ช่วงนี้เวลานี้หลายท่านคงจะได้ยินเกี่ยวกับอาเซียนการเป็นประชาคมอาเซียน ใน พ.ศ. ๒๕๕๘ แล้วเราๆ ท่านๆ เกี่ยวข้องอะไรกับเขาบ้าง แน่นอนครับ เรื่องของการเป็นประชาคมอาเซียนนั้นจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยที่ในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นปีดังกล่าวอยู่ในช่วงระยะของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ.๒๕๕๔-๒๕๕๙ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุทธศาสตร์การสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ที่จะเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกับการเป็นประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยเสาหลัก คือ
(๑) ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC)
(๒) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC)
(๓) ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Social-Cultural Community-ASCC)
ประเทศที่อยู่ในกลุ่มประชาคมอาเซียนประกอบด้วย บรูไน อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเชีย สิงคโปร์ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และ ประเทศไทย ประเทศอื่นๆ นอกจากประเทศไทยล้วนมีจุดแข็งแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น ลาวมีจุดแข็ง คือ มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำและแร่ชนิดต่างๆ ค่าจ้างงานแรงงานค่อนข้างจะต่ำ เป็นต้น
สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับการเป็นประชาคมอาเซียนคือ การเคลื่อนย้ายแรงงานเคลื่อนย้ายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพที่แต่ละประเทศในประชาคมอาเซียนสามารถที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานไปทำงานยังประเทศสมาชิกของประชาอาเซียนได้อย่างเสรี ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ บัญชี พยาบาล แล้วจะเกิดอะไรขึ้นละครับ แพทย์เก่งที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษอาจจะเดินทางไปทำงานที่สิงคโปร์เนื่องจากเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจดีกว่าประเทศไทยแพทย์อาจจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าเมืองไทย ทั้งที่ปัจจุบันการผลิตแพทย์ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ หรือ พยาบาลก็เช่นกัน ในทางตรงกันข้ามอาจจะมีวิศวกรจากประเทศอื่นๆ เข้ามาทำงานในประเทศไทยเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าประเทศของเขา หากเป็นอย่างนั้นก็ย่อมจะกระทบต่อการผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมศาสตร์ของประเทศไทย เนื่องจากบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์อาจจะมีคู่แข่งมากขึ้น
ที่สำคัญจะเห็นว่าภาษากลางในการสื่อสารของประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียนนั้น รับรองได้ว่าจะต้องเป็นภาษาอังกฤษอย่างแน่นอน เหตุผลเพราะ หลายๆ ประเทศใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการอยู่แล้ว เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น กล่าวสำหรับประเทศโดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาซึ่งมีหน้าที่ผลิตบัณฑิตออกไปรับใช้สังคม (ภายประเทศ) อย่างไรก็ดี ในอนาคตจะต้องคำนึงถึงความสามารถของบัณฑิตไทยที่จะต้องถูกพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้นเพื่อแข่งขันกับการรุกคืบของบัณฑิตต่างประเทศที่เขาอาจจะจับจองอยู่ว่าเมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๘ เขาเหล่านั้นก็อาจจะต้องการเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยของเรา ซึ่งแน่นอนความสามารถอย่างหนึ่งที่สำคัญ คือ ความรู้ความสามารถด้านภาษาและการสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ภาษาอังกฤษ” สถาบันการศึกษาของไทยในทุกระดับชั้นจะต้องให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จะมีวิธีการกลยุทธ์อย่างไรในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษาและการสื่อสารของนักเรียนไทยให้เพิ่มสูงมากยิ่งๆ ขึ้น เป็นเรื่องที่ท้าทายผู้บริหารด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก
