การจัดการความรู้
 
การเงินยุคใหม่กล้าคิดกล้าทำ นำสู่สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless)
post: 2026-08-05 22:28:04     by: ฐิติกรณ์รัศมิ์ ภัททสิริภูวดล     views: 127
กลุ่ม: CoP Future Office POLUBU


       

 

ชื่อองค์ความรู้ เรื่อง    การเงินยุคใหม่กล้าคิดกล้าทำ นำสู่สำนักงานไร้กระดาษ (Paperless)

จุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากนโยบายลดการใช้กระดาษของสำนักหอสมุด มช. ที่ผู้อำนวยการตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2567 จะต้องลดการใช้กระดาษให้ได้ร้อยละ 5 โดยกำหนดโควตากระดาษให้แต่ละฝ่ายเพียง 1 รีมต่อปีผู้บรรยายในฐานะหัวหน้างานการเงิน เริ่มวิเคราะห์กระบวนการทำงานตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 และมีเวลาเพียง 3 เดือนในการพัฒนากระบวนงานให้บรรลุเป้าหมายนี้ คำถามตั้งต้นคือ "ปัญหาของงานการเงินตอนนี้คืออะไร" คำตอบคือ การใช้กระดาษในทุกขั้นตอน แม้จะเซ็นผ่านระบบแล้วก็ยังต้องพิมพ์ออกมาอยู่ดี และสิ่งที่การเงินติดอยู่เสมอคือ "ระเบียบ" ที่ไม่สามารถก้าวข้ามได้

วางกรอบแนวคิด มองให้ครบ 3 ขา

ผู้บรรยายวิเคราะห์กระบวนการทำงานของงานการเงินทุกประเภท (เบิกค่าเดินทาง เบิกค่าตอบแทน OT จัดกิจกรรม จัดซื้อจัดจ้าง) แล้วมองพร้อมกัน 3 ด้าน คือ

  1. ระเบียบ/กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์
  2. ระบบสารสนเทศ ที่มีอยู่แล้วทั้งของสำนักหอสมุดเองและของมหาวิทยาลัย
  3. ทรัพยากรข้อมูล อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ฐานกฎหมายที่ทำให้ "กล้าเดิน"

การศึกษาระเบียบอย่างละเอียดคือหัวใจของทั้งโครงการ กฎหมายหลักที่นำมาใช้ ได้แก่

- พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 ห้ามปฏิเสธผลทางกฎหมายของข้อมูลเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

- มาตรา 9 การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แบบแสดงเจตนาความเป็นเจ้าของ (เชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง)

- ลายมือชื่อที่เชื่อถือได้ต้องเชื่อมโยง ระบุความเป็นเจ้าของ ตรวจทานย้อนหลังได้ และมีการควบคุมด้วยรหัส/ข้อมูล

- มาตรา 28 ลายมือชื่อที่มีผู้ให้บริการออกใบรับรองรองรับ (มีโครงสร้างพื้นฐานกุญแจสาธารณะ) ถือว่ามีความน่าเชื่อถือสูงสุด

- พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565รับรองว่าการลงลายมือชื่อและเวลาที่ลงทางอิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าการลงนามด้วยปากกา

- ระเบียบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่าด้วยการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (ปี 2564) รองรับการเซ็นผ่านระบบ e-Sign

- วินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง การยื่นข้อเสนอและเสนอราคาสามารถดำเนินการผ่านอีเมลได้

ระบบที่นำมาปะติดปะต่อกันคือ ระบบ e-Budget (คุมงบประมาณ พิมพ์สัญญายืมเงิน) ของหอสมุดเอง ผสานกับ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ CU e-Document (edoc) ของมหาวิทยาลัย และ ระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ e-Sign ที่พัฒนาโดยศูนย์บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะของ มช. ซึ่งเป็นลายมือชื่อที่ถูกต้องตามมาตรา 28 (ยืนยันตัวตนด้วยอีเมลและรหัสผ่านของมหาวิทยาลัย) ข้อจำกัดที่พบคือ ในช่วงแรกระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัย ยังไม่อนุญาตให้ใช้กับหนังสือด้านการเงิน งบประมาณ และกฎหมาย ทำให้ต้องกลับไปตีความระเบียบเพื่อหาทางออก

กระบวนการแบบเดิม: จุดที่เสียเวลาและกระดาษ

จากการวิเคราะห์ Workflow เดิม พบว่ากระบวนการเบิกจ่ายเงินทั้งหมด ตั้งแต่จัดทำเอกสาร ผ่านเจ้าหน้าที่เดินหนังสือ ผ่านหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย จนถึงการเงิน ใช้เวลาขั้นต่ำประมาณ 22.5 วัน ปัญหาสำคัญที่พบ ได้แก่

