การจัดการความรู้
 
การออกแบบและพัฒนา Data Visualization สำหรับผู้ปฏิบัติงาน
post: 2026-03-08 16:12:39     by: ดุจฤทัย เพียรดี     views: 38
กลุ่ม: สำนักงานเลขานุการ คณะพยาบาลศาสตร์


       
การแสดงข้อมูลด้วยภาพ หรือ Data Visualization คือ กระบวนการนำเสนอข้อมูลหรือชุดข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลข ข้อความ หรือข้อเท็จจริงที่เก็บรวบรวมไว้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ มา “แปลง” หรือ “จัดเรียง” ใหม่ให้อยู่ในรูปแบบของกราฟ ภาพ แผนภูมิหรือแผนภาพที่ช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจข้อมูลเหล่านั้นได้ง่าย รวดเร็ว และลึกซึ้งยิ่งขึ้น
 
วัตถุประสงค์ของการนำเสนอข้อมูล
1.สื่อสาร เป็น การนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสารเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อ ได้อย่างชัดเจน รวดเร็ว และตรงประเด็น โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นมาก่อน โดยใช้กราฟหรือภาพ แสดงประเด็นหลักอย่างชัดเจน มีการใช้ภาษาที่เป็นกลาง เหมาะกับผู้ฟังทุกกลุ่ม
 
2.วิเคราะห์ การแสดงผลข้อมูลในรูปแบบภาพ “ช่วยให้มองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในข้อมูล” เช่น แนวโน้ม ความเปลี่ยนแปลง ความสัมพันธ์ หรือปัญหาที่อาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้โดยตรง เป็นต้น
 
3.โน้มน้าว การใช้ข้อมูลในรูปแบบภาพเพื่อ “ชักจูง” หรือ “โน้มน้าวใจ” ให้ผู้รับสารเห็นด้วย หรือตัดสินใจ ตามสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ โดยใช้ภาพหรือกราฟที่ดึงดูดสายตา ใช้สีเพื่อกระตุ้นอารมณ์ เพื่อสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ 
 
ความสำคัญของการแสดงผลข้อมูล
  • ลดความซับซ้อนของข้อมูล 
  • ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้เร็วขึ้น 
  • สนับสนุนการตัดสินใจ
  • สื่อสารข้อมูลกับผู้อื่นได้ง่ายขึ้น 
  • สร้างแรงจูงใจและโน้มน้าวใจ
องค์ประกอบหลักของ Data Visualization
  • ข้อมูล (Information)  เป็นองค์ประกอบตั้งต้นของการทำ Data Visualization
  • เรื่องราว (Story)  การเรียบเรียงข้อมูลให้เป็นลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม ในการนำเสนอ
  • เป้าหมาย (Goal) การตั้งคำถามของการทำ Data Visualization เช่น ต้องการค้นหาคำตอบในประเด็นใด หรือต้องการ นำเสนอข้อมูลในมุมไหน เป็นต้น
  • รูปแบบการนำเสนอ (Visual Form)  เป็นส่วนประกอบของการทำ Data Visualization เช่น การเลือกนำเสนอในรูปแบบ Infographic เป็นต้น
ประเภทของข้อมูลตามแหล่งที่มา (Source of Data) 
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) คือ ข้อมูลที่ผู้วิจัยหรือผู้ใช้งาน เก็บรวบรวมขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง โดยตรง เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงบางอย่าง เช่น การเก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่สำรวจ การสัมภาษณ์ การทดลอง การกรอกแบบสอบถาม หรือการวัดผลจากอุปกรณ์หรือเซนเซอร์ต่าง ๆ กล่าวง่าย ๆ คือ เป็นข้อมูล “สดใหม่” ที่ยังไม่ผ่านการประมวลผลหรือสังเคราะห์จากใครมาก่อน
 
ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) คือ ข้อมูลที่มีผู้อื่นเก็บรวบรวมไว้ก่อนแล้ว และเรานำมาใช้ต่อ หรือวิเคราะห์ต่อ เช่น ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ ฐานข้อมูลทางสถิติ หนังสือ รายงานวิจัย บทความวิชาการ หรือข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต กล่าวง่าย ๆ คือ เป็น “ข้อมูลสำเร็จรูป” ที่มีอยู่แล้ว แต่เรานำมาใช้ในบริบทของเรา
 
