การจัดการความรู้
 
The Art of Listening โอบกอดด้วยความเข้าใจ รับมือภาวะซึมเศร้าในรั้วคณะ
post: 2026-02-02 11:01:48     by: ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ     views: 37
กลุ่ม: LA Mini Forum


       

เนื้อหานี้มาจากกิจกรรมเสวนา LAKM เรื่อง “The Art of Listening โอบกอดด้วยความเข้าใจ รับมือภาวะซึมเศร้าในรั้วคณะ”จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 เวลา 13.30–15.30 น. ณ ห้องประชุมดอกจาน 3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการรับฟังอย่างลึกซึ้งให้แก่อาจารย์และบุคลากร เพื่อสามารถรับมือและให้การช่วยเหลือนักศึกษาที่ประสบภาวะซึมเศร้าได้อย่างเหมาะสม ภายใต้ขอบเขตบทบาทหน้าที่และกลไกการดูแลของมหาวิทยาลัย

          การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายภาคส่วน ได้แก่ นางสาวชุดาภา มากดี หัวหน้างานเวชกรรมวัยรุ่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นางสาวโชติกา พูลเพิ่ม นักแนะแนวการศึกษาอาชีพ จากงานสวัสดิการนักศึกษา และนายผณินทร ไวยอำภี เลขานุการชมรม UBU Cheerful Club นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หลักสูตรนวัตกรรมการพัฒนาสังคม โดยมี อาจารย์ธวัช มณีผ่อง ทำหน้าที่ดำเนินรายการ

สถานการณ์และลักษณะภาวะซึมเศร้าในนักศึกษา

          การเสวนาได้สะท้อนให้เห็นว่า ภาวะซึมเศร้าเป็นปัญหาที่พบได้ในนักศึกษาหลากหลายช่วงวัย โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งเผชิญความเครียดจากการปรับตัวเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัย และนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่เผชิญความกังวลเกี่ยวกับอนาคตและการทำงาน อย่างไรก็ตาม วิทยากรเน้นย้ำว่า ไม่ใช่นักศึกษาทุกคนที่มีความอ่อนไหวหรือเครียดง่ายจะอยู่ในภาวะซึมเศร้า จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอย่างรอบคอบ

          ลักษณะที่อาจารย์มักพบในนักศึกษาที่มีความเสี่ยง ได้แก่ อาการเหม่อลอย เข้าเรียนสาย ไม่เข้าสังคม ปฏิเสธการพูดคุย รวมถึงอาการทางกาย เช่น นอนมากหรือน้อยเกินไป อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย และมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น การตอบสนองช้า ละเลยสุขอนามัย แยกตัวจากสังคม และมีประสิทธิภาพด้านการเรียนลดลง นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าสถิติภาวะซึมเศร้าในเพศหญิงพบมากกว่าเพศชาย และภาวะซึมเศร้ามักแตกต่างจากภาวะเครียดหรือความทุกข์ทั่วไปตรงที่ผู้ประสบภาวะไม่สามารถอธิบายสาเหตุได้ชัดเจน และแม้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว อาการอาจไม่ดีขึ้นในทันที

หลักการรับฟังและการสื่อสารอย่างเข้าใจ

          หัวใจสำคัญของการเสวนาอยู่ที่แนวคิด “การฟังด้วยหัวใจ”ซึ่งหมายถึงการเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้นักศึกษาได้ระบายความรู้สึกอย่างเต็มที่ โดยผู้ฟังต้องยินดีรับฟังสิ่งที่นักศึกษาพรั่งพรูออกมาโดยไม่ตัดสิน ไม่เร่งรัด และไม่รีบให้คำแนะนำ วิทยากรเน้นว่าไม่ควรตั้งคำถามในลักษณะ “ทำไม” แต่ควรเปิดโอกาสให้นักศึกษาเล่าเรื่องว่า “เกิดขึ้นอย่างไร” เพื่อหลีกเลี่ยงการกดดันทางอารมณ์

          นอกจากนี้ ยังมีข้อควรระวังด้านภาษาและท่าที เช่น ไม่ควรใช้คำพูดอย่าง “สู้ ๆ” เนื่องจากอาจทำให้นักศึกษารู้สึกว่าตนเองต้องต่อสู้เพียงลำพัง และอาจกระตุ้นอารมณ์เปราะบางให้รุนแรงขึ้น ในบางกรณี ภาษากายที่แสดงความห่วงใย เช่น การโอบกอด (ในบริบทที่เหมาะสม) สามารถช่วยสร้างความไว้วางใจได้ ทั้งนี้ บุคลิก ทัศนคติ และความจริงใจของอาจารย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับนักศึกษา

