การจัดการความรู้
 
การล้างเครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองทางเคมี
post: 2025-10-03 12:33:24     by: รัตนาพร ทิวะพล     views: 312
กลุ่ม:


       

การล้างเครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองทางเคมี

เครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลการทดลองถูกต้อง แม่นยำ ไม่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างให้สะอาด ในการล้างเครื่องแก้วนอกจากวิธีการล้างที่ถูกต้องแล้วยังต้องมีเทคนิค วิธีการล้างที่ถูกต้อง และต้องมีสารทำความสะอาดที่เหมาะสมกับคราบสกปรกหรือสารเคมีที่ติดอยู่ในเครื่องแก้วด้วย

เทคนิคการล้างเครื่องแก้วพื้นฐาน

เครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองมีหลักการดังนี้

  1. หลังการใช้งานควรทำความสะอาดทันที หากไม่สามารถล้างทำความสะอาดทันทีได้ให้กลั้วน้ำเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออกทันทีหลังการใช้งาน เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะติดแน่นกับเครื่องแก้วจะทำให้เมื่อต้องล้างเครื่องแก้วทำให้ล้างง่าย ไม่เสียเวลา
  2. ถ้าล้างเครื่องแก้วโดยใช้สารละลายทำความสะอาดต้องล้างสารละลายทำความสะอาดให้หมดเพราะหากมีเหลือตกค้างอยู่อาจไปรบกวนปฏิกิริยาเคมี
  3. เมื่อล้างด้วยน้ำจนสะอาดแล้วให้ล้างด้วยน้ำกลั่นอีก 1-2 ครั้ง ถ้าเครื่องแก้วสะอาดจะสังเกตเห็นน้ำที่พื้นผิวเครื่องแก้วเปียกสม่ำเสมอเป็นแบบเดียวกัน แต่ถ้าล้างเครื่องแก้วยังไม่สะอาดจะสังเกตเห็นเป็นหยดน้ำมาเกาะข้างเครื่องแก้ว
  4. การใช้แปรงล้างเครื่องแก้วต้องระมัดระวังให้มากเพราะก้านแปรงเป็นโลหะอาจทำให้ เครื่องแก้วนั้นมีรอยขูดขีด หรือแตกได้ แปรงล้างเครื่องแก้วมีหลายชนิด หลายขนาดจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของเครื่องแก้วนั้น

เทคนิคการล้างเครื่องแก้ววัดปริมาตร

เครื่องแก้วที่ใช้ในการวัดปริมาตรต้องทำความสะอาดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ มีเทคนิคการล้างแต่ละชนิดดังนี้

 

  1.  ปิเปตต์  มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้
  2.  เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด วางในกระบอกทรงสูงที่มีวัสดุรองรับอย่างเบามือ ห้ามวางในอ่างน้ำชึ่งอาจทำให้ปลายปิเปตต์แตกหักได้   
  3. ให้ล้างด้วยสารละลายผงซักฟอกที่อุ่นหรือสารละลายทำความสะอาด โดยใส่สารละลายนี้ในปิเปตต์ประมาณ 1/3 ของปิเปตต์ค่อย ๆ เอียงปิเปตต์จนเกือบจะอยู่ในแนวราบ แล้วหมุนปิเปตต์ไปมา เพื่อให้สารละลายเปียกไปทั่วพื้นผิวด้านในของปิเปตต์ปล่อยให้สารละลายไหลออกทางปลายปิเปตต์
  4. ล้างด้วยน้ำกลั่นหลาย ๆ ครั้งจนแน่ใจว่าสะอาด
  5. ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนปิเปตต์สะอาด
  6. วางในตะกร้าสแตนเลสที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่าง ปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

 

2. ขวดวัดปริมาตร มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้

  • เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด
  • ให้ล้างด้วยสารละลายผงซักฟอกที่อุ่นหรือสารละลายทำความสะอาด โดยใส่สารละลายนี้ในขวดวัดปริมาตรประมาณ 1/3 ของขวด เขย่าขวดเพื่อให้สารละลายเปียกไปทั่วพื้นผิวด้านในของขวดวัดปริมาตรเทสารละลายไหลออกทางปากขวด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่นหลาย ๆ ครั้งจนแน่ใจว่าสะอาด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนขวดวัดปริมาตรสะอาด
  • วางในตะกร้าสแตนเลสที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่าง ปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

 

    3. บิวเรตต์ มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้

  •  เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด
  • หากมีสิ่งสกปรกอุดที่ปลายบิวเรตต์ มีวิธีการกำจัด 2 แบบคือ
  •   กำจัดโดยการใช้ลวดที่มีขนาดพอเหมาะกับรูของบิวเรตต์แทงเข้าไปเพื่อทำให้สิ่งสกปรกที่อุดอยู่หลุดออก
  •    ให้ความร้อนที่ปลายบิวเรตต์อย่างระมัดระวัง โดยใช้ไฟจากก้านไม้ขีดให้ร้อนจนถึงจุดหลอมเหลวแล้วใช้แรงดันของน้ำหรืออากาศปล่อยให้ลงมาจากส่วนบนของบิวเรตต์ผลักดันให้สิ่งสกปรกที่หลอมเหลวไหลออกมา เช็ดเขม่าที่ปลายบิวเรตต์ออกให้หมด
  • นำบิวเรตต์มาทำความสะอาดด้วยสารทำความสะอาดโดยใช้แปรงก้านยาวล้างด้วยน้ำสะอาด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนบิวเรตต์สะอาด
  • วางบิวเรตต์ในกระบอกใส่บิวเรตต์ที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่างโดยส่วนเอาด้านบนของบิวเรตต์ลงและเปิดวาร์ว  และปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

