การจัดการความรู้
 
ระบบบริหารจัดการลูกหนี้เงินทดรองจ่ายเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการกำกับดูแลแบบบูรณาการ
post: 2026-08-07 16:04:03     by: วาสนา สมโสภา     views: 13
กลุ่ม: CoP Future Office POLUBU,


       

    รายงานการถอดบทเรียนและถ่ายทอดองค์ความรู้ (CoP)

4. แนวปฏิบัติที่ดีและการนำไปใช้ประโยชน์ (Best Practice & Application)

     4.1 นวัตกรรม/แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)

          "ระบบบริหารจัดการลูกหนี้เงินทดรองจ่ายเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการกำกับดูแลแบบบูรณาการ"(Proactive & Digital-Driven Advance Payment & Liquidity Management Framework)

          1. นวัตกรรมด้านกระบวนงานและเทคโนโลยี (Process & Digital Innovation)

             1.1 ระบบการติดตามและเตือนภัยล่วงหน้าผ่านสารสนเทศ (Automated Pre- & Post-Warning System via DMS/Line Alert)

oก่อนครบกำหนด (Pre-Warning)ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติล่วงหน้า 5 วัน และ 3 วันก่อนสิ้นสุดสัญญาแจ้งไปยังผู้ยืมเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเอกสารเบิกจ่ายเพื่อส่งใช้เงินยืมภายในกำหนดตามระเบียบ

oหลังครบกำหนด (Post-Warning Process via DMS)การใช้ระบบ DMS เป็นหนังสือติดตามอัตโนมัติ 2 งวด (งวดละ 7 วันทำการ) ที่มีระบบบันทึกเวลาการรับหนังสือ (Digital Audit Trail) สามารถใช้อ้างอิงทางกฎหมายและการบังคับใช้มาตรการทางปกครองได้ทันที

1.2 การจัดทำแบบฟอร์มตรวจสอบเอกสารเบิกจ่ายออนไลน์ (Smart Cleared-Doc Checklist)

  • พัฒนา Checklist เอกสารประกอบการเคลียร์เงินยืมผ่านระบบออนไลน์/QR Code แยกตามประเภทโครงการ เพื่อให้ผู้ยืมสามารถตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จและเอกสารก่อนนำส่งฝ่ายการเงิน ลดอัตราการตีกลับเอกสารซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการส่งใช้เงินล่าช้า

  2. นวัตกรรมด้านกลไกการกำกับดูแลเชิงบริหาร (Governance & Transparency Innovation)

  • ศูนย์เฝ้าระวังและรายงานสภาพคล่องแบบเรียลไทม์ (Executive Liquidity & AR Dashboard)
    • พัฒนา Dashboard แสดงสถานะเงินทดรองจ่ายประเภท ข และวงเงินคงเหลือของคณะแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารเห็นสถานะลูกหนี้แยกตามหน่วยงาน/บุคคล และเห็นแนวโน้มความเสี่ยงด้านสภาพคล่องล่วงหน้า
  • การนำกลไก "Social & Governance Sanction" มาใช้กำกับดูแล
    • การบรรจุวาระ "รายงานสถานะลูกหนี้เงินทดรองจ่ายคงค้าง"เข้าเป็นวาระประจำทุกเดือนของคณะกรรมการประจำคณะฯ เพื่อสร้างความตระหนักร่วมกันในระดับบริหาร
    • มาตรการ Lock-Out สิทธิการยืมเงิน  ใช้เงื่อนไขทางระบบ ไม่เปิดสิทธิการขออนุมัติยืมเงินโครงการใหม่ หากยังมีสัญญายืมเงินเดิมค้างชำระเกินกำหนดเวลาตามระเบียบฯ (Zero Tolerance for Overdue Advance)

  3. นวัตกรรมด้านการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (Culture & Capacity Building)

