โพสโดย สรายุทธ ดวงตา โพสวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 , (อ่าน 140 ครั้ง)
วิสาหกิจ (Enterprise) หมายถึงการประกอบการที่ยากซับซ้อนหรือเสี่ยงต่อการขาดทุนล้มละลาย เช่น การประกอบกิจการเกี่ยวกับการผลิต การขนส่ง การจำหน่าย ซึ่งหมายความรวมถึงการประกอบการที่มีกระบวนการคิด การจัดการผลผลิตและทรัพยากรทุกขั้นตอน โดยภูมิปัญญาขององค์กร ชุมชนหรือเครือข่ายขององค์กรชุมชน
เนื่องจากการประกอบวิสาหกิจมีความซับซ้อนและมีความเสี่ยง รัฐบาลในหลายยุคหลายสมัยได้ออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการประกอบกิจการวิสาหกิจไว้หลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ทั้งนี้เพื่อให้มีการช่วยเหลือการสนับสนุนหรือให้คำแนะนำแก่วิสาหกิจในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตลอดจนการสนับสนุนการศึกษาวิจัย เพื่อการส่งเสริมและการพัฒนาการดำเนินงานกิจการวิสาหกิจ
ในกรณีของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เนื่องจากมหาวิทยาลัยได้รับการปรับสถานะเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตาม พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. 2568 มีการบริหารการจัดการอิสระจากระบบราชการ (Autonomous University) โดยสามารถดำเนินกิจการวิสาหกิจได้ เพื่อส่งเสริมการนำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา งานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี งานสร้างสรรค์ งานออกแบบ ทรัพย์สินทางปัญญา ผลิตภัณฑ์ การบริการและทรัพย์สินอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงธุรกิจให้เกิดรายได้เป็นทุนสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย และเพื่อให้การดำเนินงานวิสาหกิจเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูง มหาวิทยาลัยจึงได้ออกข้อบังคับว่าด้วยวิสาหกิจ พ.ศ. 2568 โดยให้วิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
1. ให้บริการวิชาการหรือดำเนินการอื่นในเชิงธุรกิจเพื่อหารายได้ในการสนับสนุนการดำเนินงานตามภารกิจของมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย
2. ดำเนินการซื้อ ขาย จ้าง รับจ้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ จำหน่าย แลกเปลี่ยน หรือทำนิติกรรมใดๆ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของมหาวิทยาลัย
3. บริหารจัดการหรือใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยในเชิงรุกเพื่อให้เกิดรายได้มหาวิทยาลัย
4. วัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจกำหนดโดยความเห็นของ สภามหาวิทยาลัย
สำหรับโครงสร้างของการดำเนินวิสาหกิจ ตามข้อบังคับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจ ซึ่งแต่งตั้งโดยสภามหาวิทยาลัย คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจจะประกอบไปด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกมหาวิทยาลัยต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การพัฒนาวิสาหกิจ การต่างประเทศหรือด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานวิสาหกิจ
คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจ มีอำนาจหน้าที่กำกับและอภิบาลการดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ โดยอำนาจหน้าที่เช่นว่าให้รวมถึง
1. ส่งเสริม สนับสนุน ให้เกิดการจัดตั้งวิสาหกิจขึ้นในมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานขอมหาวิทยาลัยรวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของวิสาหกิจดังกล่าว
2. ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดตั้ง การรวม การยุบเลิก การวางโครงสร้างภายในวิสาหกิจ
3. พิจารณากลั่นกรองเพื่อเสนอสภามหาวิทยาลัยในการจัดตั้ง การรวม การยุบเลิกวิสาหกิจ
4. พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารวิสาหกิจที่มหาวิทยาลัยเสนอ
5. ควบคุมดูแลและติดตามการดำเนินงานของวิสาหกิจให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งและตามกฎหมาย
6. ออกประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงินการคลังและทรัพย์สิน การบัญชีและพัสดุ เพื่อให้วิสาหกิจถือปฏิบัติ
7. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจำปี แผนงบประมาณประจำปี หรือแผนการจัดหารายได้
8. ให้ความเห็นชอบแผนการลงทุนของวิสาหกิจ
9. รายงานผลการดำเนินงานประจำปีของวิสาหกิจต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายบริหารงงานวิสาหกิจ
10. แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทำงานเพื่อทำหน้าที่อย่างหนึ่งอย่างใดอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ
11. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยมอบหมาย
สำหรับการบริหารจัดการวิสาหกิจจะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารวิสาหกิจมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้
1. กำหนดนโยบาย แผนกลยุทธ์ หรือแผนการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งวิสาหกิจ
2. กำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานของวิสาหกิจ
3. ออกประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การเงินการคลังและทรัพย์สิน การบัญชีและพัสดุให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจ
4. จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี แผนงบประมาณประจำปีหรือแผนการจัดหารายได้ รวมถึงแผนการลงทุนเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจให้ความเห็นชอบ
5. จัดให้มีการตรวจสอบวิสาหกิจตามระบบบการตรวจสอบที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
6. จัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีเสนอคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจพิจารณา
7. ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจมอบหมาย
ในการบริหารจัดการวิสาหกิจจำเป็นต้องมีเงินทุน รายได้และค่าใช้จ่าย ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ดังนี้
ทุนของวิสาหกิจประกอบด้วย
1. เงินที่มหาวิทยาลัยหรือส่วนงานจัดสรรให้
2. เงินยืมจากมหาวิทยาลัยหรือส่วนงานของมหาวิทยาลัย
3. เงินบริจาคหรือเงินที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งภายในและภายนอกประเทศ
4. เงินทุนจากแหล่งอื่น
วิสาหกิจอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
1. รายได้จากการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งวิ สาหกิจนั้น ๆ เช่น ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม ค่าบริหารจัดการ ค่าเช่า รายได้จากการให้ใช้หรือจำหน่ายทรัพย์สินทางปัญญาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือสินค้า เป็นต้น
2. รายได้จาการลงทุน หรือการร่วมลงทุน
3. ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินตาม (1) หรือ (2)
4. รายได้อื่น ๆ
วิสาหกิจอาจมีรายจ่ายดังนี้
1. ค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารจัดการวิสาหกิจ
2. รายจ่ายอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อวิสาหกิจตามที่คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจกำหนด
โดยกำหนดให้วิสาหกิจต้องมีระบบและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีอันถูกต้อง มีสมุดบัญชีลงรายการแยกตามประเภทของทรัพย์สิน หนี้สิน ทุน รายได้และรายจ่ายตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ การบันทึกบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี และเมื่อสิ้นปีบัญชีให้จัดทำงบการเงินเสนอคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจพิจารณาภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด และงบการเงินนี้ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบที่มีมาตรฐานตามที่คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจกำหนด
ความเสี่ยงในการทำธุรกิจวิสาหกิจมีค่อนข้างสูง ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยจึงกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจจะต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกที่มีความรู้ ความชำนาญในด้านต่าง ๆ ไว้ด้วยจำนวนหนึ่ง เพื่อช่วยเหลือในการพิจารณากลั่นกรองและเห็นชอบในแผนการลงทุนของวิสาหกิจอย่างไรก็ตามในการบริหารจัดการวิสาหกิจ คณะกรรมการบริหารวิสาหกิจถือว่าเป็นคณะกรรมการที่มีความสำคัญมากเพราะจะเป็นผู้ที่กำหนดนโยบาย แผนกลยุทธหรือแผนการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งวิสาหกิจ ทำการกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารและผู้ปฏิบัติการของวิสาหกิจและเรื่องอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยวิสาหกิจ คณะกรรมการชุดนี้จึงควรมีผู้ที่มีความรู้ ความชำนาญและมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการวิสาหกิจเช่นเดียวกัน ซึ่งการบริหารจัดการจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการหารายได้ให้กับมหาวิทยาลัย และการดำเนินงานควรยึดมาตรการ 6 อย่างของ OECD ไว้ด้วย คือความสัมพันธ์กันและเหมาะสม (Relevance) ความปะติดปะต่อกันโดยมีเหตุผล (Coherence) ความมีประสิทธิภาพ (Effectiveness) ความมีประสิทธิผล (Efficiency) และผลกระทบและความยั่งยืน (Impact and Sustainability)