กล่าวสำหรับนโยบายของรัฐบาลนั้นมีอย่างแน่นอนเกี่ยวกับด้านเตรียมความพร้อมกับการเป็นประชาคมอาเซียน ทุกกระทรวงทบวงกรมต่างให้ความสำคัญ แต่บางครั้ง ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าวิธีการหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการเป็นประชาคมอาเซียนจะเริ่มที่ตรงไหนก่อนดี จะเริ่มเตรียมความพร้อมที่จุดไหนดี อย่างไรก็ดี สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนคิดว่าเราควรจะเริ่มก่อน คือ จะต้องให้นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกชั้นปีในขณะได้รับทราบถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวนักศึกษาเองในอนาคตในปี พ.ศ.๒๕๕๘ “หากใครที่ต้องการอยู่รอดก็ต้องรีบปรับตัวเอง” ปรับตัวเองในด้านในเรื่องใดละครับ อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่า “ภาษาอังกฤษทั้งการอ่าน การฟัง การเขียน การพูด” จะต้องมีความพร้อมมากที่สุด แล้วทั้งการอ่าน การฟัง การเขียน การพูด จะเริ่มที่ตรงไหนดีละครับ สำหรับการพูดมีเรื่องตลกเกี่ยวกับคนไทยที่ได้มีโอกาสไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เขาอาจจะพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งแต่คนฟังก็อาจจะเข้าใจได้ เช่น “key car to town” ไม่ต้องเป็นประโยคที่สวยหรูถูกต้องตามไวยกรณ์อังกฤษ แต่เข้าใจได้ว่า “ขอกุญแจรถยนต์หน่อยจะขับรถยนต์เข้าไปในเมือง” ผู้เขียนไม่ใช่ผู้รู้ด้านภาษาอังกฤษมากกมายคงจะต้องในอาจารย์ด้านภาษาอังกฤษได้กรุณาชี้แนะวิธีการทำอย่างไรในการเตรียมความพร้อมด้านภาษาและการสื่อสารให้กับนักศึกษาเพื่อจะได้เป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการต่อสู้กับการเป็นประชาคมอาเซียน
ขออนุญาตวกกลับมาที่ประชาคมอาเซียนที่ประกอบด้วยเสาหลัก คือ (๑) ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC) (๒) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) และ (๓) ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Social-Cultural Community-ASCC) สำหรับ ASC นั้นจะเกี่ยวข้องหลายกระทรวง เช่น กระทรวงต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย AEC น่าจะเกี่ยวกับหลายกระทรวงเช่นกันไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ ASCC ก็ควรจะเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงทรัพยากรมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งหมดเลยทั้งสามเสาหลักในการทำงานร่วมกับประเทศในประชาคมอาเซียนจำเป็นจะต้องสื่อสารความเข้าใจกันในทุกมิติ ซึ่งแน่นอนภาษาการสื่อสารดังกล่าว ย่อมจะหลีกหนีภาษาอังกฤษไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ผู้เขียนคิดว่า การศึกษาของประเทศไทยในทุกระดับจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากในเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ นโยบายการแจก Tabletให้กับนักเรียนนั้น Tablet ควรจะเป็นเครื่องมือที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านภาษาอังกฤษให้กับนักเรียน อย่าให้ Tablet มาทับเล็บเหล่าอาจารย์ครูผู้สอนเพราะมันจะเจ็บปวดอย่างมาก นอกจากนั้น สถานศึกษาจะทำอย่างไรในการยกระดับความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพื่อรับรองการเป็นประชาคมอาเซียนที่จะมาถึงนี้ อย่างไรก็ดี กล่าวสำหรับตัวนักเรียน นักศึกษา นั้น ผู้เขียนคิดว่าจะต้องให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เราจะต้องอาศัยคำที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” อาจจะเริ่มจากสำรวจตัวเองว่ามีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษมากน้อยเพียงใด เราก็อาจจะเพิ่มเติมเรียนเสริมได้จากระบบเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่ไม่ต้องมีค่าใช่จ่าย หรืออาจจะเริ่มที่การดูข่าวต่างประเทศ การอ่านข่าวภาษาอังกฤษ ซึ่งแน่นอนครับ ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ดูว่าอาจจะยากสำหรับนักเรียนนักศึกษาไทย แต่ถ้าหากเราคิดว่าไม่มีอะไรที่เรานักเรียนนักศึกษาไทยทำไม่ได้ รับรองได้ว่า อาเซียน ประชาคมอาเซียน ขอให้มาถึงเร็วๆ เถอะ แล้วเราจะได้เห็นกัน
|