  • คลินิกการเงินและสัญญาเงินยืม (Advance Payment Financial Clinic)
    • จัดกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาการจัดทำเอกสารการเงินล่วงหน้าก่อนจัดโครงการ (Pre-Project Financial Coaching) โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เพื่อแนะนำการเก็บหลักฐานการจ่ายเงินที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินกิจกรรม
  • ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม (Tangible Outcomes)

1. ลดจำนวนวันเฉลี่ยในการส่งใช้เงินยืม (Days Sales Outstanding - DSO)ให้เป็นไปตามกรอบเวลาของระเบียบมหาวิทยาลัยฯ 100%

2. รักษาความเสถียรของสภาพคล่อง (Liquidity Protection)ลดการพึ่งพาการยืมเงินสำรองจากมหาวิทยาลัย และป้องกันการถูกระบุเป็นข้อสังเกตจากฝ่ายตรวจสอบภายใน

3. ยกระดับความตระหนักรู้และวินัยทางการเงิน (Financial Discipline)ของบุคลากรในคณะอย่างเป็นรูปธรรมในการยืมเงินและการส่งใช้เงินยืมตามระเบียบ

     4.3 ข้อจำกัดและข้อควรระวัง:ระยะที่ 1 มีข้อจำกัดการ Lock-Out สิทธิการยืมเงิน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสัญญาการยืมกับเจ้าหน้าที่ดูแลลูกหนี้เงินยืมเป็นคนละคนทำให้ผู้ยืมบางรายที่คงค้างสามารถยืมเงินได้ ในระยะที่ 2 ระบบบริหารเงินยืมและลูกหนี้เงินยืมทดรองจ่าย จะมีการกำหนดสิทธิการยืมเงินอัตโนมัติทันทีหากผู้ยืมมีลูกหนี้คงค้างรายเก่า

3. สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยน (Knowledge Crystallization)

     แนวปฏิบัติเดิม/ปัญหาเดิม    

1. ผู้ยืมไม่ทราบสถานะยืมเงิน และการเบิกจ่าย (เดิมใช้ระบบสารสนเทศมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (DMS) ในการแจ้งเตือนตั้งแต่รับเอกสารเข้าระบบจนสิ้นสุดกระบวนงาน ทำให้ผู้ยืมมีการสอบถามว่าเอกสารถึงขั้นตอนไหน เงินจะออกเมื่อไหร่ เป็นต้น

     2. ผู้ยืมละเลยการส่งใช้เงินยืมภายในกำหนด ทำให้มีลูกหนี้คงค้างจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องเงินหมุนเวียนของคณะ

     3. คณะฯ ขาดมาตรการติดตามลูกหนี้คงค้าง ทำให้มีลูกหนี้คงค้างจำนวนมาก

        องค์ความรู้และเทคนิคสำคัญทางกฎหมายพัสดุ (Legal Knowledge & Technical Tips)

     1. ระบบการแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี โดยใช้ Google Calendarแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชี กำหนดแจ้งเตือน 3 ครั้ง (ครั้งที่ 1 กำหนด 5 วันก่อนเงินเข้าบัญชี ครั้งที่ 2 กำหนด 3 วันก่อนเงินเข้าบัญชี และครั้งที่ 3 กำหนด 1 วันก่อนเงินเข้าบัญชี) และแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน E-mailมหาวิทยาลัย และระบบสารสนเทศมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(DMS) เพื่อแก้ไขการสอบถามเรื่องเงินเข้าบัญชี

     2. พัฒนาระบบแจ้งเตือนวันครบกำหนด โดยใช้ Google Calendarแจ้งเตือนก่อนวันครบ กำหนด 3 ครั้ง ( ครั้งที่ 1 กำหนด 7 วันก่อนวันครบกำหนด ครั้งที่ 2 กำหนด 5 วันก่อนวันครบกำหนด และครั้งที่ 3 กำหนด 1 วันก่อนวันครบกำหนด) และแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่าน E-mailมหาวิทยาลัย และระบบสารสนเทศมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(DMS) เพื่อสร้างการรับรู้และตระหนักถึงการส่งใช้เงินยืมภายในกำหนด