- จุดสูญเสียที่หัวหน้างาน/หัวหน้าฝ่าย หากผู้มีอำนาจลงนามไม่อยู่ (ไปประชุม อบรม) เอกสารจะตกค้างอยู่ที่โต๊ะ

- เอกสารสูญหาย ต้องเดินหาแฟ้มวันละ 5–8 รอบ

- ติดตามงานยาก ไม่รู้ว่าเรื่องค้างอยู่ที่ใคร  

- การสื่อสารแก้ไขเอกสาร ยังใช้วิธีโทรศัพท์/ไลน์ ต้องส่งเอกสารกลับไปกลับมา

หัวใจของปัญหา การยอมรับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

ในช่วงกลางปี 2566 การยอมรับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นเรื่องใหม่และมีข้อกังขาสูง เมื่อได้ข้อสรุปทางกฎหมายแล้วว่าลายมือชื่อ ไม่จำเป็นต้องเป็นตัวอักษรหรือลายเซ็นเสมอไป จะเป็นภาพ อีเมล หรือสัญลักษณ์ใดก็ได้ ตราบใดที่สามารถยืนยันตัวผู้ลงนามได้ ก็มีผลตามกฎหมาย จึงนำมาออกแบบ workflow ใหม่ โดยคงทุกขั้นตอนเดิมไว้ (เพราะกระบวนการพัสดุ-การเงินขาดขั้นตอนไม่ได้) แต่แทนที่ทรัพยากรกระดาษด้วยระบบเหลือทรัพยากรหลักเพียง 2 อย่างคือ ระบบสารบรรณ และระบบลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

ทดลองจริง แล้วเจอแรงต้าน

เมื่อสร้างต้นแบบ (Prototype) แล้วนำไปทดลองใช้กับสำนักงานสำนัก (งานบริหารทั่วไป งานนโยบายและแผน งานการเงิน) พบว่างานที่มีเอกสารปริมาณมากและเคสหลากหลายอย่างงานบริหารไม่ประสบความสำเร็จ จึงลองขยายไปฝ่ายอื่น (ฝ่ายจัดการ ฝ่ายล้านนา ฝ่ายไอที) ผลสรุปคือ ผู้ปฏิบัติงานมองว่าขั้นตอนยุ่งยาก ไม่ยืดหยุ่น เพราะต้องทำงานร่วมกันถึง 3 แพลตฟอร์ม (e-Budget, e-Sign, edoc)ทีมงานจึงกลับไปศึกษาเพิ่ม โดยไปเรียนรู้ฟังก์ชันของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง ไปดูหน่วยงานที่ใช้ระบบนี้กับงานจัดซื้อจัดจ้างอยู่แล้ว แล้วนำมาปรับใช้ (adapt) กับหอสมุด สุดท้ายได้นำเสนอทางเลือกต่อผู้บริหาร ซึ่งบุคลากรส่วนหนึ่งเสนอให้กลับไปใช้กระดาษเหมือนเดิม เพราะยังไม่มีหน่วยงานอื่นทำมาก่อน แต่ผู้บริหารสำนักหอสมุดเลือก "เดินหน้าต่อ" และประกาศนโยบายให้ทำงานการเงินผ่านระบบ CU e-Document เท่านั้น เพราะเชื่อว่าเป็นระบบที่มีการควบคุมภายในที่ดีและมีศักยภาพจะพัฒนาต่อได้

เครื่องมือบริหารการเปลี่ยนแปลง

ผู้บรรยายใช้ทฤษฎีการบริหารการเปลี่ยนแปลง 2 ตัวประกอบกัน

1) Design Thinking Process— เริ่มจาก Empathize (เข้าใจปัญหาด้านกฎหมาย ระบบ และคน) →Define ปัญหา →Design กระบวนงาน →Prototype/ทดลองกับกลุ่มเล็ก (ทีมการเงินก่อน) →ขยายไปกลุ่มที่พร้อมเปลี่ยนแปลง →ทดสอบระบบ (ประมาณ 3 เดือน)

