การจัดการความรู้
 
การล้างเครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองทางเคมี
post: 2025-10-03 12:33:24     by: รัตนาพร ทิวะพล     views: 564
กลุ่ม:


       

การล้างเครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองทางเคมี

เครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ผลการทดลองถูกต้อง แม่นยำ ไม่ผิดพลาดหรือคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องล้างให้สะอาด ในการล้างเครื่องแก้วนอกจากวิธีการล้างที่ถูกต้องแล้วยังต้องมีเทคนิค วิธีการล้างที่ถูกต้อง และต้องมีสารทำความสะอาดที่เหมาะสมกับคราบสกปรกหรือสารเคมีที่ติดอยู่ในเครื่องแก้วด้วย

เทคนิคการล้างเครื่องแก้วพื้นฐาน

เครื่องแก้วที่ใช้ในการทดลองมีหลักการดังนี้

  1. หลังการใช้งานควรทำความสะอาดทันที หากไม่สามารถล้างทำความสะอาดทันทีได้ให้กลั้วน้ำเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกออกทันทีหลังการใช้งาน เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะติดแน่นกับเครื่องแก้วจะทำให้เมื่อต้องล้างเครื่องแก้วทำให้ล้างง่าย ไม่เสียเวลา
  2. ถ้าล้างเครื่องแก้วโดยใช้สารละลายทำความสะอาดต้องล้างสารละลายทำความสะอาดให้หมดเพราะหากมีเหลือตกค้างอยู่อาจไปรบกวนปฏิกิริยาเคมี
  3. เมื่อล้างด้วยน้ำจนสะอาดแล้วให้ล้างด้วยน้ำกลั่นอีก 1-2 ครั้ง ถ้าเครื่องแก้วสะอาดจะสังเกตเห็นน้ำที่พื้นผิวเครื่องแก้วเปียกสม่ำเสมอเป็นแบบเดียวกัน แต่ถ้าล้างเครื่องแก้วยังไม่สะอาดจะสังเกตเห็นเป็นหยดน้ำมาเกาะข้างเครื่องแก้ว
  4. การใช้แปรงล้างเครื่องแก้วต้องระมัดระวังให้มากเพราะก้านแปรงเป็นโลหะอาจทำให้ เครื่องแก้วนั้นมีรอยขูดขีด หรือแตกได้ แปรงล้างเครื่องแก้วมีหลายชนิด หลายขนาดจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะของเครื่องแก้วนั้น

เทคนิคการล้างเครื่องแก้ววัดปริมาตร

เครื่องแก้วที่ใช้ในการวัดปริมาตรต้องทำความสะอาดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ มีเทคนิคการล้างแต่ละชนิดดังนี้

 

  1.  ปิเปตต์  มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้
  2.  เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด วางในกระบอกทรงสูงที่มีวัสดุรองรับอย่างเบามือ ห้ามวางในอ่างน้ำชึ่งอาจทำให้ปลายปิเปตต์แตกหักได้   
  3. ให้ล้างด้วยสารละลายผงซักฟอกที่อุ่นหรือสารละลายทำความสะอาด โดยใส่สารละลายนี้ในปิเปตต์ประมาณ 1/3 ของปิเปตต์ค่อย ๆ เอียงปิเปตต์จนเกือบจะอยู่ในแนวราบ แล้วหมุนปิเปตต์ไปมา เพื่อให้สารละลายเปียกไปทั่วพื้นผิวด้านในของปิเปตต์ปล่อยให้สารละลายไหลออกทางปลายปิเปตต์
  4. ล้างด้วยน้ำกลั่นหลาย ๆ ครั้งจนแน่ใจว่าสะอาด
  5. ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนปิเปตต์สะอาด
  6. วางในตะกร้าสแตนเลสที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่าง ปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

 