          3. การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการติดตามและเร่งรัดลูกหนี้เงินทดรองจ่ายเกินกำหนดผ่านระบบสารสนเทศเพื่อปิดช่องว่างการทำงานและเสริมสร้างระบบการควบคุมภายในคณะฯ ได้กำหนด มาตรการและปรับปรุงกระบวนงานการติดตามลูกหนี้เงินทดรองจ่ายเกินกำหนด โดยนำระบบสารสนเทศสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์/บริหารจัดการเอกสาร (DMS) ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มาใช้เป็นช่องทางหลักในการดำเนินการติดตามและจัดเก็บหลักฐานการแจ้งเตือนอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

          1. มาตรการติดตามและแจ้งเตือนผ่านระบบสารสนเทศมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (DMS)

             1.1 การแจ้งติดตามลูกหนี้เกินกำหนดครั้งที่ 1  เมื่อพ้นกำหนดส่งใช้เงินยืมตามระเบียบฯ ให้หน่วยงานการเงินจัดทำหนังสือแจ้งเตือนผ่านระบบ DMS ไปยังผู้ยืมเงินทดรองจ่าย เพื่อให้ดำเนินการส่งใช้เงินยืม หรือชำระคืนเงินทดรองจ่ายให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผ่านระบบ

  1.2 การแจ้งติดตามลูกหนี้เกินกำหนด ครั้งที่ 2ในกรณีที่ครบกำหนดตามการแจ้งครั้งที่ 1 แล้ว ผู้ยืม

ยังไม่ดำเนินการส่งใช้เงินยืม ให้จัดทำหนังสือติดตาม ครั้งที่ 2 ผ่านระบบ DMS ไปยังผู้ยืมเงิน และกำหนดให้ผู้ยืมต้องดำเนินการส่งใช้เงินยืมให้แล้วเสร็จ ภายใน 7 วันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

2. มาตรการกำกับดูแลและรายงานระดับบริหาร (Governance & Oversight)

          2.1 การรายงานสถานะลูกหนี้ประจำเดือนงานบัญชีสรุปการจัดทำ "รายงานสถานะลูกหนี้เงินทดรองจ่ายคงค้างประจำเดือน"เสนอต่อคณะกรรมการประจำคณะฯ เพื่อรับทราบสถานะและพิจารณาเป็นประจำทุกเดือน

          2.2 การกำหนดมาตรการเชิงบังคับใช้ให้คณะกรรมการประจำคณะฯ พิจารณากำหนดมาตรการหรือสั่งการเร่งรัดลูกหนี้คงค้างเป็นรายกรณี รวมทั้งพิจารณาบังคับใช้มาตรการทางปกครองและการหักชำระเงินตามระเบียบมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่าด้วยเงินทดรองจากเงินรายได้ พ.ศ. 2562 เพื่อให้การส่งใช้เงินยืมเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง        

4. แนวปฏิบัติที่ดีและการนำไปใช้ประโยชน์ (Best Practice & Application)

"ระบบบริหารจัดการลูกหนี้เงินทดรองจ่ายเชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และการกำกับดูแลแบบบูรณาการ"(Proactive & Digital-Driven Advance Payment & Liquidity Management Framework)

          1. นวัตกรรมด้านกระบวนงานและเทคโนโลยี (Process & Digital Innovation)

             1.1 ระบบการติดตามและเตือนภัยล่วงหน้าผ่านสารสนเทศ (Automated Pre- & Post-Warning System via DMS/Line Alert)

oก่อนครบกำหนด (Pre-Warning)ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติล่วงหน้า 5 วัน และ 3 วันก่อนสิ้นสุดสัญญาแจ้งไปยังผู้ยืมเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเอกสารเบิกจ่ายเพื่อส่งใช้เงินยืมภายในกำหนดตามระเบียบ

oหลังครบกำหนด (Post-Warning Process via DMS)การใช้ระบบ DMS เป็นหนังสือติดตามอัตโนมัติ 2 งวด (งวดละ 7 วันทำการ) ที่มีระบบบันทึกเวลาการรับหนังสือ (Digital Audit Trail) สามารถใช้อ้างอิงทางกฎหมายและการบังคับใช้มาตรการทางปกครองได้ทันที