ประเภทของข้อมูลตามลักษณะ (Nature of Data) 
ข้อมูลเชิงปริมาณ หรือที่บางครั้งเรียกว่า "ข้อมูลเชิงตัวเลข" หรือ "ข้อมูลเชิงปริมาณเชิงวัด" คือข้อมูลที่สามารถ วัดค่าได้เป็นตัวเลข อย่างชัดเจน เราสามารถนำไป คำนวณได้เช่น บวก ลบ คูณ หาร หรือวิเคราะห์เชิงสถิติ เช่น หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานได้ ข้อมูลชนิดนี้ตอบคำถามว่า “เท่าไหร่” หรือ “จำนวนเท่าไร” เช่น เราหนักเท่าไหร่ วิ่งได้ระยะทางเท่าไหร่ รายได้ต่อเดือนเท่าไหร
ข้อมูลเชิงคุณภาพ หรือที่บางครั้งเรียกว่า "ข้อมูลลักษณะ" หรือ "ข้อมูลบรรยาย" คือข้อมูลที่ไม่ใช่ ตัวเลข ไม่สามารถนำไปคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้โดยตรง เป็นข้อมูลที่ บรรยายลักษณะ คุณสมบัติหรือ ความคิดเห็น ข้อมูลประเภทนี้มักตอบคำถามว่า “คืออะไร” “เป็นแบบไหน” หรือ “รู้สึกอย่างไร”
 
รูปแบบพื้นฐานของการทำ Data Visualization
1.แผนภูมิ คือ รูปแบบการแสดงข้อมูลที่ได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดในโลกของ การนำเสนอข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นในสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิทัล หรือรายงานการประชุมต่างๆ เพราะแผนภูมิสามารถ แปลงข้อมูลที่มีตัวเลขมากมายให้อยู่ในรูปแบบภาพที่เข้าใจง่าย มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน และช่วยให้ผู้ชม สามารถ “จับประเด็นสำคัญ” ของข้อมูลได้ทันที การใช้แผนภูมิจะเหมาะกับข้อมูลที่เราต้องการเปรียบเทียบ สรุปแนวโน้ม หรือแสดงสัดส่วน โดยแต่ละ ประเภทของแผนภูมิก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ผู้ใช้จึงต้องเลือกประเภทของแผนภูมิให้เหมาะสมกับ “ธรรมชาติ ของข้อมูล” และ “วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร”
 
แผนภูมิแท่ง (Bar Chart) 
  • วัตถุประสงค์ เปรียบเทียบค่าของข้อมูลในแต่ละหมวดหมู่
  • คุณลักษณะ  ใช้แท่งแนวตั้งหรือแนวนอนแสดงความยาวตามขนาดข้อมูล
  • ความเหมาะสมของข้อมูล ข้อมูลประเภทจัดกลุ่มได้(Categorical)
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เปรียบเทียบยอดขายของสินค้าประเภทต่าง ๆ
แผนภูมิวงกลม (Pie Chart) 
  • วัตถุประสงค์ ใช้แสดงสัดส่วนของข้อมูลแต่ละส่วนต่อข้อมูลรวมทั้งหมด
  • คุณลักษณะ  วงกลมถูกแบ่งออกเป็นส่วนตามสัดส่วนของข้อมูล ซึ่งแปรผันตามค่าเปอร์เซ็นต์
  • ความเหมาะสมของข้อมูล เหมาะกับข้อมูลเชิงสัดส่วน ซึ่งไม่ควรมากกว่า 5-6 กลุ่ม
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ สัดส่วนรายจ่ายในแต่ละหมวด
 
