หน่วยฉีดวัคซีนโรงพยาบาล ม.อุบลฯ    นักศึกษา    บุคลากร    UBU English            




โพสต์โดย : ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร     วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 , 20:34:11     (อ่าน 733 ครั้ง)  


 ม.อุบลฯ ส่งนักวิจัยลงพื้นที่เสริมศักยภาพ

“การท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนา วิถีข้าว ปลา นา น้ำ จังหวัดอุบลราชธานี”

ชม - ชิม - ช้อป - แชะ สร้างมูลค่าเพิ่มเสริมเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์ชุมชนชาวอุบลราชธานี

---------------------------------

           สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณในการจัดโครงการวิจัย “การท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนา วิถีข้าว ปลา นา น้ำ จังหวัดอุบลราชธานี” เพื่อค้นหาและวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนา วิถีข้าว ปลา นา น้ำ จัดทำปฏิทินและเส้นทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนาอย่างมีส่วนร่วมเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้า ผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรในพื้นที่ และพัฒนารูปแบบในการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน ซึ่งมีพื้นที่ดำเนินโครงการ 4 พื้นที่ ได้แก่ บ้านหัวดอน ตำบลห้วยดอน อำเภอเขื่องใน บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน บ้านท่าศาลา ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน บ้านหนองบ่อ ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อินทิรา  ซาฮีร์ ข้าราชการบำนาญอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยฯ และ ดร.คำล่า  มุสิกา หัวหน้าสาขาวิชามนุษยศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ร่วมโครงการวิจัยฯ พร้อมคณะผู้วิจัยฯ ตลอดจนนักท่องเที่ยวจำลองร่วมลงพื้นที่ สืบเนื่องจาก ดร.คำล่า  มุสิกา เป็นผู้วิจัยที่รับผิดชอบลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ทดลองการท่องเที่ยวบ้านหนองบ่อ ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี” ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้กำหนดกิจกรรมและจุดต้อนรับขึ้นรูปแบบการท่องเที่ยว 1 วัน จำนวน 4 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 ธรรมมะสวัสดี วัดบูรพาพิสัย โดยมี นายประวิทย์  จันทร์พวง กำนันตำบลหนองบ่อ กล่าวต้อนรับ และ นางประคอง  บุญขจร เป็นวิทยาหลักในการแนะนำและบรรยายตลอดการท่องเที่ยวบ้านหนองบ่อพร้อมทีมงาน มีขบวนฟ้อนกลองตุ้มอย่างสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวและทีมวิจัยฯ จากนั้นวิทยากรประจำกลุ่มนำไหว้พระประธานบนศาลาวัดบูรพาพิสัย และชมสิมโบราณสร้างความประทับในเป็นอย่างมากให้แก่นักท่องเที่ยวและทีมวิจัยฯ จุดที่ 2 ชมวิถีข้าว ปลา นาทาม คนลุ่มน้ำชี เดินทางโดยรถอีแต็ก ชมวิถีชีวิตชุมชนคนหนองบ่อ ชมวิถีการทำนาทามของคนลุ่มน้ำชี จุดที่ 3 เลาะรั้วเลียบบ้านชาวนาหนองบ่อ ชมวิถีการทอผ้าใต้ถุนบ้าน พร้อมชมเล้าข้าวโบราณ ชมเฮือน นายไมตรี  ศิริบูรณ์ ศิลปะคนกล้าคืนถิ่น เจ้าของผลงาน Isan Boy Dream ที่โด่งดัง หลังจากนั้นได้ทำงานร่วมกับช่างภาพจากประเทศอังกฤษ ทิม ไบรทมอร์ ทำงานภาพถ่ายชุด “อิสาน บอยด์ ซอยสี่” จนได้รับเลือกไปแสดงบนหอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส เมื่อปลายปี 2554 และ จุดที่ 4 เศรษฐกิจชุมชนบนฐานภูมิปัญญา ชาวนา ตำบลหนองบ่อ เพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เลิศรส หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จชมการสาธิตขั้นตอนการผลิตจากต้นจนเป็นผ้าไหม (สาว มัด ย้อม ทอ) เลือกชม สินค้า ผลิตภัณฑ์จากชุมชนตำบลหนองบ่อ และสรุปภาพรวมของการท่องเที่ยวทั้งวันร่วมกัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานวิจัยครั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดลองกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนวิถีข้าว ปลา นา ทาม คนลุ่มน้ำชี เพื่อค้นหาและวิเคราะห์ศักยภาพการท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนา วิถีข้าว ปลา นา น้ำ ของชุมชน เพื่อจัดทำปฏิทินและเส้นทางการท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนาในชุมชนอย่างมีส่วนร่วม และการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับสินค้า ผลิตภัณฑ์ และทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อพัฒนารูปแบบในการบริหารจัดการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมโดยชุมชน   

           ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อินทิรา  ซาฮีร์ ข้าราชการบำนาญอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นหัวหน้าโครงการวิจัยฯกล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทางเกษตรกรรมที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สำคัญและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับวัฒนธรรมชาวนาคือพื้นที่เกษตรกรรมบริเวณลุ่มแม่น้ำชีตอนปลาย มีทรัพยากรธรรมชาติศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ผ่านสถาปัตยกรรมดนตรี นาฏศิลป์ หัตถกรรม ประเพณี พิธีกรรม เกิดเป็นวิถีข้าว ปลา นา น้ำ ที่สามารถเชื่อมร้อย เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตนได้เป็นอย่างดี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีได้ดำเนินงานวิจัยอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำชีตอนปลาย ประกอบด้วย บ้านหัวดอน บ้านชีทวน บ้านท่าศาลา และบ้านหนองบ่อ ในประเด็นที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชน เช่น การตลาดข้าวหอมทุ่ง การอนุรักษ์และฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชน การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์การฟ้อนกลองตุ้ม จากงานวิจัยเหล่านี้พบว่าชุมชนมีความเข้มแข็งที่จะต่อยอดและพัฒนาเพื่อเป็นพื้นที่การท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมชาวนา ที่ชุมชนสามารถบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมโดยการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การตลาด และการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และสามารถพึ่งตนเองได้ เกิดการเชื่อมต่อระหว่างกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคสินค้าการเกษตรผ่าน “การท่องเที่ยววัฒนธรรมชาวนา วิถีข้าว ปลา นา น้ำ จังหวัดอุบลราชธานี”

------------------------------------

ทิพย์วรรณ  เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ ม.อุบลฯ ภาพ/ข่าว