การจัดทำโครงการวิสาหกิจใด ๆ ของหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย ควรจะดำเนินการโดยรอบคอบเป็นขั้นเป็นตอนเหมือนกับการทำธุรกิจของภาคเอกชน โดยขั้นตอนควรจะประกอบด้วย
1. การพิจารณเลือกโครงการที่จะทำวิสาหกิจ
2. การรวบรวมข้อมูลและประเมินความเป็นไปได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ
3. การวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการที่คิดจะทำ
4. การจัดทำโครงการการดำเนินงานเพื่อการอนุมัติ และการดำเนินงาน
5. การจัดทำแผนกลยุทธ : แผนการปฏิบัติการ
6. การติดตามและประเมินผล
การพิจารณาเลือกโครงการ เป็นการคิดวิเคราะห์ว่าเราสามารถใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ไปใช้ประโยชน์หรือสร้างให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไรบ้าง เช่น การคิดใช้ที่ดินว่างเปล่าไปทำการเกษตรด้านต่าง ๆ หรือการนำผลงานวิจัยไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น
การรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นตอนต่อจากการพิจารณาเลือกโครงการ ความสำคัญของขั้นตอนนี้ก็คือการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ของโครงการที่จะดำเนินการโดยอาศัยข้อมูลที่รวบรวมมาได้ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการมีความสำคัญมากต่อการตัดสินใจว่าควรจะดำเนินการในโครงการที่คัดเลือกมาหรือไม่ การศึกษาความเป็นไปได้ จึงต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและมากเพียงพอต่อการตัดสินใจได้ และการศึกษาต้องทำให้ครบวงจรหรือทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น นักวิจัยค้นพบตัวยาสำคัญในสมุนไพรชนิดหนึ่ง และพบว่ามีผลดีต่อการบำบัดรักษาโรค จึงต้องการที่จะนำมาผลิตเพื่อการจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการก็ควรจะเริ่มจากการศึกษาการเพาะปลูกสมุนไพรชนิดนั้นทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ การทำสารสกัด การนำสารสกัดมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยา การทดสอบทดลองต่าง ๆ การขึ้นทะเบียนตำรับยาและการวางจำหน่ายหรือการตลาด หากผลจากการศึกษามีความเป็นไปได้สูงก็จะต้องศึกษาหาข้อมูลในขั้นตอนต่อไป คือการวิเคราะห์ความเสี่ยงของโครงการที่คิดจะทำ การวิเคราะห์ความเสี่ยง ก็เช่นเดี่ยวกัน จะต้องวิเคราะห์ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเพาะปลูกไปจนถึงการตลาด โดยเฉพาะผลตอบแทนจากโครงการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว คือต้องวิเคราะห์อย่างรอบคอบโดยเฉพาะทางด้านการเงิน
การจัดทำเพื่อขออนุมัติโครงการเพื่อการดำเนินงาน เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในข้อบังคับมหาวิทยาลัยว่าด้วยวิสาหกิจ โดยโครงการจะต้องผ่านความเห็นชอบแผนการลงทุนจากคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้ เมื่อโครงการผ่านการอนุมัติแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือการจัดทำแผนกลยุทธ์และแผนการปฏิบัติการ โดยอาจจะทำเป็นตารางกิจกรรมและเวลา (Time frame) แสดงกิจกรรมที่จะปฏิบัติ เวลาเริ่มต้นและเสร็จสิ้นสมบูรณ์ของแต่ละขั้นตอน
การติดตามและประเมินผล เป็นการติดตามผลของการดำเนินการปฏิบัติในแต่ละขั้นตอนว่ามีปัญหา อุปสรรคหรือได้ผลตามเป้าหมายหรือไม่ หากมีปัญหาและอุปสรรคจะแก้ไขหรือป้องกันได้หรือไม่ โครงการบางโครงการแม้จะได้ผ่านการเห็นชอบให้ดำเนินการได้ แต่ในการปฏิบัติการจริงอาจมีปัญหาหรืออุปสรรคให้ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ การติดตามและประเมินผลจึงช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนในโครงการไปได้มากก่อนที่ความเสียหายจะเกิดมากขึ้น
หน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยอาจมีโครงการที่จะขอดำเนินการจัดทำในลักษณะวิสาหกิจเป็นจำนวนหลายโครงการ คณะกรรมการบริหารจัดการและคณะกรรมการนโยบายวิสาหกิจ จึงควรพิจารณาในการให้ความเห็นชอบอย่างรอบคอบ ซึ่งอาจจะจัดลำดับความสำคัญ (Priority) ของโครงการ โดยพิจารณาจากผลกระทบ (Impact) ที่จะเกิดขึ้นต่อด้านต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลกระทบที่เกิดอาจจะต้องพิจารณาทั้งในรูปนามธรรมและรูปธรรม บางโครงการอาจบูรณาการรวมกัน โดยอาศัยความรู้จากหลายสาขาวิชาหรือบางโครงการที่มีการร่วมทำโครงการเป็นหุ้นส่วน (Partner) กับบุคคลภายนอก อาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
การลงทุนทุกรูปแบบมีความเสี่ยง จึงหวังว่าบทความนี้จะให้ประโยชน์ได้บ้างในการจัดทำวิสาหกิจของมหาวิทยาลัย