ทองคำแท่ง ที่เมืองไทยที่รักยิ่งของเราได้รับจากการร่วมทำบุญของพี่น้องเพื่อนร่วมชาติถวายผ่านหลวงตามหาบัวช่วยให้เมืองไทยมีความมั่นคงเข้มแข็งด้านการคลังขึ้น
แล้วตัวคนเราเล่า
-
ต้องสะสมทองคำ เพชรนิลจินดา กระเป๋า นาฬิกา ฯลฯ แบรนด์เนม ไว้ขายแลกเงินในยามที่เราต้องการข้าวของที่เราผลิตเองไม่ได้ให้เต็มที่หรืออย่างไร
-
ต้องแสวงหาปริญญา ตำแหน่ง ให้สูงขึ้น สูงขึ้น ไปเรื่อยๆจนถึงที่สุด
สำหรับข้าพเจ้า ยึดหลัก
"ความมั่นคงของชีวิต
-
ต้องเป็นสิ่งที่หลอมรวมกับร่างกาย จิตใจ และ สมองความคิดของตัวเราเอง
-
ไม่ต้องแบกหามให้เหนือยยาก ไม่ต้องหวาดกลัวจะมีคนมาจี้ปล้น แย่งชิง เตะถีบให้ตกจากเก้าอี้ แย่งถอดหัวโขน
-
ต้องเป็นสิ่ที่ไม่มีใครเอาไปจากเราได้
-
ต้องยิ่งวันยิ่งเพิ่มพูน
ร่ายมาถึงตอนนี้ พี่น้อง ก็น่าจะพอสรุปไ้ด้ ว่า มันคือ มันคือ
"ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และ ความฉลาดรู้เฉพาะตัวของเรานั่นเอง"
มันเพิ่มพูนจากการเรียนรู้ในระบบการศึกษา ประสบการณ์เสริมจากครอบครัว ได้อย่างไร
ขอเขียนเป็นสมการ ดังนี้
ความรู้ความสามารถฯ = ค่าคงที่1(ลักษณะทางพันธุกรรม) + ค่าคงที่ 2(ความรู้จากการเรียนในระบบฯ) + [(ประสบการณ์จากการลงมือทำจริง) + (สิ่งที่เรียนรู้จากมวลมิตรและเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก)] X เวลาที่ผ่านมาในชีวิต
ด้วยคิดเช่นนี้ ข้าพเจ้าจึงคิดเสมอว่า โอกาสแห่งการเรียนรู้เริ่มขึ้นทุกเช้า งานใดที่ประเมินว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรง หากพอจะทำได้ก็เข้าไปทำช่วยกัน จะได้เสร็จเร็วขึ้น ยิ่งหากไม่มีคนรับทำก็ต้องรีบเข้าไปทำทันที ยิ่งหากไม่มีคนรับทำและจะเกิดความเสียหายก็ยิ่งต้องรีบเข้าไปอาสาทำให้เร็วยิ่งขึ้น ไม่เคยกังวลว่า จะเป็น เสือใส่เกือก
และแล้วในวันหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่วันร้าย แต่เป็นวันดี ที่ได้รับฟังข้อสรุปดีๆ จาก ซือแป๋ ผศ.พิชิต โตสุโขวงศ์ คณบดีท่านแรก ของ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลฯ จำได้จนถึงวันนี้
สมบัติสามประการในการทำงานของคนจะเรียงกันเช่นนี้
-
อันดับแรก คือ ความซื่อสัตย์(Honesty)
-
สองคือ ความทุ่มเทอุทิศตน ไม่ย่อท้อ รักในงาน(Loyalty) และ
-
สุดท้าย คือ ความรู้ความสามารถ (Ability)
เมื่อเราซื่อสัตย์ที่สำคัญที่สุดคือต่อตนเอง รับรู้ว่าเรารู้หรือไม่รู้อะไร จะทำให้เราเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมเรียนรุ้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ ไม่เคยทำ
เมื่อเรียนรู้และ ทำการงาน นั้นๆ ก็จะทุ่มเทเต็มกำลัง ทำด้วยความรัก เหมือนกับ เรื่องแรก ที่ยกว่าไว้ว่า "การงานคือความรักที่ปรากฏตนเป็นรูปร่าง" ไม่ย่อท้อ แต่ ไม่ดันทุรัง
นั่นจะช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถของเราให้ยิ่งๆขึ้นไป
แล้วความมั่นคงของชีวิตก็เพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลา
ใครจะมาแย่งไปได้
ไม่กังวลว่าจะมีคนจ้างหรือไม่
ขอฝากให้พี่น้องเพื่อนร่วมงาน และ นักศึกษาลูกหลาน ชาว ม.อุบลฯ ได้ลองนำไปขบคิดใคร่ครวญ ว่า จริงหรือไม่อย่างไร
หากเห็นด้วย ก็หวังว่า คงจะได้ยินประโยคทำนองนี้น้อยลงบ้าง
"ขอตัวนะ ไม่เคยทำเลยงานแนวนี้" "ให้คนอื่นทำบ้าง ทำมาเยอะแล้ว" บลา..บลา....
วรรณวไล อธิวาสน์พงศ์
1 กรกฎาคม 2554
|