นักศึกษา    บุคลากร    UBU English            



ม.อุบลฯ สานต่อและสนองนโยบายรัฐ พัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ ผลิตตู้แจ้งเตือนทานยาอัจฉริยะ ระบบติดตามค้นหาตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเปิด-ปิดไฟฟ้า


โพสต์โดย : ทิพย์วรรณ เวฬุวนาธร     วันที่ 23 สิงหาคม 2560 , 19:25:58     (อ่าน 453 ครั้ง)  


 ม.อุบลฯ  สานต่อและสนองนโยบายรัฐ พัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ ผลิตตู้แจ้งเตือนทานยาอัจฉริยะ

ระบบติดตามค้นหาตรวจจับการหกล้มของผู้สูงอายุ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเปิด-ปิดไฟฟ้าในบ้าน

--------------------------------------

           คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ลงพื้นที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงห่องแห่ ตำบลปทุม อำเภอเมืองจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสานต่อและสนองนโยบายรัฐจัด “โครงการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ” โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และเทคโนโลยี Internet of Things ประยุกต์ใช้งาน ผลิตตู้ยาอัจฉริยะ ระบบติดตามและค้นหาตำแหน่งผู้สูงอายุ ระบบเฝ้าระวังภัยและตรวจจับสัญญาณอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ”ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินการจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ภายใต้ “โครงการบริการวิชาการแก่สังคม ประจำปีงบประมาณ 2560” และสอดคล้องกับมาตรการ/นโยบายของมหาวิทยาลัยและมาตรการ เพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายการบริการวิชาการกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยด้านสังคมสูงวัย และเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ด้านการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และเพิ่มศักยภาพของชุมชนในสังคม โดยมี ดร.ชัชวิน  นามมั่น อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และเป็นหัวหน้าโครงการ  ดร.สมปอง  เวฬุวนาธร อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีดร.อนุสร  บันเทิง อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นายอนุพงษ์  รัฐิรมย์ รองคณบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ผู้ร่วมโครงการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรีย์  ธรรมิกบวร อดีตคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และ นางบันเทิง  พลสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดงห่องแห่จังหวัดอุบลราชธานี ให้เกียรติร่วมเวทีเสวนาและนำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุในปัจจุบัน ตลอดจนแนวคิดการพัฒนาระดับอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ และการใช้งานโปรแกรมป้องกันการหกล้มของผู้สูงอายุ โดยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และเทคโนโลยี Internet of Things มาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้สูงอายุด้านสุขภาพและสังคม ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากเข้ารับฟังการเสวนา และได้ทดลองใช้งานระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ จากนั้นเป็นการพูดคุยสรุปผลการพัฒนาระบบและรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นข้อมูลที่จะนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบต่อไป ซึ่งสร้างความประทับใจให้แก่ผู้สูงอายุที่ได้ทดลองใช้ตู้เตือนทานยาอัจฉริยะ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านสำหรับผู้สูงอายุโดยการใช้เสียงสั่งเปิด-ปิดไฟฟ้าภายในบ้าน ระบบติดตามค้นหาตำแหน่งผู้สูงอายุ อุปกรณ์ตรวจจับการหกล้มที่ผู้สูงอายุสวมใส่ ตู้เตือนทานยาเมื่อถึงเวลาทานยา หรือการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์ตรวจจับการหกล้มที่ผู้สูงอายุสวมใส่ไปยังตู้เตือนทานยาเมื่อมีการหกล้มของผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุได้รับการช่วยเหลือได้ทันท่วงที สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ยังมีอุปกรณ์เทคโนโลยีความจริงเสมือน (Visual Reality หรือ VR) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวหรือชมสถานที่จริงได้รับความเพลิดเพลินจากการท่องเที่ยวผ่านอุปกรณ์เทคโนโลยีความจริงเสมือนได้

           ดร.ชัชวิน  นามมั่น อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุและสัดส่วนผู้สูงอายุ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ทำให้โครงสร้างประชากรของประเทศไทยกำลังเคลื่อนเข้าสู่ระยะที่เรียกว่า "ภาวะประชากรผู้สูงอายุ (population ageing)" อันจะมีผลต่อสภาพทางสังคม สภาวะเศรษฐกิจและการจ้างงาน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรทางสุขภาพและสังคมของประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งทางคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ จึงได้สานต่อ “โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ”  ซึ่งมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรีย์  ธรรมิกบวร อดีตคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นหัวหน้าโครงการ และได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้ “แอพพลิเคชั่นการป้องกันการหกล้มให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และบุคลากรด้านสุขภาพไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จึงเป็นจุดหนึ่งในการพัฒนาและนำเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และเทคโนโลยี Internet of Things มาประยุกต์ใช้ในการช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันสำหรับผู้สูงอายุด้านสุขภาพและสังคม ซึ่ง Internet of Things หรือ IoT หมายถึง การที่สิ่งของสามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกันได้ผ่านโพรโตคอลสื่อสารทั้งแบบมีสายและไร้สาย ทำให้สามารถปฏิสัมพันธ์โต้ตอบ และทำงานร่วมกันได้ ซึ่ง“โครงการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ” จะเป็นการออกแบบและพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับผู้สูงอายุ โดยอาศัยอุปกรณ์ IoT ซึ่งประกอบไปด้วย ตู้ยาอัจฉริยะ การปรับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับชีวิตประจำวัน การพัฒนาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ระบบติดตามและค้นหาตำแหน่งผู้สูงอายุ ระบบเฝ้าระวังภัยและตรวจจับสัญญาณอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ และระบบวิเคราะห์สุขภาพเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้เซนเซอร์ ซึ่งในปี พ.ศ. 2560 ได้พัฒนาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ  โดยกำหนดให้อุปกรณ์ที่พัฒนาสามารถทำงานร่วมกันได้ เช่น การแจ้งเตือนจากตู้เตือนทานยาไปยังอุปกรณ์ตรวจจับการหกล้มที่ผู้สูงอายุสวมใส่ไว้ เมื่อถึงเวลาทานยาการเตือนจากอุปกรณ์ตรวจจับการหกล้มที่ผู้สูงอายุสวมใส่ไว้ก็จะส่งสัญญาณผ่านตู้เตือนทานยาไปยังผู้ดูแลเมื่อมีการหกล้ม เนื่องจากตู้เตือนทานยาและอุปกรณ์ตรวจจับการหกล้มที่ผู้สูงอายุสวมใส่เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาให้ใช้งานร่วมกันได้ ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการดังกล่าว จะได้เป็นฐานข้อมูลในการสืบค้น และเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ในภาคอุตสาหกรรมต่อไป

--------------------------------------------

ทิพย์วรรณ  เวฬุวนาธร นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ ม.อุบลฯ ภาพ/ข่าว