บทบาท ขอบเขต และการดูแลตนเองของอาจารย์

          วิทยากรได้เน้นย้ำว่า อาจารย์ไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่เป็นผู้เยียวยารักษา แต่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้รับฟัง ผู้ให้การสนับสนุน และผู้ประสานการส่งต่อได้อย่างเหมาะสม อาจารย์ควรกำหนดบทบาทและขอบเขตของตนเองให้ชัดเจน รู้ขีดจำกัด (limit) ของตน และเคารพตัวเอง หากไม่พร้อมก็ไม่ควรรับมือแทนผู้อื่น

          ในกรณีที่นักศึกษามีประวัติหรือยอมรับว่าเคยคิดทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ต้องดำเนินการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองและการรักษาโดยทันที ผ่านกลไกของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การแจ้งผู้ปกครองแบบเร่งด่วนโดยไม่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสมอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป เนื่องจากนักศึกษาอาจรู้สึกว่าถูกหักหลังและสูญเสียความไว้วางใจ

กลไกการส่งต่อและข้อเสนอเชิงพัฒนา

          วิทยากรได้อธิบายกลไกการดูแลนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งระดับการดูแลออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ กลุ่มสีเขียวที่เน้นการส่งเสริมกิจกรรม กลุ่มสีเหลืองที่อยู่ในความดูแลของสำนักพัฒนานักศึกษาและชมรม กลุ่มสีแดงที่ต้องได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย รวมถึงการใช้สายด่วนสุขภาพจิต 1323 และหน่วยสุขภาวะฉุกเฉิน (กู้ชีพ) ในกรณีเร่งด่วน

          นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดกิจกรรมปฐมนิเทศผู้ปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันในการดูแลนักศึกษา และการพัฒนาอาจารย์สู่บทบาท “ที่ปรึกษามืออาชีพ” โดยการเสริมทักษะการรับฟังอย่างตั้งใจ การจัดการกรณีนักศึกษาที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ รวมถึงการออกแบบระบบการประเมินผลและการให้คะแนนที่เป็นธรรม เพื่อป้องกันความรู้สึกลำเอียงในสายตานักศึกษาคนอื่น ๆ

          กิจกรรมเสวนา LAKM ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การรับมือภาวะซึมเศร้าในรั้วคณะไม่ใช่เพียงเรื่องของการรักษาทางการแพทย์เท่านั้น แต่เป็นกระบวนการทางสังคมและความสัมพันธ์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจ การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการทำงานร่วมกันของอาจารย์ นักศึกษา ครอบครัว และกลไกของมหาวิทยาลัย การ “ฟังด้วยหัวใจ” จึงไม่ใช่เพียงทักษะการสื่อสาร แต่เป็นฐานสำคัญของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและการเยียวยาร่วมกันในสถาบันการศึกษา






Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (79 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (38 บทความ)
UBU Library Services (35 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (34 บทความ)
OCN KM Bank (30 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (30 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
เทคนิคการช่วยให้เพื่อนร่วมงานจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษในสำนักงานได้ง่ายขึ้น (2026-04-14 20:53)
ทำไม mac os ถึงเลือกใช้ zsh เป็น shell หลัก (2026-04-04 07:04)
ถอดรหัส EdPEx สู่การปฏิบัติจริง: พลังสายสนับสนุนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx for Supporting Staff) (2026-04-02 23:53)
ถอดบทเรียนงานบุคคลยุคดิจิทัล: พลิกโฉมการตรวจสอบเอกสาร ก.พ.อ. 03 ด้วย AI และ Visual Design แบบ Zero Error (2026-03-31 15:54)
คลีนิคให้คำปรึกษาด้านวิชาการคณะรัฐศาสตร์ (2026-03-27 14:29)
คู่มือการลงลายมือชื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (2026-03-27 08:45)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7479 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3543 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3493 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2571 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2215 view)
แนะนำ Google AppSheet ช่วยพัฒนา Mobile Applications เป็นเรื่องง่าย และฟรี (1919 view)