| การจัดการความรู้ |
| การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน : กรณีศึกษาการสร้างข้อตกลงในการใช้เครื่องมือในวิชาแปล
post: 2024-11-21 15:56:49 by: ปิยะนุช สิงห์แก้ว views: 233 กลุ่ม: LA Mini Forum |
![]() องค์คาวมรู้ที่เกิดจาก กิจกรรม KM "การใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ในการเรียนการสอน : กรณีศึกษาการสร้างข้อตกลงในการใช้เครื่องมือในวิชาแปล" เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุทธิพงศ์ เพิ่มพูล หลักสูตรภาษาอังกฤษและการสื่อสาร ปัจจุบัน การใช้เครื่องมือ AI ในการเรียนการสอนเป็นที่นิยมและได้รับการยอมรับกว้างขวางว่าสามารถช่วยพัฒนาทักษะผู้เรียนได้อย่างแท้จริงหลายประการ อย่างไรก็ตาม ผู้สอนจำนวนมากมีข้อกังวลถึงขอบเขตการใช้และการวัดผลประเมินผลผู้เรียน บทความนี้จึงขอนำเสนอกรณีศึกษาการสร้างข้อตกลงการใช้ AI ในชั้นเรียน ซึ่งอาจประยุกต์ใช้ในการสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาต่าง ๆ ได้ หรืออาจจุดประกายแนวคิดในการใช้เครื่องมือ AI ในชั้นเรียนต่าง ๆ ได้มากขึ้น ในการสอนหรือทำกิจกรรมพัฒนาทักษะผู้เรียนแต่ละครั้ง ผู้สอนต้องบอกขอบเขตการใช้เครื่องมือช่วยต่าง ๆ ในชั้นเรียน และหากมีการเก็บคะแนน ควรระบุสัดส่วน และคาดการณ์ว่าผู้เรียนจะสามารถใช้เครื่องมือช่วยได้หรือไม่ ในขอบเขตเช่นไร ผู้สอนวิชาการแปลอังกฤษและไทยในระดับขั้นกลาง (แปลงานเขียนหลากประเภท การแปลสื่อสมัยใหม่) และขั้นสูง (การแปลตัวบทเฉพาะประเภท) ประยุกต์ใช้กระบวนการดังต่อไปนี้ในการเตรียมตัวนักศึกษาเพื่อทำแบบฝึกหัดและสอบแปลในแต่ละครั้ง 1 ขั้น pre-learning/ setting the scope อธิบายเรื่องการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการแปล จรรยาบรรณ ขอบเขต และเนื้อหาของสิ่งที่จะให้แปล เพื่อให้ผู้แปลเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งในระดับอนุภาค เช่น ตามที่กำหนดในประมวลรายวิชา และระดับมหภาค เช่น แนวโน้มทิศทางการแปลงานแต่ละประเภทในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต 2 ขั้น deep reading ให้ผู้เรียนพินิจสารและอ่านพิจารณาต้นฉบับอย่างละเอียดถี่ถ้วน 3 ขั้น revising (จะทำขึ้นตอนนี้หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม) ให้ผู้เรียนพิจารณาปรับภาษาต้นฉบับ 4 ขั้น translating ให้ผู้เรียนลองฝึกแปลเอง 5 ขั้น analyzing ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ พิจารณาสิ่งที่ตนเองแปล 6 ขั้น predicting ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ คาดการณ์ หรือจินตนาการว่าหากใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ช่วย เครื่องมือเหล่านั้นจะนำเสนอบทแปลว่าอย่างไร 7 ขั้น exploring AI tools ให้ผู้เรียนทดลองใช้เครื่องมือทั้ง 3 เครื่องมือที่ผู้สอนแนะนำ 8 ขั้น comparing ให้ผู้เรียนเปรียบเทียบบทแปลทั้ง 3 บทแปลที่เครื่องมือนำเสนอให้ 9 ขั้น evaluating ให้ผู้เรียนประเมินว่าบทแปลใดที่ที่สุด หรือบทแปลใดควรปรับเปลี่ยนอย่างไร 10 ขั้น developing (จะทำขึ้นตอนนี้หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม) ให้ผู้เรียนปรับปรุงบทแปล 11 ขั้น relearning ให้ผู้เรียนฝึกใช้อย่างสม่ำเสมอให้คล่องแคล่วและเรียนรู้ลักษณะเฉพาะของภาษาแปลหรือบทแปลที่เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์รจนา 12 ขั้น feedbacking (จะทำขึ้นตอนนี้หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม) ให้ผู้เรียนเสนอความคิดเห็น หรือส่งผลประเมินต่อเครื่องมือว่าสามารถประมวลผลหรือนำเสนอบทแปลได้ดีหรือไม่ อย่างไร 13 ขั้น innovating (จะทำขึ้นตอนนี้หรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถผู้เรียน) ให้ผู้เรียนลองศึกษาหาแนวทางพัฒนานวตกรรมช่วยแปลหรือใช้ความรู้ความสามารถในการมีส่วนร่วมพัฒนาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ กระบวนการทั้งหมดข้างต้น ดำเนินไปด้วยบรรยากาศอันเป็นมิตร ปลอดภัยและไม่เร่งรีบ อาจใช้เวลาในการเตรียมตัวและปฏิบัติทั้งหมด 20-90 นาทีต่อแบบฝึกหัดแปล 1 ชุด (ส่วนใหญ่เป็นข้อความต่อเนื่องจำนวน 3-10 ประโยค) รวมเวลาสอนและอธิบายเนื้อหาในชั้นเรียนตามที่ระบุในประมวลรายวิชา แนวทางการใช้เทคนิคการแปลด้วยเครื่องมือช่วยแปลปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าวนี้ ได้รับการเผยแพร่ต่อผู้สอนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นดังคู่มือการสอนและกำหนดทิศทางการจัดการเรียนรู้ในวิชาแปลขั้นกลางและขั้นสูงในหลักสูตรของผู้เขียน |
![]()
ปิยะนุช สิงห์แก้ว
เจ้าหน้าที่วิจัยปฏิบัติการ คณะศิลปศาสตร์ สนับสนุน ส่งเสริมการดำเนินงานวิจัย งานบริการวิชาการฯ งานทำนุบำรุงฯ งานจัดการการเรียนรู้ และงานวารสารฯ ในระดับคณะ |