นอกจากเทคนิคในการล้างเครื่องแก้วแล้วสารทำความสะอาดก็มีความสำคัญกับการทำสะอาดเช่นกัน เนื่องจากคราบสกปรกหรือสิ่งตกค้างมีหลายชนิด ต้องใช้สารทำความสะอาดที่แตกต่างกันตามชนิดของสารนั้น

สารละลายที่ใช้ในการทำความสะอาดเครื่องแก้ว(cleaning glassware solution)

เมื่อไม่สามารถทำความสะอาดเครื่องแก้วด้วยวิธีการล้างแบบปกติได้จำเป็นต้องใช้สารทำความสะอาดที่มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในเครื่องแก้ว โดยเฉพาะเครื่องแก้วที่มีเหลี่ยมมุมที่ทำความสะอาดได้ยากหรือมีคราบสกปรกที่ติดแน่นไม่สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานแบบปกติได้ จำเป็นต้องอาศัยการแช่ด้วยสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วเป็นต้น ในการเตรียมสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วนี้จำเป็นต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากจะมีสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วแล้วจะต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ เช่น ถุงมือ แว่นตาและระบบระบายอากาศเพราะใช้สารที่อันตราย สารละลายสำหรับทำความสะอาดได้แก่

  1. สารละลายกรดไนตริกเจือจาง

มีความเข้มข้นประมาณ 10%ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นฝ้า และใช้ทำความสะอาดโลหะหรือเครื่องแก้วที่มีโลหะเกาะติดอยู่

  1. สารละลายไตรโซเดียมฟอสเฟต

เตรียมโดยละลายสารโซเดียมฟอสเฟต (Na3PO4) จำนวน 57 กรัมและโซเดียมโอลีเอต (C17H33CO2Na) 28.5 กรัม ในน้ำกลั่น 470 มิลลิลิตร ใช้กำจัดสารพวกคาร์บอน

  1. สารละลายโพแทสเซียมหรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ในแอลกอฮอล์(KOH/NaOH in Alcohol)

เตรียมได้โดยละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 120 กรัม หรือ ละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 150 กรัม ในน้ำกลั่น 120 มิลลิลิตร จากนั้นเติม Ethanol  (C2H5OH) ความเข้มข้น 95%ปรับจนได้ปริมาตร 1 ลิตร สารทำความสะอาดนี้ใช้กำจัดคราบ รอยที่เกิดจากการเผาไหม้ติดแน่น

  1. สารละลายไดโครเมต-กรดซัลฟิวริก

เตรียมได้โดยการผสมโซเดียมไดโครเมต (Na2Cr2O7.2H2O) 92 กรัม ละลายด้วยน้ำกลั่น 458 มิลลิลิตร จากนั้นค่อยๆ เติมกรดซัลฟิวริกเข้มข้น (H2SO4 conc.) ปริมาตร 800 มิลิลิตร เมื่อละลายดีจะได้สารละลายสีส้มแดง สารทำความสะอาดนี้ใช้กำจัดคราบ รอยที่ติดแน่น

  1. สารละลายกรดกัดทอง

เป็นสารผสมระหว่างกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น(HCl conc.)และกรดไนตริกเข้มข้น(HNO3 conc.)ในอัตราส่วน 3:1 โดยปริมาตร ใช้ทำความสะอาดโลหะหรือเครื่องแก้วที่มีโลหะเกาะติดอยู่






Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (79 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (38 บทความ)
UBU Library Services (35 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (34 บทความ)
OCN KM Bank (30 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (30 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
เทคนิคการช่วยให้เพื่อนร่วมงานจดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษในสำนักงานได้ง่ายขึ้น (2026-04-14 20:53)
ทำไม mac os ถึงเลือกใช้ zsh เป็น shell หลัก (2026-04-04 07:04)
ถอดรหัส EdPEx สู่การปฏิบัติจริง: พลังสายสนับสนุนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx for Supporting Staff) (2026-04-02 23:53)
ถอดบทเรียนงานบุคคลยุคดิจิทัล: พลิกโฉมการตรวจสอบเอกสาร ก.พ.อ. 03 ด้วย AI และ Visual Design แบบ Zero Error (2026-03-31 15:54)
คลีนิคให้คำปรึกษาด้านวิชาการคณะรัฐศาสตร์ (2026-03-27 14:29)
คู่มือการลงลายมือชื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (2026-03-27 08:45)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7482 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3545 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3497 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2572 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2219 view)
แนะนำ Google AppSheet ช่วยพัฒนา Mobile Applications เป็นเรื่องง่าย และฟรี (1922 view)