คลังเอกสาร    คำถามที่พบบ่อย    ถาม-ตอบ    มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี    

    (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี


การแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. … (ครั้งที่ ๓)
         มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยคณะกรรมการคณะกรรมการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนสถานภาพมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ขอเสนอ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พ.ศ. .. เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ดังนั้น ขอความร่วมมือจากบุคลากร นักศึกษา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (ครั้งที่ ๓)
สรุป
หมวด ๑ บททั่วไป
หมวด ๒ การดำเนินการ
หมวด ๓ การบริหารงานบุคคล
หมวด ๔ การประกันคุณภาพและการประเมิน
หมวด ๕ การบัญชีและการตรวจสอบ
หมวด ๖ การกำกับดูแล
หมวด ๗ ตำแหน่งทางวิชาการ
หมวด ๘ ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ
บทเฉพาะกาล

ตารางเปรียบเทียบ พรบ. เดิม

หมวด  
 
 
หมวด 1   บททั่วไป
มาตรา สาระ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
7 ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาทางวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง มีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้บริการทางวิชาการและวิชาชีพแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
8 การดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ ให้มหาวิทยาลัยคำนึงถึง
(๑) ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
(๒) ความมีเสรีภาพและความเป็นเลิศทางวิชาการ ควบคู่ไปกับความมีคุณธรรมและจริยธรรม
(๓) มาตรฐานและคุณภาพทางวิชาการอันเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ
(๔) ความโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งความรับผิดชอบต่อรัฐและสังคม
(๕) ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการบริหารจัดการ
(๖) การบริหารแบบมีส่วนร่วม
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
9 มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนงาน ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานสภามหาวิทยาลัย
(๒) สำนักงานมหาวิทยาลัย
(๓) สำนักงานวิทยาเขต
(๔) คณะ
(๕) วิทยาลัย
(๖) สถาบัน
(๗) สำนัก
มหาวิทยาลัยอาจให้มีส่วนงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ วิทยาลัย สถาบัน หรือสำนัก เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา ๗ เป็นส่วนงานในมหาวิทยาลัยอีกได้
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
10 การจัดตั้ง การรวม การเปลี่ยนแปลง และการยุบเลิกส่วนงานตามมาตรา ๙ ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา และในกรณีการจัดตั้งและการรวมหรือการเปลี่ยนแปลงส่วนงานให้กำหนดฐานะและภาระหน้าที่ของส่วนงานนั้นด้วย
การแบ่งหน่วยงานภายในของส่วนงานตามมาตรา ๙ และการกำหนดอำนาจหน้าที่ ของแต่ละหน่วยงานให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย
การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองต้องคำนึงถึงคุณภาพทางวิชาการ การประหยัด งบประมาณ การลดความซ้ำซ้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเป็นสำคัญ
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
11 ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยอาจรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัยได้ และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันสมทบนั้นได้
การรับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบ หรือการยกเลิกการสมทบตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การควบคุมสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นที่เข้าสมทบในมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
12 ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา ๗ มหาวิทยาลัยจะจัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นในประเทศหรือต่างประเทศหรือขององค์การระหว่างประเทศก็ได้ และมีอำนาจให้ปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรชั้นหนึ่งชั้นใดร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันอื่นนั้นแก่ผู้สำเร็จการศึกษาได้
การจัดการศึกษาและการยกเลิกการจัดการศึกษาตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา
การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
13 กิจการของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ แต่พนักงานมหาวิทยาลัยต้องได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตอบแทนโดยรวมไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
14 มหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และโดยเฉพาะให้มีอำนาจหน้าที่ กระทำการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในมาตรา ๗ อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) ซื้อ ขาย จ้าง รับจ้าง สร้าง จัดหา โอน รับโอน เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ แลกเปลี่ยนและจำหน่าย หรือทำนิติกรรมใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของมหาวิทยาลัย ตลอดจนถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครองและหาประโยชน์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ ในทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย และจำหน่ายทรัพย์สินทั้งภายในและภายนอกราชอาณาจักร ตลอดจนรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรือผู้อุทิศให้
การจำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ของมหาวิทยาลัยให้กระทำได้เฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาตามมาตรา ๑๗ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้จำหน่ายหรือแลกเปลี่ยนได้
(๒) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการในการให้บริการภายในอำนาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย รวมทั้งทำความตกลงและกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการนั้น
