ครูที่ออกเยี่ยมบ้านแบบเคาะ เจาะลึก ค้นหา การสัมภาษณ์ผู้รับทุนและผู้ปกครองเพื่อดูทัศนคติในการเรียนสายอาชีพ มีการนัดหมายให้เข้าใจตรงกันก่อนการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน คัดกรองความยากจน และลงข้อมูลผ่าน Appilcation ด้วยความรอบคอบ ตรวจสอบก่อนยืนยัน การคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุน ควรจำแนกคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน เช่นข้อมูลความยากจน ผลการเรียนทัศนคติต่อการเรียนสายอาชีพ และควรมีการจัดค่ายวัดแววเพื่อประเมินทักษะการปฏิบัติ มีการทดสอบความรู้พื้นฐานทางวิชาการ วิชาชีพ และควรมีการสัมภาษณ์นักเรียนด้วยครูและนักจิตวิทยา และควรมีการคัดเลือกด้วยคณะกรรมที่มีความหลากหลาย เช่นตัวแทนสถานประกอบการ ครู/อาจารย์ในแผนกที่รับทุน ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภาครัฐรวมด้วย การดำเนินงานสถานศึกษาในจังหวัดเดียวกัน ควรมีการวางแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การค้นหาแนะแนว ประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึดเอาผู้ขอรับทุนและความสนใจความถนัดในสาขาเป็นสำคัญ และสถานศึกษาต้องมีการดำเนินงานการรับสมัครทุน แนะแนวประชาสัมพันธ์อย่างรอบคอบไม่เอาเงินทุนเป็นตังตั้งในการสื่อสาร การสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องผู้ขอรับทุนและผู้ปกครองเข้าใจถึงกระบวนการ ไม่ควรให้คำสัญญาในเรื่องการจะได้รับทุนล่วงหน้า 7 เทคนิคการวางแผนงบประมาณโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 1. กำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ การวางแผนงบประมาณควรเริ่มจากการกำหนดกิจกรรมหลักของโครงการให้ชัดเจน เช่น กิจกรรมแนะแนวประชาสัมพันธ์ การค้นหาและคัดกรองนักศึกษา รวมถึงการคัดเลือกผู้รับทุน เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ 2. กำหนดงบประมาณตามจำนวนผู้เข้าร่วมและผู้รับประโยชน์ การประมาณงบประมาณควรอ้างอิงจากจำนวนผู้รับทุนหรือผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น กำหนดค่าใช้จ่ายตามอัตรา 1,500 บาทต่อนักศึกษาทุน เพื่อให้สามารถควบคุมงบประมาณและวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม 3. แจกแจงรายละเอียดงบประมาณอย่างชัดเจน (ตัวคูณงบประมาณ) ควรระบุรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในแต่ละกิจกรรมให้ชัดเจน เช่น • จำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม • จำนวนมื้ออาหารและอาหารว่าง • ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อมื้อ การระบุรายละเอียดลักษณะนี้ช่วยให้การจัดทำงบประมาณมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และง่ายต่อการอนุมัติ 4. จัดหมวดหมู่งบประมาณให้ถูกต้องตามประเภทค่าใช้จ่าย โดยแบ่งเป็นหมวดหลัก เช่น • หมวดค่าตอบแทน เช่น ค่าประชุม ค่าวิทยากร ค่าปฏิบัติงานนอกเวลา • หมวดค่าใช้สอย เช่น ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเช่าสถานที่ ค่าอาหาร • หมวดค่าวัสดุ เช่น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรม 5. ใช้อัตราเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การกำหนดงบประมาณควรอ้างอิงอัตราค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ เช่น • ค่าตอบแทนวิทยากร ชั่วโมงละ 600–1,200 บาท • ค่าเบี้ยเลี้ยง 240 บาทต่อคนต่อวัน • ค่าเช่าสถานที่ไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน • ค่าอาหารตามประเภทสถานที่และความเหมาะสม 6. พิจารณาความจำเป็น ความเหมาะสม และความคุ้มค่า การใช้งบประมาณควรยึดหลัก • ความจำเป็นของกิจกรรม • ความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ • ความคุ้มค่าและประหยัด • ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ 7. ใช้ข้อมูลระยะทางและหลักฐานประกอบการคำนวณค่าใช้จ่าย เช่น การคำนวณค่าเดินทางโดยอ้างอิงระยะทางจาก Google Map หรือกรมทางหลวง และมีหลักฐานใบเสร็จหรือเอกสารประกอบเพื่อความถูกต้องในการเบิกจ่าย >> รายละเอียดตารางแนวทางการจัดทำแผนและงบประมาณ โครงการทุนนวัดกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 (ระยะที่ 1) ดังเอกสารแนบ การนำองค์ความรู้ไปใช้ จากการเข้าร่วม ประชุมเชิงปฏิบัติการรวมถึงได้สกัดนำเอา 7 เทคนิคการวางแผนงบประมาณโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปีการศึกษา 2569 ได้นำองค์ความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้านการจัดทำแผนและงบประมาณของโครงการ โดยเริ่มจากการกำหนดกิจกรรมให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ กำหนดงบประมาณตามจำนวนผู้เข้าร่วมและผู้รับประโยชน์ พร้อมทั้งแจกแจงรายละเอียดงบประมาณในแต่ละกิจกรรมอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ได้มีการจัดหมวดหมู่งบประมาณตามประเภทค่าใช้จ่าย และกำหนดงบประมาณโดยอ้างอิงอัตราเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งพิจารณาความจำเป็น ความเหมาะสม และความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ ตลอดจนใช้ข้อมูลระยะทางและหลักฐานประกอบในการคำนวณค่าใช้จ่าย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ผลลัพธ์จากการนำองค์ความรู้ไปใช้ ทำให้การวางแผนงบประมาณโครงการมีความชัดเจน เป็นระบบ และเกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงบประมาณ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการให้บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ บทเรียนที่ได้รับ การวางแผนงบประมาณที่ดีควรเริ่มจากการกำหนดกิจกรรมที่ชัดเจน มีการแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ และยึดหลักความจำเป็น ความคุ้มค่า และความโปร่งใส เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อโครงการ ไฟล์แนบ : แนวทางการจัดทำแผนและงบประมาณ |
![]() |