หน่วยฉีดวัคซีนโรงพยาบาล ม.อุบลฯ    นักศึกษา    บุคลากร    UBU English            



ม.อุบลฯ ลงพื้นที่ ส่งมอบ สระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ และอบรมเชิงปฏิบัติการ การใช้เทคโนโลยีเพื่อเก็บกักน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม ณ บ้านสำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลฯ


โพสต์โดย : เทอดภูมิ ทองอินทร์     วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 , 13:49:36     (อ่าน 673 ครั้ง)  


ม.อุบลฯ ลงพื้นที่ ส่งมอบ “สระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ” และอบรมเชิงปฏิบัติการ

“การใช้เทคโนโลยีเพื่อเก็บกักน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม” ณ บ้านสำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลฯ

          วันที่ 22กุมภาพันธ์ 2562  ณ บ้านสำโรง ต.สำโรง อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานีสำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัยฯ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จัดพิธีการส่งมอบ “สระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ” การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีเพื่อเก็บกักน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม”ภายใต้โครงการ “Research for Community วิจัยเพื่อชุมชนสังคม”โดยมี รศ.ดร.ชวลิต ถิ่นวงศ์พิทักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นประธานในการส่งมอบสระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ พร้อมด้วย นายณัฐพงษ์ ศรีกฤต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรง อ.โพธิ์ไทร จงอุบลราชธานี เป็นตัวแทนรับมอบสระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้งได้ ในปริมาณ 6 – 7 หมื่นลูกบาทเมตร พร้อมกันนี้ ดร.ฉัตรภูมิ วิรัตนจันทร์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งได้เป็นผู้ ดำเนินโครงการ สระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ โดย Research for Community วิจัยเพื่อชุมชนสังคม เรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยการบริหารจัดการในพื้นที่” ในครั้งนี้ ได้ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ การใช้เทคโนโลยีเพื่อเก็บกักน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม อีกด้วย

          ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมบริหารงานวิจัยฯ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้รับงบประมาณการทำกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ดำเนินโครงการ Research for Community วิจัยเพื่อชุมชนสังคม เรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยการบริหารจัดการในพื้นที่” อันมีวัตถุประสงค์ฃ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้ภาวะที่ขาดแคลน โดยใช้การบริหารจัดการน้ำอย่างมีส่วนร่วม และการใช้เทคโนโลยีการเก็บกักน้ำจาก ดินเหนียวสังเคราะห์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้จัดประชุมประชาคมร่วมกับผู้นำชุมชนตำบลสำโรงและมีมติจากที่ประชุมได้คัดเลือกพื้นที่บ้านสำโรง หมู่ที่ 5 ตำบลสำโรง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่ดำเนินกิจกรรมโครงการ เนื่องจากมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบสลับภูเขา ทำให้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง การทำเกษตรกรรมของเกษตรกรในพื้นที่อาศัยแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีอยู่ในปัจจุบัน แม้มีแหล่งน้ำที่กระจายตัวอยู่พอสมควรแต่ประชาชนยังขาดแคลนน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภคในช่วงที่หมดฤดูฝนตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี ทำให้ชาวบ้านต้องซื้อน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค บางครั้งต้องอาศัยน้ำจากองค์การบริหารส่วนตำบลสำโรงเข้าไปให้การช่วยเหลือ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการขาดน้ำสำหรับทำการเกษตรส่งผลทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหายและไม่ได้ผลการผลิตเท่าที่ควร ดังนั้นมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นปัญหาในชุมชนจึงมีแนวคิดโครงการ “แก้แล้ง แก้จน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของชุมชน” และได้ดำเนินกิจกรรมร่วมกับชุมชนที่ผ่านมาการจัดประชาคมหมู่บ้านเพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการ ตลอดจน การลงพื้นที่สัมภาษณ์และเก็บข้อมูลพื้นฐานของเกษตรกรในชุมชน การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การประยุกต์ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำเพื่อพื้นที่ทำการเกษตร” การถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยว “สระเก็บน้ำในพื้นที่ดินปนทรายที่ป้องกันการรั่วซึมและการกัดเซาะ”การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเพาะปลูกพืชผักสวนอินทรีย์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร” การดำเนินงานก่อสร้างสระเก็บน้ำต้านภัยแล้งต้นแบบ และ การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การใช้เทคโนโลยีเพื่อเก็บกักน้ำโดยการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม”

        ในการดำเนินงานโครงการ Research for Community วิจัยเพื่อชุมชนสังคม เรื่อง “การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตโดยการบริหารจัดการในพื้นที่”ครั้งนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ขอขอบคุณผู้นำชุมชนและพี่น้องในชุมชนบ้านสำโรงทุกท่าน ที่ให้ความร่วมมือ ร่วมแรงในการดำเนินงานกิจกรรมของโครงการที่ผ่านมานั้นสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี