หน้าหลัก  

       
   

ครองตน
ท่านให้ปฏิบัติตามฆราวาสธรรม 4 ซึ่งเป็นหลักการครองชีวิตของคฤหัสถ์ ใช้สำหรับเรา ๆ ท่าน ๆ ผู้มิใช่นักบวช
1. สัจจะ : มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ ความจริง ส่วนอีกความหมาย พูดถึงการใช้ชีวิตโดยยึดความจริงเป็นที่ตั้ง ได้แก่ การเป็นคนถือความจริง เป็นหลักธรรม สำหรับคิด-พูด และกระทำ เรียกว่า เป็นคนจริง คนซื่อสัตย์ คนซื่อตรง รวมทั้งการใช้ความจริงเป็นหลักในการกำหนดความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรียกว่า เป็นจริงใจ พูดจริง และทำจริง
2. ทมะ : มีสองความหมายเช่นกัน ความหมายแรก หมายถึง การฝึกใจตนเอง หรือข่มใจตนเองไม่ให้เป็นทาสของกิเลศ ได้แก่ โลภ โกรธ หลง เรียกว่า เรียนรู้ด้วยตนเอง ฝึกใจตนเอง ฝึกนิสัยตนเอง จนสามารถควบคุมใจ ควบคุมวาจา และควบคุมการกระทำ ให้เป็นไปในสิ่งที่ดีที่ควรได้
อีกความหมายหนึ่ง หมายถึง การแก้ไขข้อบกพร่องของตน และการปรับปรุงตนให้เจริญก้าวหน้าด้วยสติปัญญา
ทมะมีจุดหมายที่ทำให้เกิดปัญญา
3. ขันติ : เป็นความอดทนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร โดยมุ่งมั่นอยู่ที่จุดหมายของงาน ไม่ท้อถอย หนักเอาเบาสู้ ไม่หวั่นไหว แต่เป็นคนแข็งแกร่ง ทนทานต่ออุปสรรค จนสุดท้ายไปถึงซึ่งความสำเร็จของงาน หรือความสำเร็จในแต่ละช่วงชีวิต
4. จาคะ : เป็นคนใจกว้างพร้อมรับฟังความทุกข์ ความคิดเห็น และความต้องการของคนอื่น เป็นคนใจไม่คับแคบ เห็นแก่ตนหรือเอาแต่ใจตน แต่พร้อมที่จะร่วมมือช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละแม้ความสุขสบายส่วนตนหรือผลประโยชน์ส่วนตนได้

ครองคน ท่านให้ปฏิบัติตามสังคหวัตถุธรรม 4 ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคน หรือเครื่องประสานความสามัคคีในหมู่คน
1. ทาน : การให้ มีหลายรูปแบบ เช่น ให้โดยแสดงน้ำใจแก่กัน เช่น การปลอบประโลมใจ ให้หรือแบ่งปันช่วยเหลือด้วยสิ่งของ ตลอดจนให้ความรู้ แนะนำสั่งสอน
2. ปิยวาจา : วาจาซาบซึ้งใจ วาจาอันทำให้ดูดดื่มใจ วาจาอันทำให้คนรัก ได้แก่ การกล่าวคำสุภาพ ไพเราะเพราะพริ้ง อ่อนหวาน เป็นวาที่ทำให้เกิดไมตรีและเกิดสามัคคี ตลอดจนวาจาที่มีเหรุมีผลเป็นประโยชน์
3. อัตถจริยา : การประพฤติหรือการกระทำที่เป็นประโยชน์ เช่น การขวนขวายช่วยเหลือกิจการ การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมทั้งการช่วยกันปรับปรุงแก้ไข และส่งเสริมด้านคุณธรรม จริยธรรมด้วย
4. สมานัตตตา : ความมีตนเสมอ ซึ่งมีหลายสถานการณ์ เช่น การทำตนเสมอต้นเสมอปลาย การปฏิบัติต่อทุกคนเท่าเทียมกันในกฎเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน การร่วมทุกข์ร่วมสุขร่วมแก้ไข การวางตนให้เหมาะสมแก่ฐานะ เหตุการณ์ และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ครองงาน
ท่านให้ปฏิบัติตามอิทธิบาท 4 ซึ่งเป็นเครื่องมือไปสู่ความสำเร็จ ได้ผลตามมุ่งหมาย
1. ฉันทะ : ความพอใจ คือ ต้องการจะทำงานนั้น รักที่จะทำงานนั้น ไม่ถูกใครบังคับให้ทำ ทำด้วยใจชอบใจรัก
2. วิริยะ : ความเพียร คือ ทุ่มเท ขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ท้อแม้ แต่เข้มแข็ง อดทน สู้งานนั้นจนกว่าจะสำเร็จ
3. จิตตะ : ความคิดมุ่งมั่น คือ ตั้งจิตตั้งใจทำด้วยความคิดมุ่งมั่น ไม่ปล่อยจิตให้ฟุ้งซ่านเลื่อนลอย
4. วิมังสา : การไตร่ตรอง เริ่มตั้งแต่การวางแผน ตรวจตรา ตรวจสอบ หมั่นใช้ปัญญาใคร่ครวญ ทดลอง แก้ไขปรับปรุง และวัดผล จนงานสำเร็จ

   
     
         
           
 
This page best viewed at 1024 x 768 with Microsoft Internet Explorer
Last updated (22/04/2008)
For any Problem, question, comments or suggestions. Please direct to webmaster@ubu.ac.th
Copyright ? 2008 Ubon Rajathanee University UbonRatchathani Thailand 34190
85 Sathollmark Rd. Warinchamrap UbonRatchathani 34190 Tel. (045)353000-3