| การจัดการความรู้ |
| การป้องกันและแก้ไขภัยอันตรายในห้องปฏิบัติการ
post: 2026-09-06 15:07:57 by: ธิดารัตน์ โพธิ์ศรี views: 10 กลุ่ม: สำนักงานเลขานุการ คณะพยาบาลศาสตร์ |
![]() • วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเพิ่มความรู้ ความเข้าใจในรายละเอียดองค์ประกอบของ ESPReL Checklist ในองค์ประกอบที่ 5 2. เพื่อนำความรู้ที่ได้นำมาใช้ในการยกระดับห้องปฏิบัติการทางการพยาบาลให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล ระบบป้องกันและแก้ไขภัยอันตราย ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1. การบริหารความเสี่ยง วัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งหัวใจสำคัญ มี 5 กระบวนการ คือ 1.1 การระบุอันตราย การชี้บ่งอันตรายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในแต่ละกิจกรรมของงาน เป็นการระบุ ความอันตรายที่มีและที่แฝงอยู่ในทุกขั้นตอน ทุกกิจกรรม โดยครอบคลุม สารเคมี อุปกรณ์ เครื่องมือ ลักษณะทางกายภาพของห้องปฏิบัติการ 1.2 การประเมินความเสี่ยง กระบวนการประมาณระดับความเสี่ยง และตัดสินว่าความเสี่ยงนั้นอยู่ในระดับที่ยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งความเป็นไปได้ หรือ โอกาสที่สิ่งคุกคามแสดงความเป็นอันตรายตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงมีความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต สิ่งที่ต้องประเมิน ได้แก่ - ความรุนแรงจากอันตรายของสารเคมี สภาวะในการทำการทดลอง อุปกรณ์ หรือ เครื่องมือ และสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานจะได้รับ - ระยะเวลาที่ได้รับหรือสัมผัสกับความเป็นอันตรายนั้น และความถี่ในการรับหรือสัมผัส ระดับของการประเมินความเสี่ยงในห้องปฏิบัติการ ได้ทำการแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ - ระดับบุคคล - ระดับโครงการ - ระดับห้องปฏิบัติการ การประเมินความเสี่ยงในห้องปฏิบัติการ ควรครอบคลุมการประเมินในหัวข้อต่อไปนี้ - ความเสี่ยงของสารเคมีที่ใช้ เก็บ และทิ้ง - สุขภาพจากการปฏิบัติงานกับสารเคมี - เส้นทางในการได้รับสัมผัส - ความเสี่ยงของพื้นที่ในการทำงานหรือทางกายภาพ - ความเสี่ยงของการเข้าถึงเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ สภาวะในการทำการทดลอง - ความเสี่ยงของกิจกรรมที่ทำในห้องปฏิบัติการ 1.3 การจัดการความเสี่ยง เป็นกระบวนการ เพื่อป้องกันและลดความเสียหาย ที่อาจเกิดจากปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย - การป้องกันความเสี่ยง เช่น มีพื้นที่แยกเฉพาะสำหรับกิจกรรมที่เสี่ยงสูง มีการขจัดสิ่งปนเปื้อน - การลดความเสี่ยง เช่น เปลี่ยนแปลงวิธีการปฏิบัติงานเพื่อลดการสัมผัสสาร การบังคับใช้กำหนดหรือแนวปฏิบัติทางด้านความปลอดภัย - การสื่อสารความเสี่ยง เช่น การประชุม ป้าย สัญลักษณ์ เอกสากแนะนำคู่มือ - การตรวจสุขภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน 1.4 การรายงานการบริหารความเสี่ยง เป็นการจัดทำรายงาน ซึ่งจะทำให้สะดวกในการสื่อสารความเสี่ยงในภาพรวม หรือ ระดับของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้น หรือ ลดลงภายในหน่วยงาน หรือ ห้องปฏิบัติการ โดยให้ครอบคลุมทั้งใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล ระดับโครงการ และระดับห้องปฏิบัติการ 1.5 การใช้ประโยชน์จากรายงานการบริหารความเสี่ยง ใช้ในการสื่อสารความเสี่ยง สอน แนะนำ อบรม /ใช้ประเมินผล ทบทวน และวางแผนการดำเนินงานเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง / การจัดสรรงบประมาณในการบริหารความเสี่ยง ช่วยจะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจในผู้บริหารระดับสูง 2. การเตรียมความพร้อม/ตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน 2.1 มีอุปกรณ์สำหรับตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน อยู่ในบริเวณที่สามารถเข้าถึงได้สะดวก เช่น ที่ล้างตา ฝักบัวฉุกเฉิน เวชภัณฑ์ อุปกรณ์สำหรับสารเคมีรั่วไหล และอุปกรณ์ทำความสะอาด 2.2 มีแผนป้องกันภาวะฉุกเฉินที่เป็นรูปธรรม 2.3 มีการซ้อมรับมือภาวะฉุกเฉินที่เหมาะสมกับหน่วยงาน 2.4 มีการตรวจสอบพื้นที่และสถานที่ เพื่อพร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เช่น ประตูฉุกเฉิน ทางหนีไฟ จุดรวมพล 2.5 มีการตรวจสอบเครื่องมืออุปกรณ์ พร้อมตอบโต้ภาวะฉุกเฉินอย่างสม่ำเสมอ 2.6 มีขั้นตอนในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน เช่น การแจ้งเหตุ การแจ้งเตือน 3. ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยทั่วไป 3.1 อุปกรณ์สำหรับความปลอดภัยส่วนบุคคล เช่น แว่นตานิรภัย ถุงมือ รองเท้า เป็นต้น 3.2 ระเบียบปฏิบัติของแต่ละห้องปฏิบัติการ - มีการกำหนดระเบียบ/ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ - ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามระเบียบ / ข้อปฏิบัติที่กำหนดไว้ - มีการกำหนดระเบียบ / ข้อปฏิบัติในกรณีที่หน่วยงานอนุญาตให้มีผู้เยี่ยมชมจากภายนอก ประโยชน์ที่ได้รับ 1. มีความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ในเรื่อง การป้องกันและแก้ไขภัยอันตราย ในแต่ละหัวข้อมากยิ่งขึ้น 2. สามารถนำความรู้ที่ได้ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
|
|
|