2) โมเดลการสร้างการยอมรับ— ให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักรู้ 3 ระดับเป้าหมาย (มหาวิทยาลัย →สำนักหอสมุด →งานการเงินการคลังและพัสดุ) จากนั้นให้ความรู้เรื่องเครื่องมือและวิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาด โดยประเมินความสามารถของแต่ละคนเป็นรายบุคคล (บางคนทำได้เต็ม 100% บางคนทำได้แค่ 50% ก็ค่อย ๆ สอนผ่านการโทร/แชร์หน้าจอ) ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมี 2 ทาง คือ ผู้บริหารที่สนับสนุนอย่างจริงจัง และทีมการเงินการคลังพัสดุที่ต้องเข้าไปช่วยฝ่ายงานอื่นให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน

ผลลัพธ์เชิงตัวเลข  ต้นทุนที่มองไม่เห็น

การเก็บข้อมูลย้อนหลังเผยให้เห็นต้นทุนแฝงที่ชัดเจนมาก

รายการ

ข้อมูลสำคัญ

ปริมาณกระดาษที่ลดได้ (มิ.ย.–ธ.ค. 2566)

ลดลง 96 รีม (เกือบครึ่งของปริมาณที่ใช้)

วัสดุที่ใช้มากที่สุดในงานกระดาษ

หมึกพิมพ์ 38% กระดาษ ~34% ตรายาง กาว แฟ้ม น้ำยาลบคำผิด

ต้นทุนจ้างเจ้าหน้าที่เดินเอกสาร (ต่อเดือน)

ขั้นต่ำ ~10,000–15,000 บาท ขั้นสูง ~42,000 บาทเศษ

ต้นทุนตลอดอายุการทำงาน (สมมติ 29 ปี)

ประมาณ 11,512,231.26 บาทต่อคน

ต้นทุนรวมกระบวนการแบบกระดาษ (สูงสุดต่อปี)

ประมาณ 6,100,000 บาท

ต้นทุนรวมเมื่อเปลี่ยนเป็นอิเล็กทรอนิกส์

ลดลงเหลือประมาณ 2,000,000 บาท

ค่าถ่ายเอกสารของสำนักหอสมุด

ลดลงปีละราว 120,000 บาท

เวลาดำเนินการเบิกจ่าย (จากเดิม)

จาก 22.5–25 วัน ลดลงเหลือประมาณ 7 วัน

ตั้งแต่ปี 2566 สำนักหอสมุดไม่ได้ซื้อกระดาษ A4 เข้าสต๊อกอีกเลย และไม่มีการซื้อวัสดุสำนักงาน (กาว แฟ้ม น้ำยาลบคำผิด) เป็นวัสดุกลางอีกต่อไป มีเพียงการซื้อเฉพาะกิจกรรมเป็นรายจ๊อบเท่านั้น

ตัวอย่างรูปธรรมของการทำงานแบบไม่มีกระดาษ

- รายงานเงินสดคงเหลือประจำวัน กรรมการนับเงินแล้วคลิกลิงก์เซ็นผ่านมือถือ/iPad ได้ทันที ไม่ต้องพิมพ์เป็นเล่ม

- รายงานงบการเงิน จากที่ต้องพิมพ์ 196 แผ่นเพื่อเสนอสำนักงานตรวจสอบภายใน เปลี่ยนเป็นทำไฟล์ทั้งหมด ใช้เทคนิคจับคู่สีในไฟล์ Excel เพื่อกระทบยอดและชี้แจงประเด็นในไฟล์เดียวกัน

- การจ่ายเงิน เปลี่ยนจากจ่ายเช็คมาโอนเข้าบัญชีทั้งหมด ใช้ SCB Business Net (ตั้งแต่ปี 2564) ใบยืนยัน "success" จากธนาคารใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินแทนใบสำคัญรับเงิน

- ใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารทุกฉบับระบุข้อความว่า "เอกสารฉบับนี้ใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544" เพื่อยืนยันสถานะทางกฎหมาย

- การปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (OT) ระบบ OT ของหอสมุด (ตั้งแต่ปี 2565) ไม่มีกระดาษแม้แต่แผ่นเดียว ตั้งแต่ขออนุมัติ เช็คอิน-เอาต์ผ่านแอป CMU Mobile จนถึงรายงานผลการปฏิบัติงานภายในวันเดียว

- การจัดซื้อจัดจ้าง กำหนดนโยบายชัดเจนว่าจะไม่รับเอกสารนอกระบบ ทุกอย่างต้องผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ แม้ช่วงแรกจะมีแรงต้าน แต่ค่อย ๆ ผ่อนเป็น 1–2 ขั้นตอนก่อน แล้วขยับไปทำครบ 5 ขั้นตอนเมื่อผู้ปฏิบัติงานปรับ mindset ได้