(๓) ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ
(๔) กำหนดค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนพิเศษ รวมทั้งสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างอื่นหรือเงินอื่นใดให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัย โดยจัดทำเป็นข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๕) จัดให้มีกองทุนหมุนเวียน เพื่อกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยโดยหลักเกณฑ์ วิธีการ การจัดตั้ง การบริหารจัดการ การประเมินผลกองทุนหมุนเวียน ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
(๖) ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือของเอกชน องค์การหรือหน่วยงานต่างประเทศหรือระหว่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์
(๗) ดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการให้การศึกษาและบริการทางวิชาการ
(๘) กู้ยืมเงินและให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน ถือหุ้น เข้าเป็นหุ้นส่วนและลงทุนหรือร่วมลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการของมหาวิทยาลัย
การกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การถือหุ้น การเข้าเป็นหุ้นส่วน การลงทุนหรือการร่วมลงทุน ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกำหนดต้องได้รับความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก่อน
(๙) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(๑๐) จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล รวมตลอดถึงลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด เพื่อดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของมหาวิทยาลัย หรือนำผลการค้นคว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์ เพื่อเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
15 รายได้ของมหาวิทยาลัยมีดังนี้
(๑) เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี
(๒) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุดหนุนหรืออุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย
(๓) เงินกองทุนที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้น และรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุนดังกล่าว
(๔) ค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน เบี้ยปรับ และค่าบริการต่าง ๆ และเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่มหาวิทยาลัยเรียกเก็บตามอำนาจหน้าที่ หรือที่ได้จากสัญญาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย
(๕) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้มาจากการลงทุนหรือการร่วมลงทุนจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย
(๖) รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการใช้ที่ราชพัสดุหรือจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุหรือที่ดินของหน่วยงานอื่น ซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล ใช้ หรือจัดหาประโยชน์ รวมถึงที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
(๗) รายได้หรือผลประโยชน์อื่น
เงินอุดหนุนทั่วไปตามวรรคหนึ่ง (๑) นั้น รัฐบาลพึงจัดสรรให้แก่มหาวิทยาลัยโดยตรงเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย และการพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่เป็นเลิศ
การดำเนินการเพื่อให้เกิดเงินรายได้ตามวรรคหนึ่ง (๕) (๖) และ (๗) มิให้ถือว่าเป็นการร่วมลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน แต่ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด และหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือมาตรฐานที่กฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นการเฉพาะด้วย
ระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่สภามหาวิทยาลัยกำหนดตามวรรคสาม จะต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
ในกรณีที่รัฐบาลได้ปรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าตอบแทนหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดให้แก่ข้าราชการ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยในสัดส่วนเดียวกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้พนักงานมหาวิทยาลัยด้วย

รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายอื่น
ในกรณีที่รายได้ตามวรรคหนึ่งมีจำนวนไม่พอเพียงสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของมหาวิทยาลัย และค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม และมหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินจากแหล่งอื่นได้ รัฐบาลพึงจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพิ่มเติมให้แก่มหาวิทยาลัยตามความจำเป็นของมหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
16 มหาวิทยาลัยต้องส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่มหาวิทยาลัยรับเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริงให้มีโอกาสเรียนจนสำเร็จปริญญาตรี
หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาว่าผู้ใดขาดแคลนทุนทรัพย์อย่างแท้จริง ให้เป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
17 มาตรา ๑๗ บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผู้อุทิศให้ หรือ โดยการซื้อด้วยเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย หรือแลกเปลี่ยนกับทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย หรือได้มาด้วยวิธีอื่น ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย
อสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาตามวรรคหนึ่ง ไม่อยู่ในบังคับกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน
1.กฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดิน ถูกยกเลิกไปโดย พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 แล้ว ควรแก้ไขถ้อยความให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่  (15/07/2562 13:43:36)
  