แผนภูมิเส้น (Line Chart) 
  • วัตถุประสงค์  แสดงแนวโน้มของข้อมูลตามลำดับเวลา
  • คุณลักษณะ  จุดข้อมูลแต่ละจุดเชื่อมต่อกันด้วยเส้นเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลง
  • ความเหมาะสมของข้อมูล ข้อมูลลำดับเวลา (Time Series)
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ แนวโน้มยอดขายรายเดือน
แผนภูมิพื้นที่ (Area Chart) 
  • วัตถุประสงค์  แสดงแนวโน้มของข้อมูลแบบแผนภูมิเส้น (Line Chart) พร้อมทั้งเน้นปริมาณของข้อมูล
  • คุณลักษณะ  มีลักษณะเหมือนแผนภูมิเส้น (Line Chart) แต่มีการระบายพื้นที่ใต้เส้น
  • ความเหมาะสมของข้อมูล ข้อมูลเปรียบเทียบกันหลายชุดภายในระยะเวลาเดียวกัน
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ยอดผู้ใช้งานรายวันในแอปพลิเคชั่น
แผนภูมิกระจาย (Scatter Chart) 
  • วัตถุประสงค์  แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรเชิงตัวเลข จำนวน 2 ตัว
  • คุณลักษณะ  จุดแต่ละจุดแสดงค่าในแกน X และ Y
  • ความเหมาะสมของข้อมูล ข้อมูลตัวเลข (Quantitative)
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างรายได้กับรายใช้จ่าย 2.ระยะทางกับปริมาณน้ำมันที่ใช้
แผนภูมิกล่อง (ฺBox Chart) 
  • วัตถุประสงค์  แสดงการกระจายของข้อมูล พร้อมสามารถระบุค่าผิดปกติได้
  • คุณลักษณะ  มีแสดงค่ากลาง ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด
  • ความเหมาะสมของข้อมูล ข้อมูลตัวเลขที่ต้องการวิเคราะห์การกระจาย
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ เปรียเทียบคะแนนสอบของนักเรียนหลายชั้นปี
แผนภูมิเกจ (Gauge Chart) 
  • วัตถุประสงค์  แสดงสถานะของค่าหนึ่งค่าใดภายในช่วงที่กำหนด
  • คุณลักษณะ หน้าปัดเหมือนเกจวัดในรถยนต์
  • ความเหมาะสมของข้อมูล การแสดงค่าของข้อมูลค่าหนี่งค่าเดียวเพื่อบอกสถานะ ณ ขณะนั้น
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ 1.ความพึงพอใจของลูกค้า (0-10 คะแนน) 2.ความคืบหน้าของโครงการ (0-100%)
แผนภูมิ Heatmap
  • วัตถุประสงค์  แสดงความเข้มของข้อมูลในรูปแบบสี
  • คุณลักษณะ  ตารางหรือแผนที่ที่แต่ละช่องมีสีต่างกันตามค่าข้อมูล
  • ความเหมาะสมของข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากในพื้นที่เดียวกัน เช่น เวลา-กิจกรรม เป็นต้น
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ การแสดงข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละชั่วโมงของวัน
 
2. กราฟ (Graph) ในบริบทของ Data Visualization คือ รูปแบบหนึ่งของการนำเสนอข้อมูลที่ใช้ “จุดและเส้น” เพื่อแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลสองตัวแปร บนระบบแกน X และ Y ซึ่งสามารถ ใช้ได้ทั้งกับข้อมูลเชิงเวลา (Time-based) และข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างตัวแปรต่าง ๆ กราฟไม่ใช่แค่เพียงภาพ แต่เป็น “เครื่องมือในการวิเคราะห์” ที่มีพลังอย่างยิ่ง เพราะสามารถแสดงให้ เห็นแนวโน้ม (Trend) หรือ รูปแบบความสัมพันธ์ (Relationship) ของข้อมูล ที่อาจมองไม่เห็นหากเราใช้เพียง ตารางหรือข้อความธรรมดา ๆ เท่านั้น
 
เหตุผลที่ควรใช้ กราฟ ในการนำเสนอข้อมูล
1.ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น
2.มองเห็นแนวโน้มข้อมูลได้ทันที
3.แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร
4.ลดภาระในการประมวลผลของสมอง
5.เพิ่มความน่าเชื่อถือในการสื่อกสารข้อมูล
 
3. ตาราง (Table) คือ รูปแบบการแสดงข้อมูลที่เก่าแก่ที่สุด และยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะมัน “เรียบง่าย ชัดเจน และตรงไปตรงมา” โดยตารางจะจัดเรียงข้อมูลไว้ใน “แถว (Rows)” และ “คอลัมน์ (Columns)” อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ดูสามารถเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละรายการได้อย่างสะดวก



ดุจฤทัย เพียรดี
นักวิชาการพัสดุ   คณะพยาบาลศาสตร์



Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (79 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (38 บทความ)
UBU Library Services (35 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (34 บทความ)
OCN KM Bank (30 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (30 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
ทำไม mac os ถึงเลือกใช้ zsh เป็น shell หลัก (2026-04-04 07:04)
ถอดรหัส EdPEx สู่การปฏิบัติจริง: พลังสายสนับสนุนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx for Supporting Staff) (2026-04-02 23:53)
ถอดบทเรียนงานบุคคลยุคดิจิทัล: พลิกโฉมการตรวจสอบเอกสาร ก.พ.อ. 03 ด้วย AI และ Visual Design แบบ Zero Error (2026-03-31 15:54)
คลีนิคให้คำปรึกษาด้านวิชาการคณะรัฐศาสตร์ (2026-03-27 14:29)
คู่มือการลงลายมือชื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (2026-03-27 08:45)
หลักการวิเคราะห์ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าเบื้องต้น (2026-03-25 15:12)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7449 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3513 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3449 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2522 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2190 view)
แนะนำ Google AppSheet ช่วยพัฒนา Mobile Applications เป็นเรื่องง่าย และฟรี (1893 view)