หน้าหลัก English

       
   
ประวัติการก่อตั้งมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
     
  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นมหาวิทยาลัยที่ยกฐานะมาจาก วิทยาลัยอุบลราชธานี สังกัดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี พ.ศ. 2533 ในรัฐบาลของ พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ ด้วยความมุ่งหมายให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งที่ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต่อจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการจัดการศึกษาเน้นหนักทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการพัฒนา กำลังคนของประเทศ ซึ่งกำลังมุ่งพัฒนาประเทศไปสู่การเป็นประเทศ กึ่งอุตสาหกรรม และเพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษา ให้แก่ประชาชนในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งให้มหาวิทยาลัย เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับปรุงการประกอบวิชาชีพของตนเองเพื่อยกระดับ
คุณภาพชีวิตให้สูงขึ้นต่อไป
 
         
    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเปิดทำการเรียนการสอนครั้งแรกในปีการศึกษา 2531 ภายใต้ชื่อ "วิทยาลัยอุบลราชธานี" โดยเปิดทำการสอน ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ มีนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 67 คน ซึ่งฝากเรียนไว้ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

   
         
   
   
         
    ต่อมาในปีการศึกษา 2533 วิทยาลัยอุบลราชธานีได้ยกฐานะมาเป็นมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2533 ได้ย้ายสถานที่จัดการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นมาประจำ ณ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบริเวณกิโลเมตรที่ 10 - 11 ถนนวารินเดชอุดม ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี บนเนื้อที่ประมาณ 5,228 ไร่ และเริ่มจัดการเรียนการสอนให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ของคณะเกษตรศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งได้ถือเอาวันที่ 30 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยแล้วในปี พ.ศ. 2534 คณาจารย์และนักศึกษาทั้งหมด ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาประจำ ณ สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยโดยสมบูรณ์ โดยสภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  ได้แต่งตั้งให้ รองศาสตราจารย์ ดร.สมจิตต์ ยอดเศรณี ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นคนแรก ในส่วนของการก่อสร้าง เริ่มต้นด้วยงบประมาณเพียง 16 ล้าน ในปี 2531 อาคารหลังแรก ที่ก่อสร้างคือ อาคารเอนก ประสงค
   
         
   
   
         
         
   
ตราและสีประจำมหาวิทยาลัย
   
   
   
         
    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีตรามหาวิทยาลัยเป็นรูปเจดีย์แบบล้านช้าง ซึ่งหมายถึง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในมีดอกบัวหลวงประดิษฐานอยู่บนแท่นรองรับของเส้น 3 เส้น และเบื้องล่างของฐานมีคำเป็นภาษาไทย คำว่า "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี" ดอกบัวมีสีกลีบบัว อันหมายถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี และ 3 เส้นที่เป็นฐานรองรับดอกบัวนัน หมายถึงแม่น้ำสายสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ แม่น้ำโขง แม่น้ำชีและแม่น้ำมูล ลักษณะของดอกบัวนเป็นประเภทบัวเหนือน้ำที่พร้อมจะเบ่งบาน ให้ความดีงามแก่มหาชนได้ชื่นชม ส่วนกลีบด้านล่างสองกลีบหมายถึง คุณธรรมและปัญญาอันเปลือกหุ้มสถาบัน สำหรับดอกบัวตูมสามกลีบ หมายถึง องค์พระรัตนตรัย สีน้ำเงินเป็นขอบเส้นของตรามหาวิทยาลัยนั้น หมายถึง ความมั่นคงแข็งแรง และเส้นสีเหลืองสดที่เป็นพื้น หมายถึง สีประจำมหาวิทยาลัย    
         
   
ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย
   
   
   
    ต้นกันเกรา เป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเป็นต้นไม้ยืนต้นที่มีดอกสีเหลือง มีกลิ่นหอมขจรขจาย แม้ต้นกันเกราจะขึ้นอยู่ในดินอันขาดความอุดมสมบูรณ์ก็สามารถยืนต้น เจริญเติบโตอย่างงดงาม เนื้อไม้กันเกราแข็งแรง และทนทานมาก ปลวกไม่สามารถทำลายได้ ทั้งยังมีน้ำมันในเนื้อไม้ ซึ่งช่วยรักษาเนื้อไม้ได้ดีและขัดเงาได้สวยงาม เปรียบได้กับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี แม้เป็นมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก แต่ละปีได้รับการจัดสรรงบประมาณของประเทศไม่มากนัก แต่ก็ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยคุณประโยชน์ให้แก่ประเทสได้อย่างเต็มที่ นอกจากการออกดอกพรั่งพรูพร้อมกันทั้งต้น เปรียบได้กับความสามัคคี ความพรั่งพร้อม ความร่วมมือร่วมใจของบุคลากรและนักศึกษา ในการที่จะร่วมสร้างสถาบันแห่งนี้ให้เจริญก้าวหน้าสืบต่อไป    
         
   
คำขวัญ
   
   
พัฒนาความรู้ มุ่งสู่ปัญญา พร้อมคุณค่าคุณธรรม
   
         
   
ปรัชญา
   
   

“มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี สร้างสติและปัญญาแก่สังคม บนพื้นฐานความพอเพียง”

   
         
   

วิสัยทัศน์

   
   

เป็นมหาวิทยาลัยแห่งคุณภาพ  ที่เน้นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบัณฑิตและประชาชนบนฐานภูมิปัญญาอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

   
         
   

พันธกิจ

   
   