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
18 ทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีทั้งปวง รวมทั้งการบังคับทางปกครอง
บุคคลใดจะยกอายุความหรือระยะเวลาในการครอบครองขึ้นเป็นข้อต่อสู้กับมหาวิทยาลัยในเรื่องทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยมิได้
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น
19 บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา ๗
เงินและทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผู้อุทิศให้กำหนดไว้ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขดังกล่าว มหาวิทยาลัยต้องได้รับความยินยอมจากผู้อุทิศให้หรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือทายาทไม่ปรากฏจะต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย
 กรุณา Log in ก่อนแสดงความคิดเห็น



Login
Username
Password
 


คำแนะนำ

ผู้ใช้สามารถใช้ Username และ Password สำหรับการใช้งาน internet ของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ในการ Login ได้โดยไม่ต้องสมัครใหม่



จุดประสงค์ของการใช้งาน
1. สามารถสอบถามข้อมูล ตั้งคำถาม เกี่ยวกับความรู้ทางด้านมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เท่านั้น
2. เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดย่อม เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ
3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร สะดวก รวดเร็ว




กฎ กติกา ในการตั้งคำถาม
1. ให้ตั้งคำถาม หรือ ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ เรื่อง มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ เท่านั้น บุคคลทั่วไปจะไม่สามารถตอบคำถามได้ จะมีคณะกรรมการสร้างความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของบุคลากรและนักศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐเป็นผู้ตอบคำถามเท่านั้น
2. ห้ามตั้งคำถาม หรือเนื้อหา ที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือ พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และ ราชวงศ์ เป็นอันขาด
3. ห้ามตั้งคำถาม หรือเนื้อหา ที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร เกินกว่าบรรทัดฐานของสังคม
4. ห้ามตั้งคำถาม หรือเนื้อหา ที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือ มีเจตนาทำให้สังคมเข้าใจผิดต่อตัวบุคคล และ สถาบันใดๆ
5. ห้ามตั้งคำถาม หรือเนื้อหา โจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ศาสนา และ คำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
6. ห้ามตั้งคำถาม หรือเนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย และ ผิดศีลธรรม
7. ระบบจะไม่แสดงชื่อ และ e-mail ของผู้แสดงความคิดเห็น เว้นแต่ผู้แสดงความคิดเห็น ประสงค์แสดงข้อมูลตนเอง

อนึ่ง ข้อห้ามในกฎ กติกา ที่กล่าวไว้ข้างต้น ขอสงวนสิทธิ์ในการใช้ดุลยพินิจที่จะลบข้อความดังกล่าว (หรือลบทั้งกระทู้) ออกไปโดยอาจไม่แสดงเหตุผลให้ทราบล่วงหน้า รวมถึงขอสงวนสิทธิ์ในการขยายผลในการดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของสาธารณะชนตามสมควรแก่ความผิด

การเข้าร่วมในกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการตั้งกระทู้ หรือการร่วมแสดงความเห็นในกระทู้ต่างๆ ในฟอรั่มนี้ จึงจำเป็นต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวม การควบคุม และดูแลอาจไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง เพราะทุกคนสามารถพิมพ์ข้อความต่างๆ เข้ามาได้โดยอิสระ ขึ้นอยู่กับสำนึก และความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ร่วมกิจกรรม ว่าจะมีมากน้อยเพียงไร ดังนั้นทางทีมงานจึงไม่อาจร่วมรับผิดชอบในข้อความทุกข้อความที่ส่งเข้ามาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกๆ ท่านที่ร่วมกิจกรรมด้วยดี และใคร่ขอความร่วมมือจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องกระทู้ที่เข้าข่ายผิดกฎ กติกา มารยาทดังกล่าว หากพบก็โปรดแจ้งได้ภายในแต่ละกระทู้ได้ในทันที โดยทีมงานจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้