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง

- ตรวจสอบและติดตามได้ตลอดเวลา ระบบมี timestamp ชัดเจนว่าเรื่องค้างอยู่ที่ใคร ช่วยปกป้องเจ้าหน้าที่การเงินจากข้อครหาว่าทำงานช้า เพราะมีหลักฐานเชิงประจักษ์

- ลดข้อผิดพลาด ตรวจพบปัญหาได้เร็วขึ้น ตีกลับแก้ไขได้ทันเวลา

- ลดการรอคอย งานเร่งด่วนสามารถลงนามครบทุกขั้นตอนได้ภายในเวลาสั้น ๆ แม้ผู้มีอำนาจลงนามไม่อยู่ที่โต๊ะทำงาน

- ความโปร่งใส 100% ทุกขั้นตอนทำตามลำดับ ไม่มีการย้อนหลังนอกกระบวนการ หากพลาดต้องชี้แจงตามระบบเสมอ

- ความยืดหยุ่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ สามารถทำงานได้จากที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องอยู่ประจำโต๊ะเพื่อรอเอกสาร

ความท้าทายและบทเรียนสำคัญ

ผู้บรรยายย้ำว่าความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้อง กล้าเริ่ม กล้าลงมือทำ แม้จะกลัวว่าจะถูกต่อว่าหรือไม่สำเร็จ โดยมีผู้บริหารช่วยผลักดันอย่างจริงจัง บทเรียนสำคัญแบ่งเป็น 2 ด้าน:

  1. ด้านผู้ปฏิบัติงาน/บุคลากร ต้องเปิดใจยอมรับและกล้าเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน
  2. ด้านงานการเงินการคลังและพัสดุ ต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนกระบวนการ ยอมรับว่าไม่สามารถเปิดใจทุกคนได้ในเวลาสั้น ๆ แต่ต้องกล้าเปลี่ยนก่อนเพราะเห็นเป้าหมายชัดเจน

ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงยังพบเคสความผิดพลาดจริง เช่น กรณีจ่ายเงินไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้อง ทำให้ทีมงานต้องปรับหลักการทำงานใหม่ว่า "ไม่เน้นเร็ว แต่เน้นตรวจสอบให้ถูกต้อง" และให้ทุกคนต้องรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารและอ้างอิงระเบียบในหน้างานของตนเองมากขึ้น เพื่อป้องกันตนเองและสร้างความมั่นใจให้หัวหน้างาน

ข้อเสนอแนะเพื่อขยายผลต่อไป

  1. ควรมีการวิจัย/วิเคราะห์เพิ่มเติมว่าหากทั้งมหาวิทยาลัยทำแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ จะส่งผลกระทบต่อการลดคาร์บอนของมหาวิทยาลัยและประเทศอย่างไร
  2. ควรมีการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลของกระบวนงานที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และแนวปฏิบัติที่เป็นระบบ
  3. อยากให้มหาวิทยาลัยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบที่แต่ละหน่วยงานพัฒนาขึ้น เพื่อดึงจุดแข็งมาใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ และเป็นข้อมูลย้อนกลับสำหรับพัฒนาระบบ edoc เวอร์ชันต่อไป
  4. อยากเทียบเคียงสมรรถนะ (benchmarking) กระบวนการเบิกจ่ายเงินกับมหาวิทยาลัยอื่นในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาและเดินหน้าไปพร้อมกัน

ไฟล์แนบ : รายงานการถอดบทเรียนและถ่ายทอดองค์ความรู้ (Community of Practice: CoP), one page summary



ไฟล์นำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้





Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (87 บทความ)
CoP Future Office POLUBU (41 บทความ)
UBU Library Services (40 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (37 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (37 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (31 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
การดูแลรักษากล้องจุลทรรศน์เบื้องต้น (2026-10-08 16:04)
วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์อย่างง่ายๆ (2026-10-07 16:02)
การเชื่อมต่อ wi-fi+ บน Windows 10,11 อย่างง่าย ใน ม.อุบลฯ (2026-10-07 13:54)
"R2R เสริมศักยภาพบุคลากร : ต่อยอดงานประจำสู่งานวิจัย" และ “Problem to Project: เปลี่ยนจุดติดขัด เป็นผลงานพัฒนา” (2026-09-28 16:15)
เปลี่ยนงานตอบคำถามซ้ำๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ด้วยการสร้าง Gem “ผู้ช่วยตอบปฏิทินการศึกษา ม.อุบลฯ ปี 2569” (2026-09-28 06:01)
คิดนอกกรอบเพื่อหาวิธีการใหม่ๆ (Innovation Mindset) (2026-09-26 16:15)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7725 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3976 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3667 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2951 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2541 view)
การย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ (2525 view)