| การจัดการความรู้ |
| การประยุกต์ใช้ GAS และ Gemini เพื่อพัฒนาระบบบทเรียนออนไลน์เพื่อการเรียนรู้สารสนเทศท้องถิ่น
post: 2026-02-24 15:36:58 by: ขนิษฐา ทุมมากรณ์ views: 58 กลุ่ม: UBU Library Services |
![]() ในสังคมดิจิทัลการถ่ายทอดองค์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ หรือการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ล้วนต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน อย่างไรก็ตาม นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา (Subject Matter Experts: SMEs) จำนวนไม่น้อยยังประสบข้อจำกัดด้านทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Coding) ส่งผลให้แนวคิดในการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ หรือการจัดการองค์ความรู้ ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเต็มศักยภาพ การบูรณาการระหว่าง Google Apps Script และ Gemini จึงนับเป็นแนวทางเชิงนวัตกรรมที่ช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมสามารถพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Automation System) และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ได้ด้วยตนเอง ผ่านแนวคิดการพัฒนาแบบ No-Code/Low-Code ที่เน้นการออกแบบตรรกะและกระบวนการทำงาน มากกว่าการจดจำไวยากรณ์ของภาษาโปรแกรม Google Apps Script และ Gemini 1. Google Apps Script (GAS) Google Apps Script เป็นแพลตฟอร์มการเขียนสคริปต์บนคลาวด์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงและสั่งการแอปพลิเคชันในระบบนิเวศของ Google Workspace เช่น Google Sheets, Google Docs, Google Forms, Google Slides และ Gmail ให้สามารถทำงานร่วมกันได้โดยอัตโนมัติ GAS ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถสร้างกระบวนการทำงานอัตโนมัติ เช่น การประมวลผลข้อมูล การส่งอีเมลแจ้งเตือน การสร้างเอกสาร หรือการเชื่อมต่อกับระบบภายนอก โดยทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งเซิร์ฟเวอร์หรือระบบเพิ่มเติม 2. Gemini ในฐานะ AI Coding Assistant Gemini ในบริบทของการพัฒนาระบบ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะด้านการเขียนโค้ด (AI Coding Assistant) โดยสามารถแปลง “คำสั่งภาษามนุษย์” (Natural Language Prompt) ให้เป็น “ชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์” (Executable Code) ที่พร้อมใช้งานใน GAS บทบาทดังกล่าวช่วยลดความซับซ้อนของการพัฒนาโปรแกรม ผู้ใช้เพียงอธิบายลำดับการทำงานที่ต้องการ เช่น “เมื่อมีผู้กรอกแบบฟอร์ม ให้ตรวจสอบคะแนนและส่งอีเมลแจ้งผล” จากนั้น AI จะช่วยสร้างโค้ดต้นแบบ ซึ่งผู้พัฒนาสามารถนำไปปรับใช้หรือทดสอบได้ทันที ข้อดีของการบูรณาการ GAS และ Gemini สำหรับผู้เริ่มต้น การผสานการทำงานระหว่าง GAS และ Gemini ก่อให้เกิดกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยมีข้อได้เปรียบสำคัญ ดังนี้ 1) การลดกำแพงด้านเทคนิค (Lower Technical Barrier) ผู้พัฒนาไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญด้านไวยากรณ์ของภาษาโปรแกรม เพียงสามารถออกแบบลำดับขั้นตอนเชิงตรรกะ (Logical Workflow) ได้อย่างชัดเจน แล้วใช้ AI เป็นผู้ช่วยสร้างรหัสคำสั่ง 2) การประหยัดเวลาและทรัพยากร (Time and Resource Efficiency) กระบวนการพัฒนาระบบต้นแบบ (Prototype) สามารถทำได้รวดเร็ว ลดการลองผิดลองถูก และลดค่าใช้จ่ายในการจ้างนักพัฒนาซอฟต์แวร์ 3) การมุ่งเน้นการออกแบบเนื้อหา (Content-Centered Development)ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาสามารถให้ความสำคัญกับคุณภาพของสารสนเทศ การออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ (Learning Experience Design) และความถูกต้องทางวิชาการได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับข้อจำกัดด้านเทคนิค การประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาบทเรียนเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง การบูรณาการเครื่องมือทั้งสองสามารถนำไปใช้พัฒนาระบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Paced Learning System) ที่มีความโต้ตอบและตอบสนองผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ ได้แก่ 1) ระบบประเมินผลและให้ข้อมูลย้อนกลับอัตโนมัติ (Automated Assessment & Feedback) เมื่อผู้เรียนทำแบบทดสอบผ่าน Google Forms ข้อมูลจะถูกบันทึกใน Google Sheets จากนั้น GAS จะประมวลผลคะแนน ตรวจสอบเงื่อนไข และแจ้งผลโดยอัตโนมัติ พร้อมคำแนะนำเพิ่มเติมหรือข้อความแสดงความยินดี 2) ระบบออกประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (Automated E-Certificate Generation) ระบบสามารถดึงรายชื่อผู้ที่ผ่านเกณฑ์การเรียนรู้จากฐานข้อมูล มาผสานข้อมูล (Data Merge) ลงในแม่แบบประกาศนียบัตรที่ออกแบบไว้ใน Google Slides แปลงเป็นไฟล์ PDF และจัดส่งผ่าน Gmail โดยอัตโนมัติ กระบวนการดังกล่าวช่วยเพิ่มความเป็นมืออาชีพและลดภาระงานเอกสาร สำหรับการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอีสาน เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถสนับสนุนการจัดทำคลังข้อมูลดิจิทัล (Digital Archive) ระบบบทเรียนออนไลน์เชิงโต้ตอบ หรือระบบลงทะเบียนกิจกรรมวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้จัดการองค์ความรู้สามารถสร้างระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลบทความ ภาพถ่าย วิดีโอ และแบบประเมินความเข้าใจเข้าด้วยกัน โดยใช้ GAS เป็นกลไกเบื้องหลัง และใช้ Gemini ช่วยพัฒนาโค้ดที่จำเป็น กระบวนการนี้ช่วยให้การอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นมิได้หยุดอยู่เพียงการบันทึกข้อมูล แต่ขยายสู่การสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีชีวิตและเข้าถึงผู้คนได้กว้างขวางยิ่งขึ้น สรุป การบูรณาการ Google Apps Script ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ Gemini นับเป็นนวัตกรรมที่ช่วยพลิกโฉมกระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการเผยแพร่องค์ความรู้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรม เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดความซับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาสามารถพัฒนาระบบอัตโนมัติได้ด้วยตนเอง ในมิติของศิลปวัฒนธรรมอีสาน การประยุกต์ใช้เครื่องมือดิจิทัลเหล่านี้มิได้เป็นเพียงการยกระดับการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการธำรงรักษาและเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมดิจิทัล อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนขององค์ความรู้ท้องถิ่นในระยะยาว
|
![]()
ขนิษฐา ทุมมากรณ์
นักเอกสารสนเทศชำนาญการพิเศษ งานข้อมูลท้องถิ่นและจดหมายเหตุ ฝ่ายทรัพยากรการเรียนรู้ สำนักเทคโนโลยีดิจิทัลและทรัพยากรการเรียนรู้ |