1 . ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล  มีคุณธรรมนำความรู้  คิดเป็น  ทำเป็น และดำรงชีวิตบนพื้นฐานพอเพียง
2. วิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และผลงานสร้างสรรค์ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีความสุข และพอเพียง
3. บริการวิชาการแก่สังคมเพื่อชีวิตที่ดีของประชาชน  และสร้างมูลค่าเพิ่มในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนและอุตสาหกรรมท้องถิ่นอีสานใต้ และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อก่อให้เกิดทักษะเพียงพอต่อการพัฒนาตนเองและ ประเทศชาติ
4.  ทำนุบำรุง ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น และภูมิภาคอื่นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้รับรู้  และรักษาไว้ภายใต้บริบทโลกาภิวัตน์

   
         
   
แผนพัฒนาฉบับที่ 10 (2551 - 2560)
   
   

ยุทธศาสตร์

1. พัฒนาอาจารย์และบุคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (ยุทธศาสตร์ใหม่)

1.1 ปรับความคิดของอาจารย์และบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาอุดมศึกษาตาม กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2560)
1.2  จัดทำแผนพัฒนาอาจารย์และบุคลากร
1.3  พัฒนาคุณภาพผู้บริหาร อาจารย์และบุคลากร
1.4  ธำรงรักษาและพัฒนาอาจารย์และบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลและมีความสุขในการทำงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของ สังคม


2. พัฒนานักศึกษาให้เกิดทักษะ มีเครื่องมือ มีความรู้ในทฤษฎีพื้นฐานและสามารถนำความรู้ไปคิดแก้ปัญหาในพื้นที่ได้จริง


2.1 พัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  
2.2 สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และความพอเพียงในกระบวนการเรียนรู้
2.3 การบริหารกิจกรรมนักศึกษานอกหลักสูตร
2.4 สนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมของนักศึกษา
2.5 บูรณาการงานวิจัย  งานบริการวิชาการ  การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมเข้าสู่ กระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างบัณฑิต
2.6 พัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคมและการพัฒนาประเทศ
2.7 รับนักศึกษาใหม่ที่มีคุณภาพและจำนวนตามเป้าหมาย
2.8 จัดหาทรัพยากรและสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้
2.9 การบริหารสวัสดิการและสวัสดิภาพนักศึกษา



3. ส่งเสริมการวิจัยและสร้างนวัตกรรม  เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และผลงานสร้างสรรค์สามารถนำไปใช้เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนในท้องถิ่น และประเทศให้อยู่ได้อย่างมีความสุข

3.1  จัดทำแผนแม่บทการวิจัยตามปรัชญา และวิสัยทัศน์ของ มหาวิทยาลัย
3.2  กำหนดโครงสร้างและระบบการบริหารจัดการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริมการวิจัย
3.3.  สร้างเสริมความแข็งแกร่งของนักวิจัย / กลุ่มวิจัย
3.4.  ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
3.5   ส่งเสริมและสนับสนุนการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์


4. เสริมสร้างความเป็นเลิศทางด้านฐานข้อมูล องค์ความรู้  และผู้รู้ในอีสานใต้และอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อการบริการวิชาการแก่ชุมชนและสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับ มหาวิทยาลัย ผ่านการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน

4.1 ส่งเสริมให้มีการศึกษาพื้นที่เป้าหมายเพื่อนำมาจัดสร้างเป็นฐานข้อมูล องค์ความรู้ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์
4.2 การพัฒนาระบบบริหารจัดการงานบริการวิชาการ
4.3 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับชุมชนเพื่อให้บริการวิชาการ
4.4 การให้บริการวิชาการที่ตรงใจผู้รับบริการและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่น
4.5 ส่งเสริมให้เกิดการบูรณาการงานบริการวิชาการกับการวิจัยและการเรียนการสอน                 
4.6 เผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาชุมชนให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก



5. ส่งเสริม ทำนุบำรุงและฟื้นฟูรูปแบบ  และความคิดทางศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและชาติ โดยการซึมซับเข้าสู่วิถีการดำรงชีวิตเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงภายใต้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม

5.1 ส่งเสริมการศึกษาและการจัดกิจกรรมที่เน้นการสืบทอดและสืบสานวัฒนธรรม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของชุมชนในอีสานใต้ และอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงโดยมี กระบวนการที่ต่อเนื่องจนเกิดการสร้างองค์ความรู้และมีการเผยแพร่ โดยให้นักศึกษาและบุคลากร มีส่วนร่วมกับชุมชน
5.2 ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม
5.3 สร้างเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มกิจกรรมและบุคลากรด้านศิลปวัฒนธรรม
5.4 ศึกษาศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของภูมิภาคอื่นให้เกิดการเรียนรู้ รับรู้ และรักษาไว้ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลก



6. บริหารด้วยหลักธรรมาภิบาลเพื่อพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีคุณภาพและมีความสุข

   
         
   

6.1 พัฒนาองค์กรและระบบบริหารเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ
6.2 ปรับโครงสร้างองค์กร รวมทั้งกฎ ระเบียบต่างๆ ให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงใน อนาคต
6.3 พัฒนาสถาบันสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้  โดยเน้นการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกให้ เป็นที่รับรู้อย่างทั่วถึง


   
         
         
         
         
         
 
This page best viewed at 1024 x 768 with Microsoft Internet Explorer
Last updated (22/04/2008)
For any Problem, question, comments or suggestions. Please direct to webmaster@ubu.ac.th
Copyright ? 2008 Ubon Rajathanee University UbonRatchathani Thailand 34190
85 Sathollmark Rd. Warinchamrap UbonRatchathani 34190 Tel. (045)353000-3