2. ขวดวัดปริมาตร มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้

  • เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด
  • ให้ล้างด้วยสารละลายผงซักฟอกที่อุ่นหรือสารละลายทำความสะอาด โดยใส่สารละลายนี้ในขวดวัดปริมาตรประมาณ 1/3 ของขวด เขย่าขวดเพื่อให้สารละลายเปียกไปทั่วพื้นผิวด้านในของขวดวัดปริมาตรเทสารละลายไหลออกทางปากขวด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่นหลาย ๆ ครั้งจนแน่ใจว่าสะอาด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนขวดวัดปริมาตรสะอาด
  • วางในตะกร้าสแตนเลสที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่าง ปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

 

    3. บิวเรตต์ มีขั้นตอนการทำความสะอาดดังนี้

  •  เมื่อใช้เสร็จให้กลั้วด้วยน้ำสะอาด
  • หากมีสิ่งสกปรกอุดที่ปลายบิวเรตต์ มีวิธีการกำจัด 2 แบบคือ
  •   กำจัดโดยการใช้ลวดที่มีขนาดพอเหมาะกับรูของบิวเรตต์แทงเข้าไปเพื่อทำให้สิ่งสกปรกที่อุดอยู่หลุดออก
  •    ให้ความร้อนที่ปลายบิวเรตต์อย่างระมัดระวัง โดยใช้ไฟจากก้านไม้ขีดให้ร้อนจนถึงจุดหลอมเหลวแล้วใช้แรงดันของน้ำหรืออากาศปล่อยให้ลงมาจากส่วนบนของบิวเรตต์ผลักดันให้สิ่งสกปรกที่หลอมเหลวไหลออกมา เช็ดเขม่าที่ปลายบิวเรตต์ออกให้หมด
  • นำบิวเรตต์มาทำความสะอาดด้วยสารทำความสะอาดโดยใช้แปรงก้านยาวล้างด้วยน้ำสะอาด
  • ล้างด้วยน้ำกลั่น 1-2 ครั้ง จนบิวเรตต์สะอาด
  • วางบิวเรตต์ในกระบอกใส่บิวเรตต์ที่มีสำลีหรือใยแก้วรองด้านล่างโดยส่วนเอาด้านบนของบิวเรตต์ลงและเปิดวาร์ว  และปล่อยให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง ห้ามนำเข้าอบในเตาอบโดยเด็ดขาด

นอกจากเทคนิคในการล้างเครื่องแก้วแล้วสารทำความสะอาดก็มีความสำคัญกับการทำสะอาดเช่นกัน เนื่องจากคราบสกปรกหรือสิ่งตกค้างมีหลายชนิด ต้องใช้สารทำความสะอาดที่แตกต่างกันตามชนิดของสารนั้น

สารละลายที่ใช้ในการทำความสะอาดเครื่องแก้ว(cleaning glassware solution)

เมื่อไม่สามารถทำความสะอาดเครื่องแก้วด้วยวิธีการล้างแบบปกติได้จำเป็นต้องใช้สารทำความสะอาดที่มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ในเครื่องแก้ว โดยเฉพาะเครื่องแก้วที่มีเหลี่ยมมุมที่ทำความสะอาดได้ยากหรือมีคราบสกปรกที่ติดแน่นไม่สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานแบบปกติได้ จำเป็นต้องอาศัยการแช่ด้วยสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วเป็นต้น ในการเตรียมสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วนี้จำเป็นต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากจะมีสารละลายที่ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วแล้วจะต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยให้ครบ เช่น ถุงมือ แว่นตาและระบบระบายอากาศเพราะใช้สารที่อันตราย สารละลายสำหรับทำความสะอาดได้แก่

  1. สารละลายกรดไนตริกเจือจาง

มีความเข้มข้นประมาณ 10%ใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วต่าง ๆที่มีลักษณะเป็นฝ้า และใช้ทำความสะอาดโลหะหรือเครื่องแก้วที่มีโลหะเกาะติดอยู่

