หน่วยฉีดวัคซีนโรงพยาบาล ม.อุบลฯ    นักศึกษา    บุคลากร    UBU English            



ม.อุบลฯ คว้าอันดับที่ 1 ของไทยและอาเซียน อันดับที่ 34 ของโลก ด้านการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน จัดอันดับโดย Time Higher Education


โพสต์โดย : เพลิน วิชัยวงศ์     วันที่ 23 เมษายน 2564 , 22:44:29     (อ่าน 1,666 ครั้ง)  


            มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ก้าวสู่ปีที่ 31 ด้วยความภูมิใจจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทต่อสังคม (University Impact Ranking) โดย Time Higher Education ประจำปี 2021มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ของประเทศไทย อันดับที่ 1 ของอาเซียน  อันดับ 2 ของเอเชีย และ อันดับที่ 34 ของโลก ใน SDG 11 ด้านเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา 

            ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่าจากการที่มหาวิทยาลัยได้ส่งผลงานเชิงพื้นที่ที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมซึ่งเปิดโอกาสให้สาธารณชนเข้ามาดำเนินกิจกรรมหรือศึกษาหาความรู้ ได้แก่ อุทยานศิลปวัฒนธรรมอีสานและลุ่มน้ำโขง หรือเฮือนกำนัน จัดตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนในแถบภูมิภาคลุ่มน้ำโขง  ป่าอนุรักษ์ต้นน้ำร่องก่อ มีพื้นที่ 175 ไร่ และพันธุ์ไม้ท้องถิ่นมากกว่า 28 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 30,000 ต้น และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาประมง พื้นที่เก็บรักษา อนุรักษ์ และจัดแสดงตัวอย่างสัตว์น้ำและเครื่องมือประมงในพื้นที่อีสานตอนล่างและลุ่มน้ำโขง

                  ในด้านการให้บริการสาธารณะมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีห้องสมุดหรือสำนักวิทยบริการ ที่เปิดโอกาสให้สาธารณชนสามารถเข้ามาใช้บริการ และมีฐานข้อมูลที่เอื้อให้บุคคลภายนอกมาใช้บริการ จำนวน 26 ฐาน  นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดนิทรรศการด้านศิลปวัฒนธรรม ที่สาธารณชนสามารถเข้าชมเพื่อศึกษาองค์ความรู้ได้ เช่น อาคารข้อมูลท้องถิ่นและจดหมายเหตุ ที่จัดแสดงและบริการข้อมูลวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย พิพิธภัณฑ์สมุนไพร แหล่งรวบรวมข้อมูลสมุนไพรของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นทางด้านการแพทย์  และพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการศิลปวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ที่อยู่ภายในสำนักงานอธิการบดี อีกทั้ง ยังมีพื้นที่เปิดโล่งหรือพื้นที่สีเขียวที่ให้บริการแก่สาธารณชน ได้แก่ สวนสาธารณะหนองอีเจม พื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัย สวนสาธารณะ สนามกีฬา และป่าอนุรักษ์ต้นน้ำร่องก่อ ที่เปิดให้โรงเรียน หรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามาขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมได้

               ในด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานีในการจัดการแสดงขนวนพาเหรด ดนตรีไทยเดิม และร่วมแสดงผลงานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นในงานประเพณีประจำปีต่างๆ ของจังหวัด ได้แก่ งานประเพณีพิธีบวงสรวงและสดุดีพระประทุมวรราชสุริยวงศ์ (ท้าวคำผง) เจ้าเมืองคนแรก จังหวัดอุบลราชธานี งานเชิดชูเกียรติและรำลึก หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ที่ได้บริจาคที่ดินพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่จังหวัดอุบลราชธานี และงานจุลกฐิน “ทอฝ้ายเป็นสายบุญจุลกฐิน ถิ่นคนมีธรรม” ประจำปี 2563

           ในด้านการวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีสร้างผลงานการวิจัยในระดับนานาชาติที่มีคุณภาพสูง และมีโครงการที่รวบรวม อนุรักษ์ เผยแพร่และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการต่อยอดตามแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ซึ่งก่อให้เกิดความยั่งยืน ได้แก่ โครงการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมเชิงพื้นที่ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี” (ฟื้นใจเมืองเขมราฐเฟสสอง) ดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนพื้นฐานทางวัฒนธรรมในพื้นที่อำเภอเขมราฐ  จังหวัดอุบลราชธานี   โครงการอนุรักษ์ ปริวัตร และสืบสานใบลาน เป็นโครงการที่ดำเนินการสำรวจ รวบรวม ศึกษา จัดทำข้อมูลและปริวัตรเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่เนื้อหาในใบลาน และ โครงการศึกษาร่องรอยอารยธรรมเขมรในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นโครงการที่มุ่งศึกษารวบรวม และจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะเขมรซึ่งเคยเป็นอารยธรรมดั้งเดิมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี  ชุดโครงการวิจัยหนุนเสริมการสร้างระบบกลไกและพื้นที่รูปธรรมรองรับสังคมผู้สูงวัย ดำเนินการเตรียมความพร้อมชุมชนรองรับสังคมผู้สูงวัย ในพื้นที่ตำบลโนนโหนน  ตำบลบุ่งหวาย และตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และพัฒนาระบบและกลไกเพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และ การจัดอบรมพลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับโรงเรียนศรีแสงธรรมและเครือข่าย

              นอกจากด้านการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยอุบลราชธานียังมีผลงานรายตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติที่ดีประกอบไปด้วยSDG 1 การแก้ไขปัญหาความยากจน (No Poverty) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คว้าอันดับที่ 3 ประเทศไทย อันดับที่ 9 ของอาเซียน และอันดับที่ 59 ของโลกและ SDG 2 การขจัดความหิวโหย (Zero Hunger) มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คว้าอันดับที่ 7 ประเทศไทย อันดับที่ 13 ของอาเซียน และอันดับที่ 88 ของโลก

            ในภาพรวมของการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีบทบาทเพื่อสังคมปี 2021 (University Impact Rankings 2021) นี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมุ่งมั่นที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ในการเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำในอาเซียนที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและนวัตกรรม” โดยคว้าอันดับที่ 6 ของประเทศไทย อันดับที่ 17 ของอาเซียน และอันดับที่ 201-300 ของโลก และตั้งใจที่จะสร้างความภาคภูมิใจในการเป็น “มหาวิทยาลัยในดวงใจของชุมชน มาตรฐานสากล”เพื่อเฉลิมฉลอง 31 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ต่อไป   

ที่มา: https://www.timeshighereducation.com/rankings/impact/2021/overall