1.2 การจัดทำแบบฟอร์มตรวจสอบเอกสารเบิกจ่ายออนไลน์ (Smart Cleared-Doc Checklist)

  • พัฒนา Checklist เอกสารประกอบการเคลียร์เงินยืมผ่านระบบออนไลน์/QR Code แยกตามประเภทโครงการ เพื่อให้ผู้ยืมสามารถตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จและเอกสารก่อนนำส่งฝ่ายการเงิน ลดอัตราการตีกลับเอกสารซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการส่งใช้เงินล่าช้า

  2. นวัตกรรมด้านกลไกการกำกับดูแลเชิงบริหาร (Governance & Transparency Innovation)

  • ศูนย์เฝ้าระวังและรายงานสภาพคล่องแบบเรียลไทม์ (Executive Liquidity & AR Dashboard)
    • พัฒนา Dashboard แสดงสถานะเงินทดรองจ่ายประเภท ข และวงเงินคงเหลือของคณะแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารเห็นสถานะลูกหนี้แยกตามหน่วยงาน/บุคคล และเห็นแนวโน้มความเสี่ยงด้านสภาพคล่องล่วงหน้า
  • การนำกลไก "Social & Governance Sanction" มาใช้กำกับดูแล
    • การบรรจุวาระ "รายงานสถานะลูกหนี้เงินทดรองจ่ายคงค้าง"เข้าเป็นวาระประจำทุกเดือนของคณะกรรมการประจำคณะฯ เพื่อสร้างความตระหนักร่วมกันในระดับบริหาร
    • มาตรการ Lock-Out สิทธิการยืมเงิน  ใช้เงื่อนไขทางระบบ ไม่เปิดสิทธิการขออนุมัติยืมเงินโครงการใหม่ หากยังมีสัญญายืมเงินเดิมค้างชำระเกินกำหนดเวลาตามระเบียบฯ (Zero Tolerance for Overdue Advance)

  3. นวัตกรรมด้านการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (Culture & Capacity Building)

  • คลินิกการเงินและสัญญาเงินยืม (Advance Payment Financial Clinic)
    • จัดกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาการจัดทำเอกสารการเงินล่วงหน้าก่อนจัดโครงการ (Pre-Project Financial Coaching) โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เพื่อแนะนำการเก็บหลักฐานการจ่ายเงินที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินกิจกรรม



วาสนา สมโสภา
นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ   คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

การทำงานด้วยพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา


Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (80 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (38 บทความ)
CoP Future Office POLUBU (37 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (35 บทความ)
UBU Library Services (35 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (31 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
การพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการงานภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (2026-08-09 16:47)
ว804 Smart Procurement : ซื้อไม่เกิน 50,000 บาท ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ลดขั้นตอน (2026-08-07 20:50)
ว122 Smart Research Procurement : แยกให้ชัด งานวิจัยแบบไหนต้องจัดซื้อจัดจ้าง (2026-08-07 19:02)
"Smart Academic Clinic: การพัฒนาระบบคลินิกวิชาการดิจิทัล เพื่อการดูแลนักศึกษาเชิงรุกและลดอัตราการตกออก" (2026-08-07 18:46)
การสร้าง "ผู้ช่วยจัดการตารางงานอัจฉริยะ" ด้วยโปรแกรม AI “Gemini & Calender” ของภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ (2026-08-07 18:04)
การพัฒนาระบบอุทธรณ์ผลการเรียนออนไลน์ 24 ชั่วโมง ด้วย Google Apps Script (2026-08-07 17:53)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7632 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3785 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3621 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2766 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2394 view)
เรียนรู้ เทคโนโลยี FTTx ( Fiber to the x) (2159 view)