  1. สารละลายไตรโซเดียมฟอสเฟต

เตรียมโดยละลายสารโซเดียมฟอสเฟต (Na3PO4) จำนวน 57 กรัมและโซเดียมโอลีเอต (C17H33CO2Na) 28.5 กรัม ในน้ำกลั่น 470 มิลลิลิตร ใช้กำจัดสารพวกคาร์บอน

  1. สารละลายโพแทสเซียมหรือโซเดียมไฮดรอกไซด์ในแอลกอฮอล์(KOH/NaOH in Alcohol)

เตรียมได้โดยละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) 120 กรัม หรือ ละลายโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH) 150 กรัม ในน้ำกลั่น 120 มิลลิลิตร จากนั้นเติม Ethanol  (C2H5OH) ความเข้มข้น 95%ปรับจนได้ปริมาตร 1 ลิตร สารทำความสะอาดนี้ใช้กำจัดคราบ รอยที่เกิดจากการเผาไหม้ติดแน่น

  1. สารละลายไดโครเมต-กรดซัลฟิวริก

เตรียมได้โดยการผสมโซเดียมไดโครเมต (Na2Cr2O7.2H2O) 92 กรัม ละลายด้วยน้ำกลั่น 458 มิลลิลิตร จากนั้นค่อยๆ เติมกรดซัลฟิวริกเข้มข้น (H2SO4 conc.) ปริมาตร 800 มิลิลิตร เมื่อละลายดีจะได้สารละลายสีส้มแดง สารทำความสะอาดนี้ใช้กำจัดคราบ รอยที่ติดแน่น

  1. สารละลายกรดกัดทอง

เป็นสารผสมระหว่างกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้น(HCl conc.)และกรดไนตริกเข้มข้น(HNO3 conc.)ในอัตราส่วน 3:1 โดยปริมาตร ใช้ทำความสะอาดโลหะหรือเครื่องแก้วที่มีโลหะเกาะติดอยู่






Login
Username
Password

สำหรับผู้เข้าใช้งานครั้งแรก



(เฉพาะบุคลากรมหาวิทยาลัยเท่านั้น)
 
กลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ
IT UBU (80 บทความ)
Tech & Innovation in New Normal (38 บทความ)
Go Green (องค์กรสีเขียว) (35 บทความ)
UBU Library Services (35 บทความ)
ทำอย่างไรให้สะดวกและความปลอดภัยในการทำงาน (31 บทความ)
OCN KM Bank (30 บทความ)
กลุ่มทั้งหมด
บทความใหม่
การพัฒนาระบบอุทธรณ์ผลการเรียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เพื่อยกระดับความโปร่งใสและเป็นธรรมทางวิชาการ (2026-06-25 11:27)
เจาะลึกแนวทาง กยศ. ปีการศึกษา 2569: ปรับโฉมระบบดิจิทัล มุ่งจัดสรรงบประมาณอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม (2026-06-25 10:54)
การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research: R2R): การยกระดับคุณภาพงานและสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ (2026-06-25 10:22)
ถอดรหัส EdPEx สู่การปฏิบัติจริง: พลังสายสนับสนุนขับเคลื่อนองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (EdPEx for Supporting Staff) (2026-06-25 09:53)
หลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง (2026-06-09 18:53)
การโอนกรรมสิทธิ์เรียกร้องการรับเงิน (2026-05-28 08:14)
 
บทความยอดนิยม
PESTEL Analysis : เครื่องมือในการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (7560 view)
การจัดการศึกษาแบบ Outcome-Based Education : Backward Curriculum Design (3650 view)
เกณฑ์ AUN-QA Overview (Versions 4) (3589 view)
Mesh / Access Point คืออะไร ? ทำไมคนถึงชอบเข้าใจผิด (2686 view)
ภาพรวมเกณฑ์ AUN-QA Version 4.0 (2311 view)
เรียนรู้ เทคโนโลยี FTTx ( Fiber to the x) (2023 view)